
'นีโอ' เตรียมจัดงาน “InterCare Asia2019” ดันไทยสู่ “เมดิคอลฮับนานาชาติ”
'นีโอ' เตรียมจัดงาน “InterCare Asia2019” ดันไทยสู่ “เมดิคอลฮับนานาชาติ” คาดมีผู้ชมเข้าร่วมงานกว่า 5,000 คน และเงินซื้อขายในงานสะพัดกว่า 700 ล้านบาท
นายศักดิ์ชัย ภัทรปรีชากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.ซี.เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด (นีโอ) เปิดเผยว่า การจัดงาน InterCare Asia ได้จัดต่อเนื่องกันขึ้นเป็นครั้งที่ 4 และในแต่ละปีก็ได้นำสินค้าและบริการใหม่ๆ เข้ามาจัดแสดงภายในงานอย่างต่อเนื่องและมีความตั้งใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐที่จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางธุรกิจสุขภาพและการแพทย์นานชาติ โดยในปีนี้คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานตลอดระยะเวลา 3 วัน มากกว่า 5,000 คน และจะเกิดการซื้อขายภายในงานไม่น้อยกว่า 700 ล้านบาท ซึ่งได้กำหนดจัดงานขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 กรกฎาคม 2562 ณ ฮอลล์ 99 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนา กรุงเทพมหานคร
สำหรับภายในงานจะมีกิจกรรมหลัก 3 ส่วน คือ การจัดแสดงสินค้า (Exhibition) การประชุมสัมมนา (Conference) และการจับคู่ทางธุรกิจ (Business Matching) งานจัดแสดงสินค้าจะแบ่งออกเป็นทั้งหมด 5 โซน ได้แก่ โซนเวชศาสตร์ฟื้นฟูและอุปกรณ์ที่ใช้ในบ้าน (Rehabilitation & Home Care) โซนบริการของโรงพยาบาลและคลีนิคในการดูแลสุขภาพ (Hospital/Clinic and Care Service) โซนอาหารและอาคารเสริมเพื่อสุขภาพ (Nutritional/Supplement & Healthy Food) โซนผลิตภัณฑ์สุขภาพทั่วไป (General Health & Other) และโซนธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Zone SME)
“ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงทางสังคมของประชากร ที่กำลังก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงวัย (Aged society) อย่างสมบูรณ์และในอีก 20 ปีข้างหน้าสังคมผู้สูงอายุจะโตเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า จากปัจจัยของคู่รักที่ไม่นิยมมีบุตร และอัตราการเกิดลดน้อยลง ขณะเดียวกันพบว่าการแพทย์มีการพัฒนามากขึ้นจึงเป็นเหตุผลให้ผู้สูงวัยมีอายุยืน และมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง”
ขณะที่ความต้องการด้านการดูแลรักษาสุขภาพของประชากรโลกก็มีเพิ่มขึ้นเช่นกัน ประกอบกับประเทศไทยเป็น 1 ใน 5 จุดหมายปลายทางของคนสูงวัยจากทั่วโลกต้องการเข้ามาท่องเที่ยว พักผ่อน หรือใช้ชีวิตยามบั้นปลาย เนื่องจากไทยตั้งอยู่บนพื้นที่เขตอบอุ่น ไม่หนาว บวกกับความได้เปรียบในเรื่องของ อาหาร เมดิคัลแคร์ เซอร์วิส และการบริการที่ดีเยี่ยมพร้อมกับราคาที่ไม่แพงมาก จึงเป็นโอกาสให้กับประเทศไทย ที่จะผลักดันให้เศรษฐกิจเชิงสุขภาพ (Wellness Economy) เติบโตเป็น Medical Hub หรือศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ






