
ทุ่ม 1.3 หมื่นล้าน แก้สิ่งแวดล้อม "86 โครงการ" พื้นที่อีอีซี
กพอ. คลอดแผนสิ่งแวดล้อมในพื้นที่อีอีซี 86 โครงการ รัฐทุ่มลงทุน 9.29 พันล้านบาท พร้อมเปิดให้เอกชนร่วมลงทุน 4.27 พันล้านบาท สร้างศูนย์กำจัดขยะมูลฝอย ฉะเชิงเทรา ระบบกำจัดขยะเมืองพัทยา และเกาะล้าน ชลบุรี หลังเจอปัญหามลพิษที่ยังรอแก้ไขอีกเพียบ
การประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เมื่อวันที่ 15 ก.พ. ที่ผ่านมา ได้เห็นชอบแผนสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ในระยะ 4 ปี (2561-2564) ที่ผ่านการมีส่วนร่วมจากภาคส่วนต่าง ๆ มาแล้ว แผนดังกล่าวมีระยะเวลาดำเนินงาน 4 ปี (2561-2564) ถือเป็นการจัดการสิ่งแวดล้อมในพื้นที่อีอีซีในระยะที่ 1 ประกอบไปด้วย 4 ยุทธศาสตร์ 11 มาตรการ และ 79 แนวทางการปฏิบัติจัดการสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ หน่วยงานต่าง ๆ ได้เสนอโครงการเพื่อบรรจุในแผนปฏิบัติและโครงการเร่งด่วนรวม 86 โครงการ วงเงินรวมทั้งสิ้น 13,572 ล้านบาท เพื่อขอให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณรวม 9,298 ล้านบาท และให้เอกชนดำเนินงาน หรือ ร่วมทุนกิจการของรัฐในรูปแบบพีพีพี จำนวน 4,273 ล้านบาท
สำหรับโครงการเร่งด่วนที่จะต้องเร่งดำเนินงานจำนวน 14 โครงการ วงเงินรวม 8,555 ล้านบาท แบ่งเป็น งบประมาณประจำปี 2561-2562 วงเงิน 1,803 ล้านบาท และงบประมาณประจำปี 2563-2564 วงเงิน 2,538 ล้านบาท รวม 4,281 ล้านบาท และเป็นงบลงทุนของเอกชน หรือ เอกชนร่วมลงทุน จำนวน 4,273 ล้านบาท
แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เปิดเผยว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการรับฟังความคิดเห็นของส่วนต่าง ๆ ในช่วงที่ผ่านมา พบว่า ในบางพื้นที่ของอีอีซีมีสารมลพิษปนเปื้อนลงสู่สิ่งแวดล้อม เช่น คุณภาพอากาศ มีการตรวจพบก๊าซโอโซน ฝุ่นขนาดเล็ก และสารอินทรีย์ระเหยง่าย แม่นํ้าสายหลักและคลองสาขายังมีความเสื่อมโทรม นํ้าเสียชุมชนที่ระบายลงสู่แม่นํ้าลำคลอง ส่งผลต่อความเสื่อมโทรมของคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่ง
อีกทั้งโรงงานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่รวม 9,900 แห่ง มีการผลิตของเสียอุตสาหกรรมรวมประมาณปีละ 5.1 ล้านตัน สามารถกำจัดอย่างถูกต้องเพียง 49% และพบการลักลอบทิ้งของเสียตามสถานที่สาธารณะต่าง ๆ และเกิดกรณีฉุกเฉินด้านมลพิษบ่อยครั้ง
ขณะที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถกำจัดขยะมูลฝอยได้เพียง 34% จากปริมาณที่เกิดขึ้น 4,300 ตันต่อวัน มีตกค้างสะสมจากการกองทิ้ง 2 ล้านตัน คาดการณ์ว่า ในปี 2580 ปริมาณขยะมูลฝอยจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจากปัจจุบัน รวมทั้งยังขาดระบบบำบัดนํ้าเสียชุมชนให้ได้มาตรฐาน ชายฝั่งทะเลเกิดการกัดเซาะชายฝั่ง ปริมาณนํ้าไม่เพียงพอต่อความต้องการ เป็นต้น ดังนั้น การมีแผนจัดการสิ่งแวดล้อมดังกล่าวจะช่วยให้การบริการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่อีอีซีมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
