thansettakij
thansettakij
อินฟอร์มาฯ เตรียมจัดใหญ่งาน ‘FHT 2026’ ดันท่องเที่ยวไทยฝ่าวิกฤต

อินฟอร์มาฯ เตรียมจัดใหญ่งาน ‘FHT 2026’ ดันท่องเที่ยวไทยฝ่าวิกฤต

11 เม.ย. 69 | 08:55 น.
อัปเดตล่าสุด :11 เม.ย. 69 | 08:56 น.

ฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ร่วมมือพันธมิตร เดินหน้าจัดงาน Food & Hospitality Thailand 2026 ผลักดันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ ฝ่าวิกฤตสงคราม 19-22 สิงหาคม 2569 นี้

KEY

POINTS

  • อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ เตรียมจัดงาน Food & Hospitality Thailand (FHT) 2026 ระหว่างวันที่ 19-22 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
  • งานดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีเชื่อมโยงผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โรงแรม และอาหาร ให้สามารถจับคู่ธุรกิจและเข้าถึงนวัตกรรมจากบริษัทชั้นนำระดับโลก
  • มีเป้าหมายเพื่อช่วยผลักดันและสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวไทยให้สามารถปรับตัวและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์วิกฤต เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะกลับมาในอนาคต

นางสาวสุภาภรณ์ อังศรีสุรพร ผู้จัดการฝ่ายบริหารโครงการอาวุโส อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ผู้จัดงาน Food & Hospitality Thailand (FHT) กล่าวว่า อินฟอร์มาฯ ร่วมพันธมิตรภาครัฐและเอกชน เตรียมจัดงาน Food & Hospitality Thailand (FHT) 2026 ระหว่างวันที่ 19-22 สิงหาคม 2569 ชั้น G ฮอลล์ 1-4 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พร้อมกับ 2 งานใหญ่ของเอเชียอย่าง Hotel & Shop Plus Thailand และ HOTELEX Thailand 

โดยมีพาวิลเลียนนานาชาติเข้าร่วม ในเบื้องต้นมี 8 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา จีน อิตาลี ไต้หวัน อินเดีย แอฟริกาใต้ มาเลเซีย นับเป็นโอกาสทองของผู้ประกอบการไทยที่จะได้จับคู่ธุรกิจ รับแรงบันดาลใจ รวมถึงนำสิ่งที่จัดแสดงในงานไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรม วัตถุดิบ และสินค้า และโซลูชั่นจากบริษัทชั้นนำระดับโลกไปปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจ

ในการจัดงานครั้งนี้ยังคงความสำคัญกับทุกภาคส่วน ในฐานะศูนย์รวมและจุดเชื่อมโยงทุกภาคส่วนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โรงแรม อาหาร เครื่องดื่ม ร้านอาหาร ค้าปลีก สปา และการบริการ สอดคล้องกับแนวคิดในการจัดงาน "All Sectors, One Destination" โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากพันธมิตรสำคัญทั้งภาครัฐสมาคม องค์กรธุรกิจเอกชน บริษัทชั้นนำไทย-นานาชาติ รวมถึงผู้ประกอบการในธุรกิจท่องเที่ยว ที่จะมาร่วมจัดแสดงงาน นอกจากนี้ ยังมีการประชุมและสัมมนาเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ การแข่งขันเพื่อพัฒนาทักษะ และ การสาธิตและเวิร์กช็อปต่างๆ ฯลฯ 

