thansettakij
thansettakij
เว็บละเมิดลิขสิทธิ์ระบาดแบรนด์ดังแห่โฆษณาพุ่ง36%

เว็บละเมิดลิขสิทธิ์ระบาดแบรนด์ดังแห่โฆษณาพุ่ง36%

29 ส.ค. 62 | 23:15 น.

เผย 7 ธุรกิจนิยมโฆษณาบนเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์ ล่าสุดเดือนกรกฎาคม 2562 เติบโต 36% เผยช่องทางรายได้หลักมาจากเครือข่ายจัดส่งโฆษณา เอเยนซี และเครือข่ายแลกเปลี่ยนโฆษณา “ทรู วิชั่นส์” เตือนอย่าทำ เพราะอนาคตอาจส่งผลเสียไม่ได้ดูคอนเทนต์ต่างชาติ

เทคโนโลยีที่เข้ามาในประเทศไทยปัจจุบันนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นอีก 1 ตัวแปรสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจไทยเดินไปข้างหน้า และที่ผ่านมาจำนวนคอนเทนต์บนโลกออนไลน์มีจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน จึงทำให้เกิดปัญหาการขโมยคอนเทนต์ และสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมาก ซึ่งที่ผ่านมากรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมวิดีโอเอเชีย (AVIA) และทรู วิชั่นส์ กรุ๊ป ได้จัดงานประชุมต่อต้านการละเมิดลิขสิทธิ์ โดยในงานได้พูดคุยถึงปัญหารวมทั้งผลการศึกษาวิจัยการศึกษาเครือข่ายโฆษณาบนเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์ในประเทศไทย

จากข้อมูล Veri-Site ได้ทำการติดตามเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 พบว่ามีจำนวนกว่า 50 เว็บไซต์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ได้แก่ 037hd.com, Kseries.co ,Donung.tv, Fanseries.co อื่นๆ และในจำนวน 98% ของเว็บไซต์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ได้รับเงินสนับสนุนจาก 28 เครือข่ายจัดส่งโฆษณา (ad delivery entities) ขณะที่เดือนกรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมาพบว่าเว็บไซต์ดังกล่าวได้รับเงินสนับสนุนจากเครือข่ายจัดส่งโฆษณาเพิ่มขึ้นเป็น 38 เครือข่าย เติบโต 36% ประกอบด้วย เครือข่ายโฆษณา เอเยนซีโฆษณา และเครือข่ายการแลกเปลี่ยนโฆษณา ทั้งนี้เครือข่ายจัดส่งโฆษณาที่เห็นบ่อยที่สุดคือ Google DoubleClick (29 เว็บไซต์) และ Google AdSense ( 5 เว็บไซต์)

เว็บละเมิดลิขสิทธิ์ระบาดแบรนด์ดังแห่โฆษณาพุ่ง36%

อีกทั้งยังพบว่าผู้โฆษณาสินค้าทั่วไปที่อยู่ในความเสี่ยง ซึ่งเป็นแบรนด์สินค้าทั่วไป 115 รายการที่ปรากฏในเว็บไซต์ละเมิด 26 เว็บไซต์ และในจำนวน 79% ของผู้ลงโฆษณาบนเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์ประกอบด้วย 7 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ เว็บไซต์องค์กร บริษัท, อี-คอมเมิร์ซ, เกม, สื่อและความบันเทิง, ธนาคารและประกันภัย, ธุรกิจซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินดิจิทัล, ยานยนต์ อื่นๆ รวมทั้งพบว่าแบรนด์ที่ถูกวางโฆษณาบนเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์ที่ผ่านมา เช่น Lazada.co.th, Jd.co.th, Nissan, Honda, ศรีกรุง โบรคเกอร์, Dell อื่นๆ โดยสินค้าดังกล่าวมักจะปรากฏควบคู่ไปกับการโฆษณาที่มีความเสี่ยงสูงบนเว็บไซต์ละเมิดฯ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงของตราสินค้าเจ้าของแบรนด์

เช่นเดียวกับการละเมิดลิขสิทธิ์และแอพมือถือ โดยจากการศึกษาของ YouGov พบว่าผู้บริโภคไทยจำนวนมากราว 45% กำลังใช้ ISD (Illicit Streaming Devices) กับแอพที่โหลดเพื่อเข้าถึงเนื้อหาพรีเมียมที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ขณะเดียวกันแนวโน้มผู้บริโภคมีอัตราการยกเลิกบริการเคเบิลเพิ่มมากขึ้น และย้ายไปใช้งานกับแอพละเมิดลิขสิทธิ์ที่ติดตั้งไว้บนกล่องทีวี หรือที่รู้จักกันในชื่อ ISD รวมทั้งยังเลือกชมคอนเทนต์แบบสตรีมมิ่งไม่เสียเงิน เนื่องจากอุปกรณ์ดังกล่าวง่ายต่อการค้นหาในตลาดอี-คอมเมิร์ซ สื่อสังคมออนไลน์ และร้านค้าปลีกอิเล็กทรอนิกส์

นายจุลทัย ศาลิคุปต ผู้อำนวยการฝ่ายรายการกีฬา บริษัท ทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันพบว่าผู้ชมชาวไทยรวมถึงชาติอื่นๆ ละเมิดลิขสิทธิ์กันเยอะมากในช่องทางของ Internet ซึ่งที่ผ่านมาทรูวิชั่นส์ ก็พยายามป้องกันทุกช่องทาง และนำเสนอคอนเทนต์ผ่านระบบ OTT มากขึ้นเพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้ชมที่ใช้ชีวิตอยู่กับสมาร์ทโฟนมากขึ้น หรือออน ดีมานด์ ซึ่งหลังจากนำเสนอคอนเทนต์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกไปในสัปดาห์แรกก็ได้รับการตอบรับที่ดี และมีผู้มาสมัครสมาชิกแพ็กเกจในรูปแบบ OTT มากขึ้นซึ่งขั้นตอนต่อไปบริษัทจะมุ่งให้ความสำคัญกับการละเมิดลิขสิทธิ์ให้มากขึ้นเพราะนอกจากเป็นการสร้างความเสียหายมูลค่ารายได้แล้ว ยังเสียชื่อเสียงให้กับประเทศด้วย

 

“ที่ผ่านมาปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ในประเทศไทยมีอยู่มากมาย ตั้งแต่ฟุตบอลโลก รวมถึงฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษที่กำลังมีการถ่ายทอดสดกันอยู่ ซึ่งรูปแบบการละเมิดลิขสิทธิ์นั้นจะแตกต่างจากในอดีตที่ละเมิดผ่านเคเบิลมาเป็นช่องทางอินเตอร์เน็ต และโมบายแอพพลิ เคชันทำให้การตรวจจับทำได้ยากยิ่งขึ้น หากประเทศไทยยังคงละเมิดลิขสิทธิ์กันอยู่แบบนี้ ก็จะส่งผลกระทบให้เจ้าของลิขสิทธิ์ระดับโลกฟ้องร้องยุติการส่งสัญญาณการแข่งขันมายังประเทศไทย ทำให้แฟนบอลชาวไทยไม่สามารถติดตามรับชมการแข่งขันได้ทั้งในปัจจุบันและอนาคต รวมถึงคอนเทนต์คุณภาพอื่นๆ จากต่างประเทศ”

ทั้งนี้อยากวอนขอให้ผู้ชมไทยเข้าใจและเคารพต่อกฎหมายลิขสิทธิ์กันมากขึ้น นอกจากจะช่วยป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์คอนเทนต์ของต่างประเทศแล้วยังสามารถช่วยปกป้องลิขสิทธิ์คอนเทนต์ของไทยอีกด้วย รวมทั้งยังเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมคอนเทนต์ของไทยทุกแขนงให้เติบโตเทียบเท่ามาตรฐานสากลได้ต่อไป

Veri-Site ปัจจุบันเป็นแพลต ฟอร์มเทคโนโลยีให้ข้อมูลเกี่ยวกับ ความเสี่ยงเรื่องเครือข่ายการละเมิด ลิขสิทธิ์ที่มีความเสียงสูงในแพลตฟอร์มแอพพลิเคชัน เว็บ ไซต์ อื่นๆ โดยการศึกษาข้อมูลใน ประเทศไทยครั้งนี้ได้รับการสนับ สนุนวิจัยโดย AVIA’s Coalition Against Piracy (CAP) เดือนกุมภาพันธ์-สิงหาคม 2562 

หน้า 30 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3500 ระหว่างวันที่ 29 - 31 สิงหาคม 2562