หน้า 5 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับ 3,445 วันที่ 17-20 กุมภาพันธ์ 2562
การประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เมื่อวันที่ 15 ก.พ. ที่ผ่านมา ได้เห็นชอบแผนสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ในระยะ 4 ปี (2561-2564) ที่ผ่านการมีส่วนร่วมจากภาคส่วนต่าง ๆ มาแล้ว แผนดังกล่าวมีระยะเวลาดำเนินงาน 4 ปี (2561-2564) ถือเป็นการจัดการสิ่งแวดล้อมในพื้นที่อีอีซีในระยะที่ 1 ประกอบไปด้วย 4 ยุทธศาสตร์ 11 มาตรการ และ 79 แนวทางการปฏิบัติจัดการสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ หน่วยงานต่าง ๆ ได้เสนอโครงการเพื่อบรรจุในแผนปฏิบัติและโครงการเร่งด่วนรวม 86 โครงการ วงเงินรวมทั้งสิ้น 13,572 ล้านบาท เพื่อขอให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณรวม 9,298 ล้านบาท และให้เอกชนดำเนินงาน หรือ ร่วมทุนกิจการของรัฐในรูปแบบพีพีพี จำนวน 4,273 ล้านบาท
สำหรับโครงการเร่งด่วนที่จะต้องเร่งดำเนินงานจำนวน 14 โครงการ วงเงินรวม 8,555 ล้านบาท แบ่งเป็น งบประมาณประจำปี 2561-2562 วงเงิน 1,803 ล้านบาท และงบประมาณประจำปี 2563-2564 วงเงิน 2,538 ล้านบาท รวม 4,281 ล้านบาท และเป็นงบลงทุนของเอกชน หรือ เอกชนร่วมลงทุน จำนวน 4,273 ล้านบาท
แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เปิดเผยว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการรับฟังความคิดเห็นของส่วนต่าง ๆ ในช่วงที่ผ่านมา พบว่า ในบางพื้นที่ของอีอีซีมีสารมลพิษปนเปื้อนลงสู่สิ่งแวดล้อม เช่น คุณภาพอากาศ มีการตรวจพบก๊าซโอโซน ฝุ่นขนาดเล็ก และสารอินทรีย์ระเหยง่าย แม่นํ้าสายหลักและคลองสาขายังมีความเสื่อมโทรม นํ้าเสียชุมชนที่ระบายลงสู่แม่นํ้าลำคลอง ส่งผลต่อความเสื่อมโทรมของคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่ง
อีกทั้งโรงงานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่รวม 9,900 แห่ง มีการผลิตของเสียอุตสาหกรรมรวมประมาณปีละ 5.1 ล้านตัน สามารถกำจัดอย่างถูกต้องเพียง 49% และพบการลักลอบทิ้งของเสียตามสถานที่สาธารณะต่าง ๆ และเกิดกรณีฉุกเฉินด้านมลพิษบ่อยครั้ง
ขณะที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถกำจัดขยะมูลฝอยได้เพียง 34% จากปริมาณที่เกิดขึ้น 4,300 ตันต่อวัน มีตกค้างสะสมจากการกองทิ้ง 2 ล้านตัน คาดการณ์ว่า ในปี 2580 ปริมาณขยะมูลฝอยจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจากปัจจุบัน รวมทั้งยังขาดระบบบำบัดนํ้าเสียชุมชนให้ได้มาตรฐาน ชายฝั่งทะเลเกิดการกัดเซาะชายฝั่ง ปริมาณนํ้าไม่เพียงพอต่อความต้องการ เป็นต้น ดังนั้น การมีแผนจัดการสิ่งแวดล้อมดังกล่าวจะช่วยให้การบริการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่อีอีซีมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
หน้า 5 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับ 3,445 วันที่ 17-20 กุมภาพันธ์ 2562






