
ศึกตึกตู้ปลาไม่จบ มธ.ตั้งทีมสอบข้อเท็จจริง 25 ก.พ. นัดคณาจารย์แจงอีกรอบ
-18 ก.พ. 2562 - เมื่อเวลา 10.00 น. รศ.ดร.พิภพ อุดร คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เเถลงข่าวเปิดข้อเท็จจริงตึกตู้ปลา ตอบทุกประเด็น แจงทุกขั้นตอน 4 ประเด็นใหญ่ๆ คือ 1.เป้าหมาย และวิธีการปรับปรุงชั้นล่างของตึกตู้ปลา 2. เคลียร์ข้อสงสัยเรื่องที่ราชพัสดุว่าสามรถนำไปดำเนินการได้หรือไม่อย่างไร 3. ประเด็นการมีส่วนร่วมของประชาคมธรรมศาสตร์และบุคลากรภายในคณะพาณิชยฯ และ 4.การใช้ประโยชน์ในพื้นที่ของเอกชนภายหลังการปรับปรุง ว่า จุดเริ่มต้นของการปรับปรุงตึกตู้ปลาครั้งนี้เพื่อแก้ปัญหาพื้นที่ทำงานนอกห้องเรียนของนักศึกษา เพราะปัจจุบันการเรียนมีความเปลี่ยนแปลง ยึดรูปแบบโครงงานเป็นฐาน ทำให้นักศึกษาต้องทำโครงงานและใช้เวลานอกห้องเรียนค่อนข้างมาก คณะได้มีการสอบถามไปยังนักศึกษาว่าส่วนใช้พื้นที่ใดในการทำโครงการ นักศึกษาก็ส่งรูปขณะทำงานใต้คณะนิติศาสตร์ หรือตามร้านกาแฟต่าง ๆ เข้ามาให้ดู ทำให้เราเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องคืนพื้นที่ให้นักศึกษา
ส่วนการรื้อถอนอาคารมหาวิทยาลัยใช้งบประมาณของคณะดำเนินการรวม 28 ล้านบาท เเบ่งเป็นตึกตู้ปลา 18 ล้าน เเละตึกริมน้ำ 10 ล้าน ส่วนงบเอกชนใช้ในการก่อสร้างเกิอบทั้งหมด เท่าไรนั้นไม่สามาถบอกได้ แต่คำนวณคร่าวๆจากการดูแบบแปลน คาดว่าใช้งบฯ 20,000-25,000 บาทต่อตารางเมตร
คณบดีคณะพาณิชย์ กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้มหาวิทยาลัยก็ได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ซึ่งประเด็นเรื่องมีการทุจริตหรือไม่ ก็ต้องรอผลการสอบสวนของทางคณะกรรมการ แต่ถ้าเป็นปัญหาที่แบบก่อสร้าง ซึ่งแน่นอนว่า คงไม่เป็นที่พอใจของทุกคน ตัวเองก็ไม่ได้แบบที่คิดไว้ แต่เราก็ต้องอดออมจิตใจ และเปิดใจให้กว้างยอมรับความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่ ซึ่งได้ผ่านประชาคม 4 ฝ่ายประกอบ ฝ่ายบริหาร คณาจารย์ นักศึกษาและเจ้าหน้าที่มาแล้ว ทั้งนี้ทางคณะจะนักประชาคมเพื่อทำความเข้าใจเรื่องดังกล่าวอีกครั้งในวันที่ 25 ก.พ.นี้
อย่างไรก็ตาม กรณีที่มีการเรียกร้องให้เปิดเผยสัญญาเช่าพื้นที่และสัญญาการออกแบบก่อสร้างนั้น ก็พร้อมที่จะเปิดเผย ซึ่งในช่วงที่รับฟังความคิดเห็นก็ได้มีการนำแบบมาเปิดเผยต่อประชาคมแล้ว เพียงแต่มีการข้อความร่วมมือไม่ให้เผยแพร่ต่อสาธารณะ เพราะการเปิดเผยสัญญาต้องได้รับความยินยอมต่อทั้งสองฝ่ายด้วย ซึ่งหากยังไม่ได้ข้อสรุปแล้วโครงการนี้จะสามารถเดินหน้าต่อไปได้หรือไม่นั้น ส่วนตัวยังดูไม่ออกว่า จะหยุดดำเนินการเพราะอะไร หากตกลงได้ พร้อมแจ้งพันธมิตรเพื่อดำเนินการต่อไป ซึ่งตามกรอบเวลาอย่างช้าที่สุดน่าจะเริ่มเปิดใช้ได้ในเดือนก.ค.2562
