
วิเคราะห์สถานการณ์ราคาทองคำประจำวัน(18 ก.พ.62)
บทวิเคราะห์สถานการณ์ราคาทองคำแท่ง ประจำวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 โดยบริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
คำแนะนำ
รอจังหวะการอ่อนตัวลงของราคาค่อยเข้าซื้อ แม้ว่าแนวโน้มราคาเป็นบวกมากขึ้น แต่หากราคาทองคำไม่สามารถยืน 1,326-1,337 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ แนะนำแบ่งทองคำออกขายเพื่อทำกำไรบางส่วน แต่หากผ่านได้ให้ชะลอการขายออกไป
หากราคาทองคำทดสอบแนวรับที่ 1,317-1,314 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และยังสามารถยืนได้ อาจเกิดแรงซื้อให้ราคาดีดตัวขึ้น อย่างไรก็ตามจากช่วงที่ผ่านมาเมื่อราคาทองคำมีการปรับตัวขึ้นยังคงมีแรงขายออกมาเช่นกัน ดังนั้นหากราคาไม่ผ่านโซนแนวต้านระยะสั้นอยู่ที่ 1,326-1,337 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ประเมินว่าอาจเกิดการอ่อนตัวลงเพื่อสะสมแรงซื้ออีกครั้ง
แนวรับ 1,314 1,302 1,297
แนวต้าน 1,326 1,337 1,344
สรุป ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำปรับจากความวิตกเกี่ยวกับการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐ หลังการเปิดเผยตัวเลขยอดค้าปลีกของสหรัฐในวันพฤหัสบดี รวมถึงการผลิตภาคอุตสาหกรรมและราคานำเข้าในวันศุกร์ที่อ่อนแอเกินคาด ส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)สาขานิวยอร์ก ออกมาปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในไตรมาส 1 ลงเหลือ 1.08% ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ก่อนหน้าที่ระดับ 2.17% อีกทั้งยังหนุนการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)จะไม่สามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแม้แต่ครั้งเดียวในปีนี้ ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันให้สกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่า จนหนุนให้ทองคำปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์บริเวณ 1,322.62 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในระหว่างการซื้อขายของวันศุกร์ สำหรับการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐที่เสร็จสิ้นลงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แม้จะไม่ได้มีการเปิดเผยรายละเอียดของการเจรจา แต่การที่ทั้งสองฝ่ายตกลงจะพบกันอีกครั้งที่กรุงวอชิงตันในสัปดาห์นี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีและเป็นปัจจัยที่จะต้องติดตามกันต่อเนื่อง ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคำในวันศุกร์ -3.82 ตัน สำหรับวันนี้ปริมาณการซื้อขายในฝั่งสหรัฐจะเบาบางเนื่องจากตลาดตลาดเงิน ตลาดทุนและตลาดโลหะมีค่านิวยอร์กจะปิดทำการเนื่องในวัน Presidents' Day
ที่มา : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
คำแนะนำ
รอจังหวะการอ่อนตัวลงของราคาค่อยเข้าซื้อ แม้ว่าแนวโน้มราคาเป็นบวกมากขึ้น แต่หากราคาทองคำไม่สามารถยืน 1,326-1,337 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ แนะนำแบ่งทองคำออกขายเพื่อทำกำไรบางส่วน แต่หากผ่านได้ให้ชะลอการขายออกไป
หากราคาทองคำทดสอบแนวรับที่ 1,317-1,314 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และยังสามารถยืนได้ อาจเกิดแรงซื้อให้ราคาดีดตัวขึ้น อย่างไรก็ตามจากช่วงที่ผ่านมาเมื่อราคาทองคำมีการปรับตัวขึ้นยังคงมีแรงขายออกมาเช่นกัน ดังนั้นหากราคาไม่ผ่านโซนแนวต้านระยะสั้นอยู่ที่ 1,326-1,337 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ประเมินว่าอาจเกิดการอ่อนตัวลงเพื่อสะสมแรงซื้ออีกครั้ง
แนวรับ 1,314 1,302 1,297
แนวต้าน 1,326 1,337 1,344
สรุป ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำปรับจากความวิตกเกี่ยวกับการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐ หลังการเปิดเผยตัวเลขยอดค้าปลีกของสหรัฐในวันพฤหัสบดี รวมถึงการผลิตภาคอุตสาหกรรมและราคานำเข้าในวันศุกร์ที่อ่อนแอเกินคาด ส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)สาขานิวยอร์ก ออกมาปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในไตรมาส 1 ลงเหลือ 1.08% ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ก่อนหน้าที่ระดับ 2.17% อีกทั้งยังหนุนการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)จะไม่สามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแม้แต่ครั้งเดียวในปีนี้ ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันให้สกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่า จนหนุนให้ทองคำปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์บริเวณ 1,322.62 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในระหว่างการซื้อขายของวันศุกร์ สำหรับการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐที่เสร็จสิ้นลงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แม้จะไม่ได้มีการเปิดเผยรายละเอียดของการเจรจา แต่การที่ทั้งสองฝ่ายตกลงจะพบกันอีกครั้งที่กรุงวอชิงตันในสัปดาห์นี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีและเป็นปัจจัยที่จะต้องติดตามกันต่อเนื่อง ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคำในวันศุกร์ -3.82 ตัน สำหรับวันนี้ปริมาณการซื้อขายในฝั่งสหรัฐจะเบาบางเนื่องจากตลาดตลาดเงิน ตลาดทุนและตลาดโลหะมีค่านิวยอร์กจะปิดทำการเนื่องในวัน Presidents' Day
ที่มา : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด






