
สภาอุตฯ จี้! เร่งปรับตัว ขึ้นค่าจ้างสะเทือน SME
สภาอุตฯ ชี้! ค่าจ้างใหม่เตรียมปรับขึ้น 2-10 บาททั่วประเทศ รายใหญ่ไม่สะเทือน แต่กระทบหนักเอสเอ็มอีที่ไม่ปรับตัว ปรามพ่อค้าฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าเกินจริง
จากที่ คณะอนุกรรมการวิชาการและกลั่นกรองค่าจ้างขั้นตํ่าได้พิจารณาอัตราค่าจ้างที่แต่ละจังหวัดเสนอ แล้วมีมติให้ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นตํ่าทั่วประเทศเฉลี่ย 2-10 บาทต่อวัน (จากเดิมค่าจ้างขั้นตํ่าทั่วประเทศเฉลี่ย 308-330 บาท/วัน) โดยเตรียมนำเสนอคณะกรรมการค่าจ้างกลาง ที่มีปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธาน นัดประชุมเพื่อพิจารณาอนุมัติเพื่อให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2562
นายสุชาติ จันทรานาคราช รองประธาน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สายแรงงาน เผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ตัวเลขการปรับค่าจ้างดังกล่าวถือว่ามีความเหมาะสม มองว่าเป็นธรรมแล้ว เพราะได้ผ่านขั้นตอนการพิจารณามาตามลำดับ โดยหลักเกณฑ์การปรับขึ้นพิจารณาจากสภาพเศรษฐกิจของแต่ละจังหวัด ความสามารถในการประกอบธุรกิจ บวกอัตราเงินเฟ้อทั้งปี 2561 ที่ขยายตัวเพียง 1% ซึ่งในจำนวนนี้มีถึง 49 จังหวัด ที่ไม่เสนอตัวเลขการปรับขึ้น สะท้อนให้เห็นว่า ไตรภาคีจังหวัดได้พิจารณาแล้วเห็นว่า หากปรับขึ้นนายจ้างที่เป็นเอสเอ็มอีอาจมีปัญหา ถือเป็นครั้งแรกที่ไม่เสนอตัวเลขเข้ามา ซึ่งใน 49 จังหวัดที่ไม่เสนอตัวเลข คณะอนุฯ ให้ปรับขึ้น 2 บาท เนื่องจากเห็นใจลูกจ้าง
สำหรับการขึ้นค่าจ้างในครั้งนี้ คงไม่กระทบกับผู้ประกอบการรายใหญ่มากนัก เพราะได้มีการปรับตัวใช้เทคโนโลยีและเครื่องจักรแทนแรงงานคน และพัฒนาคุณภาพและนวัตกรรมสินค้าไปมากแล้ว แต่จะกระทบเอสเอ็มอีที่มีการปรับตัวน้อย ประสิทธิภาพแรงงานตํ่า ที่ภาครัฐและนายจ้างจะต้องเร่งพัฒนาให้มีทักษะฝีมือและประสิทธิภาพผลิตสินค้าได้ปริมาณและคุณภาพที่สูงขึ้น เพื่อชดเชยกับค่าจ้างและต้นทุนที่จะปรับสูงขึ้น
"สภาอุตฯ มี 45 กลุ่มอุตสาหกรรม รวมกว่า 1 หมื่นราย หากคิดเฉลี่ยแรงงานที่ 100 คนต่อราย ก็ 1 ล้านคน อยากฝากถึงผู้ค้าที่จ้องฉวยขึ้นราคาสินค้า เพราะการปรับครั้งนี้ ถ้าคิดตามเงินเฟ้อ 1% ค่าจ้างเดิมเฉลี่ยกว่า 300 บาท/วัน ต้นทุนเพิ่มแค่ 30-50 สตางค์เท่านั้น ไม่ใช่ไปฉวยขึ้น 5-10 บาท เรื่องนี้กระทรวงพาณิชย์ต้องดูแลใกล้ชิด"
หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับ 3,449 วันที่ 3-6 มีนาคม 2562