ด้าน รศ.วิทยา ด่านธำรงกูล รองคณบดีฝ่ายบริหารคณะพาณิชย์ กล่าวว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นมากกว่า 2 ปี โดยคณะได้ประชุมคณาจารย์เพื่อแจ้งเรื่องนี้ถึง 8 ครั้ง เริ่มครั้งแรกในช่วงปี2559 ซึ่งมีการไม่เห็นด้วยเรื่องแบบก่อสร้าง ก็มีการปรับปรุง จนเดือนก.ค.2561 มีการจัดทำเวิร์คชอปโดยคณะสถาปัตยกรรม และได้เสนอแบบการก่อสร้างให้คณะกรรมการคณะมีมติเลือกวันที่ 25 ต.ค.2561 จากนั้น คณะจึงส่งเรื่องให้มหาวิทยาลัยดำเนินการ โดยได้มีการตั้งคณะกรรมการกำกับการปรับปรุงพื้นที่คณะพาณิชย์ฯ ในปลายเดือนธ.ค. โดยทางคณะกรรมการกำกับปรับปรุงฯเห็นว่า ทางคณะจะทราบบริบทในการใช้พื้นที่ของนักศึกษาดี จึงมอบหมายให้คณะกำหนดรายละเอียด ดังนั้นกระแสที่ว่า ดำเนินการโดยที่ประชาคมไม่รู้ จึงไม่ใช่เรื่องจริง เพียงแต่ว่าข้อสรุปที่ได้อาจไม่เป็นที่พอใจของทุกคน
อีกทั้งที่ระบุว่า ทางคณะดำเนินการอย่างปุบปับก็ไม่ใช่เรื่องจริง ขั้นตอนต่าง ๆ มีการกำหนดช่วงเวลาไว้แล้วว่าจะเริ่มดำเนินการหลังปีใหม่ ประกอบกับเดือนม.ค. เป็นช่วงที่นักศึกษาปิดภาคเรียน ไม่กระทบกับการเรียนของนักศึกษาสะดวกต่อการเคลื่อนย้ายสิ่งของ ทุกอย่างจึงเป็นไปตามแผน ส่วนข้อสงสัยที่ว่า ทำไมไม่เปิดให้ภาคเอกชนเข้ามาประมูลเพื่อใช้พื้นที่นั้น เพราะพื้นที่ชั้นล่างของตึกตู้ปลา ไม่ใช่พื้นที่เชิงพาณิชย์ โดยทางคณะได้พูดคุยกับพันธมิตรหลายราย และมาได้ข้อสรุปความร่วมมือกับธนาคารไทยพาณิชย์ และ Too fast to sleep ที่มีวัตถุประสงค์ตรงกัน จะเข้ามาสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคม รวมถึงธนาคารไทยพาณิชย์ยังมีเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย พร้อมถ่ายทอดให้นักศึกษา
“ผมเชื่อว่าเรารับฟังความคิดเห็นมาเพียงพอ แต่คงจะทำให้ตอบโจทย์ทุกคนคงไม่ได้ ความแตกต่างทางความคิดเกิดขึ้นได้ทุกที่ เราอาจมีโฟกัสหรือจุดยืนที่ต่างกันซึ่งผมยืนยันว่าคณะ ดำเนินโครงการนี้โดยยึดประโยชน์ของนักศึกษาเป็นหลัก ส่วนข้อสังเกตว่าทำไมถึงไม่เปิดให้หลายรายประมูลเข้ามาตั้ง ยืนยันว่านี่ไม่ใช่พื้นที่ทางการค้า การเลือกเพราะมีแนวคิด เทคโนโลยีที่เด็กสามารถใช้งานได้ ไม่ใช่เฉพาะภายในมธ. เท่านั้น แต่มองไปไกลถึงการเป็นศูนย์พัฒนาธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือ SME ให้กับชุมชุมรอบเกาะรัตนโกสินทร์ด้วยถือเป็นหน้าที่หนึ่งของมหาวิทยาลัยในการรับใช้ชุมชน”นายวิทยากล่าว
[caption id="attachment_390894" align="aligncenter" width="500"]
