
‘ศักดิ์สยาม’ล้วงลูก ยึดคมนาคมเบ็ดเสร็จ
“ศักดิ์สยาม” ออกหนังสือด่วน สั่งทุกหน่วยงานราชการ 13 รัฐวิสาหกิจ บริษัทในสังกัดคมนาคม รายงานนโยบายเร่งด่วน แต่งตั้งโยกย้าย การใช้งบตั้งแต่ 100 ล้าน วาระการประชุมบอร์ด โดยตรงต่อรมว.คมนาคม ก่อนประชุม 7 วัน
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ทำหนังสือด่วนที่สุด ที่ คค 0100/1421 ลงวันที่ 27 สิงหาคม 2562 ถึงปลัดกระทรวงคมนาคม อธิบดีทุกกรม 13 ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจและบริษัทในสังกัดกระทรวงคมนาคม เสนอเรื่องต่างๆ ของแต่ละหน่วยงาน ทั้งนโยบายเร่งด่วน การแต่งตั้งโยกย้าย การใช้งบประมาณที่มีวงเงินตั้งแต่ 100 ล้านบาทขึ้นไป และวาระการประชุมคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจหรือบริษัท ให้นายศักดิ์สยามทราบก่อนไม่น้อยกว่า 7 วัน
หนังสือฉบับดังกล่าวระบุว่า ตามที่ได้มอบนโยบายของกระทรวงคมนาคมให้แก่ปลัดกระทรวง อธิบดี และผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้กรม รัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงคมนาคม นํานโยบายไปสู่การปฏิบัติภายใต้การบูรณาการให้ประสาน สอดคล้อง และตอบสนองต่อแนวนโยบายแห่งรัฐ ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.2561-2580 รวมทั้งนโยบายของรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและสนับสนุนแผนกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อแบ่งเบาภาระของ ประชาชนเพื่อให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นั้น
เพื่อให้การแปรนโยบายของกระทรวงคมนาคมไปสู่การปฏิบัติ เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อให้การบริหารงบประมาณของรัฐบาลเป็นไปตามข้อสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในการประชุม คณะรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ 20 สิงหาคม 2562 จึงให้กระทรวง กรม รัฐวิสาหกิจนําเสนอเรื่องต่างๆ ให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมทราบก่อนไม่น้อยกว่า 7 วันทําการ ดังนี้
1. แผนปฏิบัติการตามนโยบายและโครงการสําคัญเร่งด่วน เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน และเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศและประชาชน 2. การบริหารงานบุคคล การบรรจุ การคัดเลือก การแต่งตั้ง การเลื่อนขั้นเงินเดือนหรือคําสั่ง การออกจากตําแหน่ง สอบสวนวินัยและการลงโทษข้าราชการ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ ตําแหน่งนักบริหารระดับสูง นักบริหารระดับต้น และผู้บริหาร รองผู้บริหารและผู้ช่วยผู้บริหารของรัฐวิสาหกิจ 3. การขออนุมัติดําเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามแผนงานโครงการ ที่มีวงเงินงบประมาณตั้งแต่ 100 ล้านบาทขึ้นไป
4. รายงานผลการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ.2562 และ พ.ศ. 2563 ทุกเดือน ภายในวันที่ 10 ของเดือนถัดไป โดยมีเป้าหมายให้ส่วนราชการต้องเบิกจ่ายให้ได้ไม่น้อยกว่า 60% และรัฐวิสาหกิจต้องเบิกจ่ายให้ได้ไม่น้อยกว่า 70% 5. ระเบียบวาระการประชุมคณะกรรมการบริหารรัฐวิสาหกิจก่อนการประชุม 7 วันทําการ และรายงานการประชุมฯ ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมไม่เกิน 7 วันทําการ
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้นายศักดิ์สยามได้แบ่งงานการกำกับดูแลหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงคมนาคมให้รัฐมนตรีแต่ละคนดูแลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยนายศักดิ์สยามดูแล 13 หน่วยงานหลักด้านระบบราง และทางบก ได้แก่ กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ กรมการขนส่งทางบก การทางพิเศษแห่งประเทศไทย การรถไฟแห่งประเทศไทย บริษัทรถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กรมการขนส่งทางราง รวมถึง สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)
ส่วนนายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง จะดูแลหน่วยงานทางอากาศเป็นหลัก รวม 7 หน่วยงานคือ กรมท่าอากาศยาน บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) บริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทยฯ บริษัท ไทย-อะมาดิอุส เซาท์อีสต์เอเซีย จำกัด สถาบันการบินพลเรือน บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด และบริษัท โรงแรมท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ จำกัด ด้านนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมอีกคนหนึ่งนั้นได้ดูแล หน่วยงานทางนํ้า คือ กรมเจ้าท่าและการท่าเรือแห่งประเทศไทย
“ข้อสั่งการดังกล่าวสร้างความอึดอัดใจข้าราชการและผู้บริหารรัฐวิสาหกิจอย่างมาก เนื่องจากก่อนหน้านี้นายศักดิ์สยามได้แบ่งงานให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมอีก 2 คนกำกับดูแลหน่วยงานต่างๆ อย่างชัดเจนแล้ว” แหล่งข่าวระบุ
ปัจจุบันกระทรวงคมนาคมมีโครงการสำคัญที่อยู่ระหว่างเสนอให้ครม. หลายโครงการ แต่โครงการที่เป็นที่จับตามากที่สุดในขณะนี้คือ โครงการจัดซื้อฝูงบินใหม่จำนวน 38 ลำ ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) วงเงิน 156,000 ล้านบาท
ขณะเดียวกันยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบอีกหลายโครงการ เช่นโครงการรถไฟทางคู่ระยะ 2 ของการรถไฟแห่งประเทศไทย จำนวน 7 สายทาง มูลค่า 256,000 ล้านบาท นอกจากนี้มีโครงการบริหารไอซีดี ลาดกระบัง 647 ไร่ เกี่ยวกับการขนส่งทางเรือ มูลค่า 4 หมื่นล้านล้านบาท ส่วนการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) มีโครงการรถไฟฟ้าที่รอเสนอครม. เช่น สายสีส้ม ตะวันตก ช่วงบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมฯ เป็นต้น
หน้า 1 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3501 วันที่ 1-4 กันยายน 2562






