
เอกซเรย์‘ทีวีดิจิทัล’ปั้นคอนเทนต์เป็นเงิน จับตาDigitalPlatformระอุ
เอกซเรย์ “ทีวีดิจิทัล” เมืองไทย ดิ้นปรับแผนเพิ่มรายได้ หันขายคอนเทนต์ครอบคลุมทุกแพลตฟอร์ม จับตา “ช่อง 3” โละคน ลดต้นทุน ขนคอนเทนต์ออกขายทั้งใน-ต่างประเทศเช่นเดียวกับ “ไบรท์ทีวี” ปลุกสนาม Digital Platform ระอุ
ยังไม่อยู่ในสถานการณ์ที่ปลอดภัย สำหรับธุรกิจ “ทีวีดิจิทัล” แม้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะใช้มาตรา 44 มาปลดล็อกให้คืนใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิทัลได้ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่ต้องแบกรับภาระขาดทุน ได้เดินหน้าต่อหลังเปิดให้บริการมา 5 ปีเต็ม ล่าสุดแม้จะมี ผู้ยื่นขอคืนใบอนุญาตฯ 7 ช่อง แต่ผู้ประกอบการที่ไม่คืนใบอนุญาตฯ และประกาศเดินหน้าธุรกิจต่อ จะมีความมั่นคงแข็งแรงและพร้อมยืนหยัดในธุรกิจต่อไปได้ เมื่อยังต้องเผชิญกับตัวแปรสำคัญทั้ง Digital disrupt สภาพเศรษฐกิจที่ยังผันผวนทั้งในและต่างประเทศที่ส่งผลต่อการลงทุนมหภาค รวมถึงการบริโภคภายในประเทศ
อย่างไรก็ดี แม้คาดการณ์ว่าจะเกิดปรากฏการณ์ที่ต้องจับตามองในเดือนสิงหาคม 2562 เมื่อทีวีดิจิทัลเมืองไทยลดเหลือ 15 ช่อง แต่ในวันนี้ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โดยเฉพาะในเรื่องของคน, ต้นทุน และการเพิ่มรายได้ ที่ต้องเฝ้าจับตาดู
ปฏิบัติการ “เลย์-ออฟ”
หลายช่องที่ยื่นขอคืนใบอนุญาตฯจะยังไม่ออกมาพูดถึง “บุคลากร” ที่มีอยู่ว่าจะบริหารจัดการอย่างไร แต่ล่าสุด ช่อง GMM25 หนึ่งในผู้ประกอบการที่ไม่มีชื่อในกลุ่มผู้ขอคืนใบอนุญาตฯ แต่ประกาศยุติรายการข่าวทั้งหมด พร้อมปรับโครงสร้าง และเลิกจ้างทีมงาน 27 ชีวิต หันผลิตคอนเทนต์บันเทิง วาไรตีแทน หวังเรียกเรตติ้งและรายได้
ขณะที่ช่อง MCOT ที่ยื่นขอคืนใบอนุญาตฯ ช่อง MCOT Family เลือกที่จะย้ายทีมงาน 20 ชีวิตไปฝากไว้กับช่อง MCOT HD (ช่อง 30) แต่ในช่วงเวลาเดียวกันก็ยังคงมีกระแสข่าวเรื่องของการลดคน ผ่านโครงการ “ร่วมใจจาก” ซึ่งเป็นแผนงานที่วางไว้ก่อนหน้านี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุนด้านการบริหารจัดการ ส่วนช่องอื่นไม่ว่าจะเป็น วอยซ์ทีวี สปริงนิวส์ สปริง 26 รวมถึง ไบรท์ทีวี ที่เริ่มผ่องถ่ายคนมาตั้งแต่ปีก่อน ก็ดูเหมือนจะลอยลำเมื่อเลือกเดินหน้าธุรกิจในแพลต ฟอร์มอื่นไม่ว่าจะเป็นทีวีดาวเทียม หรือช่องทางทางออนไลน์แทน
ตรงข้าม กับบีอีซี-มัลติมีเดีย ผู้บริหารทีวีดิจิทัลช่อง 3 ที่เมื่อประกาศคืนใบอนุญาตฯ 2 ช่องรวดทั้งช่อง 3 SD (ช่อง 28) และช่อง 3 แฟมิลี่ (ช่อง 13) เหลือเพียงช่อง 3 HD (ช่อง 33) เท่ากับต้องเขย่ากำลังพลครั้งใหญ่อีกครั้ง แม้ก่อนหน้านี้จะเขย่าไปแล้วอย่างน้อย 2 รอบแบบเงียบๆ งานนี้พนักงานอีกนับร้อยชีวิต ที่รอดในครั้งก่อนก็ต้องมานั่งลุ้นว่าจะรอดอีกหรือไม่
ต่อยอด“คอนเทนต์”เป็นเม็ดเงิน
ล่าสุด นายอริยะ พนมยงค์ กรรมการและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา ยังไม่ให้คำตอบที่ชัดเจนว่า ปัญหาเรื่อง “คน” จะมีทางออกอย่างไร แต่ ยืนยันว่าหลังจากนี้จะเริ่มเห็นทิศทางการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบีอีซีชัดเจนมากขึ้น ซึ่งอาจจะไม่เพียงแค่มุ่งเน้นแพลตฟอร์มทีวีเท่านั้น แต่จะมุ่งไปที่ออนไลน์และกิจกรรมอื่นๆ และมุ่งนำคอนเทนต์ที่มีอยู่เดิมและผลิตใหม่มาบริหารให้เกิดประโยชน์สูงสุดในรูปแบบผู้จำหน่ายคอนเทนต์ รวมถึงลิขสิทธิ์ เทคโนโลยี นักแสดง อื่นๆ ขณะที่แพลตฟอร์มทีวีจะกลายเป็นหนึ่งช่องทางที่เพิ่มรายได้เข้ามา
เช่นเดียวกับนายเขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ที่กล่าวว่า หลังจากที่ยุติช่อง MCOT Family ในเดือนกรกฎาคม อสมทจะมุ่งพัฒนาช่อง 9 MCOT HD ให้มากขึ้น โดยจะเปิดรับพันธมิตรผู้ผลิตรายการทั้งคอนเทนต์ข่าว สาระบันเทิง และแพลตฟอร์มด้านเทคโนโลยีมากขึ้น รวมทั้งเพิ่มรายได้ในธุรกิจโทรทัศน์ วิทยุ ธุรกิจสัมปทาน สื่อดิจิทัล และรายได้อื่นๆ เช่น การให้เช่าที่ดินระยะยาว
ด้านนายสมชาย รังษีธนานนท์ ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ ไบรท์ ทีวี กล่าวยืนยันว่า การเลือกเงินชดเชยจากการคืนใบอนุญาตฯ จะช่วยเอื้อการทำงานในอนาคตของบริษัทได้มากกว่า รวมทั้งการหันไปรุกDigital Platform รวมทั้งรับผลิตคอนเทนต์ให้กับองค์กรภาครัฐและเอกชน ซึ่งจากการประเมินหลังคืนไลเซนส์ รายได้ของไบร์ททีวีจะหายไป 50% และรายจ่ายหายไปมากกว่า 75% แต่รายได้จากช่องทางอื่นๆ เข้ามาทดแทน และทำให้เดินหน้าต่อได้
หน้า 32 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3472 ระหว่างวันที่ 23-25 พฤษภาคม 2562






