
ค้าปลีกมะกัน แห่ม้วนเสื่อ อัญมณีไทยไข้ขึ้น ส่งออกติดลบ10%
5 ปัจจัยรุมทุบส่งออกอัญมณีไทย สมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับปรับคาดการณ์ใหม่จากบวก 3-5% เป็นติดลบ 5-10% สัญญาณอันตราย ร้านค้าปลีก-ค้าส่งเครื่องประดับในสหรัฐฯ แห่ปิดกิจการไตรมาส 2 ของปีนี้ 641 รายจากผลกระทบค้าออนไลน์ ทำช่องทางขายสินค้าไทยหดหาย
รายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าไทยในต่างประเทศ ณ นครชิคาโก สหรัฐอเมริกา อ้างอิงข้อมูลของ www.instoremag.com ระบุว่า The Jewelers Board of Trade หรือ JBT ของสหรัฐฯ ได้รายงานข้อมูลธุรกิจเครื่องประดับในสหรัฐฯยังหดตัวต่อเนื่อง โดยในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ร้านค้าปลีก ร้านค้าส่ง และผู้ผลิตได้มีการปิดกิจการทั้งสิ้น 185 รายลดลงจาก 234 รายในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ขณะที่ภาพรวมจำนวนธุรกิจร้านค้าปลีก ร้านค้าส่ง และผู้ผลิตสินค้าเครื่องประดับทั้งหมดในสหรัฐฯ ณ ไตรมาส 2 มีทั้งสิ้น 24,966 ราย ลดลงจาก 25,607 รายในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2561(ปิดไป 641 ราย)
ขณะที่ ข้อมูลจาก www.seekingalpha.com ระบุว่าบริษัท Signet Jewelers Limited (SIG) ซึ่งเป็นผู้นำในตลาดค้าปลีกจำหน่ายเครื่องประดับและนาฬิกาของสหรัฐฯ ได้ปรับเปลี่ยนแผนบริหารจัดการ เช่น ปิดกิจการของร้านสาขาที่มีผลประกอบการตํ่ากว่าเป้า เพิ่มการลงทุน 15% ของยอดขายทั้งหมดในธุรกิจออนไลน์จนถึงปี 2564 และฟื้นฟูความหลากหลายของสินค้าหลังยอดขายของร้านสาขาที่ตั้งอยู่ในห้างช็อปปิ้งมอลล์ทั่วสหรัฐฯ ซึ่งมีจำนวน 1,203 ร้าน ณ ไตรมาสที่ผ่านมากำลังเผชิญกับปัญหายอดขายลดลงจากพฤติกรรมของผู้บริโภคจากการเดินช็อปปิ้งตามห้างร้าน เปลี่ยนเป็นการช็อปทางออนไลน์มากขึ้น สัญญาณต่างๆ เหล่านี้ย่อมมีผลต่อการส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับของไทยที่มีตลาดสหรัฐฯเป็นตลาดใหญ่สุด
นายบุญกิต จิตรงามปลั่ง นายกสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า การซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์ ถือเป็นเทรนด์ที่มาแรงทั่วโลกในเวลานี้ ซึ่งปัจจุบันห้างค้าปลีกรายใหญ่ในสหรัฐฯต่างมียอดขายในช่องทางปกติลดลงถ้วนหน้า และแต่ละรายต่างไปเพิ่มช่องทางการค้าออนไลน์เป็นช่องทางหนึ่งในการทำรายได้ใหม่ ขณะที่ร้านค้าส่งและร้านค้าปลีกอัญมณีและเครื่องประดับทั้งที่ตั้งอยู่ในและนอกห้างที่นำเข้าสินค้าจากไทยที่รับจ้างผลิตในแบรนด์ลูกค้า (โออีเอ็ม) ในตลาดสหรัฐฯ ไปจำหน่าย รวมถึงในตลาดอื่นๆ ด้านหนึ่งได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทำให้ไปจับจ่ายใช้สอยซื้อหาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นก่อน เช่น อาหาร เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า และอื่นๆ ทำให้การซื้อหาสินค้าอัญมณี และเครื่องประดับลดลงจากเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย ด้านหนึ่งได้รับผล กระทบค้าออนไลน์ทำให้คนเดินห้างลดลง
“การส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับของไทย เวลานี้มีปัจจัยลบอย่างน้อย 5 เรื่อง คือ 1. ตลาดจิวเวลรีโลกเล็กลงจากเศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัว 2. จากกฎระเบียบการโอนเงินทั้งในไทยและในต่างประเทศที่เข้มงวดมากขึ้น 3. จากเงินบาทที่ยังแข็งค่ากระทบความสามารถในการแข่งขันด้านราคา ทำให้กำไรหดหาย 4.ค่าจ้างแรงงานแพงและมีทิศทางปรับขึ้นอีก และ 5. สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีนส่งผลกระทบทางอ้อมทำให้เศรษฐกิจการค้าโลกไม่ดี คู่ค้าหลักคือสหรัฐฯเศรษฐกิจเริ่มชะลอตัว ผู้บริโภคระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้นจากข้าวของแพงขึ้นและเลือกที่จะซื้ออัญมณีและเครื่องประดับเป็นอันดับท้าย ๆ”
ดังนั้นทั้งปีนี้ทางสมาคมได้คาดการณ์มูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับของไทยใหม่ (ไม่รวมการส่งออกทองคำยังไม่ขึ้นรูปหรือทองคำแท่ง) จากเดิมคาดจะขยายตัวในรูปดอลลาร์สหรัฐฯที่ 3-5% (จากปี 2561 ไทยส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับรวมทองคำมูลค่า 11,986 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือในรูปเงินบาท 383,977 ล้านบาท) เป็นติดลบที่ 5-10%
“ฐานเศรษฐกิจ” ตรวจสอบข้อมูลการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับของไทยไม่รวมส่งออกทองคำที่ซื้อมาขายไปตามภาวะตลาดช่วง 6 เดือนแรกปีนี้มีมูลค่า 3,849 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (หรือ 121,467 ล้านบาท) ขยายตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน -0.4%
หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,495 วันที่ 11-14 สิงหาคม 2562