ด้าน ผศ.อานนท์ มาเม้า ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกฎหมาย มธ. กล่าวว่า ที่ดินใน มธ.ท่าพระจันทร์ ถือเป็นที่ราชพัสดุอยู่ในการดูแลของกรมธนารักษ์ แต่ก็มีข้อยกเว้นว่ากฎหมายอาจกำหนดให้หน่วยงานราชการ หน่วยงานของรัฐอื่นๆสามารถจัดการดูแลได้ ซึ่งในพ.ร.บ.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ.2558 มาตรา 14 (10) ระบุว่าให้มหาวิทยาลัยมีอำนาจปกครอง ดูแล บำรุงรักษา จัดการ ใช้และจัดหาประโยชน์จากทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยและที่ราชพัสดุตามกฎหมายว่าด้วยที่ราชพัสดุ เพราะฉะนั้น มธ.จึงสามารถใช้สอยพื้นที่ราชพัสุดได้ โดยไม่ต้องขออนุญาตกรมธนารักษ์ก่อนเป็นคราวๆไป ภายในกรอบการบริการต่อการศึกษาหรือเรื่องเกี่ยวเนื่อง เช่น เพื่อประโยชน์ต่อนักศึกษา บุคลากร เป็นต้น ทั้งนี้ กรณีของคณะพาณิชย์ฯที่ตกลงกับภาคเอกชนมาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ของคณะนั้นก็เป็นอำนาจของมหาวิทยาลัย ผ่านการกลั่นกรองให้ความเห็นชอบโดยคณะกรรมการจัดหารายได้และผลประโยชน์ในพื้นที่ราชพัสดุของ มธ. ตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค.2561
"ในฐานะส่วนกลางรับผิดชอบกฎหมายและข้อร้องเรียนต่างๆ ปัจจุบันการปรับปรุงตึกของคณะพาณิชย์ก็ได้รับข้อร้องเรียนทั้งจากผู้บริหารและคณาจารย์คณะพาณิชย์ ปัจจุบันมหาวิทยาลัยได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อพิสูจน์ความจริง และรักษาธรรมาภิบาลของมหาวิทยา โดยกรรมการเป็นผู้คุณวุฒิและเป็นผู้ที่ไม่มีส่วนได้เสียแต่อย่างใด"ผศ.ดร.อานนท์ กล่าว
ด้าน รศ.ดร.เอกจิตต์ จึงเจริญ อาจารย์คณะพาณิชยศาสตร์ฯ หนึ่งในคณาจารย์ผู้คัดค้านโครงการ ซึ่งพยายามตั้งคำถามกับฝ่ายบริหาร พร้อมกับแจ้งกับสื่อมวลชนผ่านไมโครโฟนว่า หากสื่อมวลชนต้องการข้อมูลอีกชุด ขอเชิญไปฟังแถลงได้ที่ซุ้มข้างฟุตบอล ทำให้จบแถลงสื่อมวลชนก็กรูกันตามไปทำข่าวที่ซุ้มข้างสนามฟุตบอล
รศ.ดร.เอกจิตต์ มีการเจกเอกสารที่มีการจัดลำดับเหตุการณ์การปรับปรุงตึกตู้ปลา พร้อมกับกล่าวว่า แบบก่อสร้างที่ดำเนินการอยู่ ไม่ใช่แบบที่ฝ่ายบริหารเลือก และสัญญาต่างที่คณบดีระบุว่า ให้ประชาคมดูแล้ว ก็เป็นเพียงเบื้องต้น ยังไม่มีรายละเอียด โดยทางคณาจารย์ได้ส่งหนังสือข้อตรวจสอบสัญญาต่าง ๆ ทางพ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบ ยืนยันว่า ทางคณาจารย์ ไม่ได้ขัดขวาง เพียงแต่อยากได้รายละเอียดสัญญาต่าง ๆ และเงื่อนไขการใช้พื้นที่ เพราะยึดประโยชน์ของนักศึกษาเป็นหลัก หากมีการดำเนินการตามขั้นตอน ถูกต้อง ก็เชื่อว่าการปรับปรุงพื้นที่ดังกล่าวจะแล้วเสร็จตามเวลาที่กำหนด