อินฟอร์มาฯ เตรียมจัดใหญ่งาน ‘FHT 2026’ ดันท่องเที่ยวไทยฝ่าวิกฤต

“ในการจัดงานเมื่อปี 2568 ที่ผ่านมา การจัดงานสามารถดึงดูดผู้เข้าร่วมงานซึ่งมีอำนาจในการตัดสินใจซื้อและผู้ประกอบการไทยและนานาชาติให้เข่าร่วมงานได้มากถึง 30,909 คน จาก 68 ประเทศและภูมิภาค ดังนั้น สถานการณ์ปี 2569 ในวันนี้ นับเป็นอีกบททดสอบที่ภาคการท่องเที่ยวต้องเผชิญ ท่ามกลางความขัดแย้งที่เกิดขึ้นก็จะต้องมีข้อยุติ ดังนั้นผู้ประกอบการท่องเที่ยวและบริการจึงต้องเตรียมพร้อม ปรับตัว และพัฒนาศักยภาพตนเองอยู่ตลอดเวลา เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะกลับมาหลังเหตุการณ์คลี่คลาย”

นางสาวสุภาภรณ์ กล่าวว่าประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวโลก ไม่ใช่การมาเพียงครั้งเดียว แต่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังต้องการกลับมาเที่ยวไทย เพื่อค้นหาประสบการณ์ที่ให้คุณค่าสูงขึ้น (High-quality experiences) และมีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น (Personalization) ผู้ประกอบการจึงต้องยกระดับบริการ สร้างคุณค่าและประสบการณ์ที่ตอบสนองต่อความต้องการของนักท่องเที่ยวเหล่านี้ด้วย ซึ่งภาพรวมของธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว ทั้งโรงแรม และร้านอาหารในสถานการณ์สงครามขณะนี้ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปในทุกธุรกิจและอุตสาหกรรม 

หากสามารถรับมือและปรับตัวตามสถานการณ์ได้ จะเป็นภาพสะท้อนพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวที่แข็งแกร่งของบไทยอย่างมีนัยยะและน่าจับตา ซึ่งจากรายงานตัวเลขนักท่องเที่ยวสะสมล่าสุด ตั้งแต่ 1 มกราคม – 29 มีนาคม 2569 ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผยว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยสะสมกว่า 9.17 ล้านคน สร้างรายได้ประมาณ 446,765 ล้านบาท

อินฟอร์มาฯ เตรียมจัดใหญ่งาน ‘FHT 2026’ ดันท่องเที่ยวไทยฝ่าวิกฤต

แม้วันนี้นักท่องเที่ยวฝั่งยุโรปจะเดินทางมาได้ลำบากขึ้น แต่ในมุมของผู้ประกอบการก็ต้องรักษาไว้เพราะกำลังซื้อสูง ส่วนการแก้ปัญหาระยะสั้นภาครัฐและผู้ประกอบการควรปรับกลยุทธ์ โดยหันมาโฟกัสกลุ่มนักเดินทางระยะใกล้และโซนตะวันออกอย่าง จีน มาเลเซีย รัสเซีย อินเดีย เกาหลีใต้ ฯลฯ มากขึ้น นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ยังมีกำลังซื้อ เดินทางมาเที่ยวได้สะดวก และมองการท่องเที่ยวไทยว่ามีความคุ้มค่า (Value for Money) โดยภาครัฐควรต้องมีเร่งออกมาตรการกระตุ้น ปรับแผนการสนับสนุนและส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยในมิติใหม่ๆ ทั้งการอำนวยความสะดวก ตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นพื้นที่ปลอดภัย (Safe Haven) 

นอกจากนี้ ต้องผสานเทรนด์สร้างจุดขายในด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม อาหาร และเทรนด์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ซึ่งมีมูลค่าสูงและเติบโตอย่างก้าวกระโดดทั่วโลก ทำให้นักท่องเที่ยวมีแนวโน้มการพักระยะยาว (Long Term Residency) มากขึ้น ส่วนผู้ประกอบการแม้ภาระต้นทุนจะสูงขึ้นก็จะเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้า เช่น การพัก 3 คืน จ่าย 2 คืน หรือ แถมบริการสปาและอาหาร เพื่อจูงใจ ดึงดูด สร้างความรู้สึกคุ้มค่าให้ลูกค้าเข้าพักนานขึ้น