thansettakij
thansettakij
ส.อ.ท.เผยดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือนก.พ.หดตัว

ส.อ.ท.เผยดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือนก.พ.หดตัว

16 มี.ค. 59 | 09:02 น.
อัปเดตล่าสุด :16 มี.ค. 59 | 16:24 น.
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนกุมภาพันธ์ 2559 พบว่า อยู่ที่ระดับ 85.1 ปรับตัวลดลงจากระดับ 86.3 ในเดือนมกราคม นับเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ระดับ 100.1 ปรับตัวลดลงจากระดับ 100.8 จากการชะลอตัวของกำลังซื้อในภูมิภาค / ปัญหาภัยแล้ง / ปัญหาสภาพคล่องของกลุ่มเอสเอ็มอี และภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ทำให้ผู้ประกอบการระมัดระวังในการขยายการลงทุน จึงอยากให้ภาครัฐเร่งรัดการบริโภคและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในไตรมาส 2 ซึ่งจะช่วยจูงใจให้เกิดการลงทุนและการบริโภคภาคเอกชนเพิ่มขึ้นตามไปด้วย พร้อมออกมาตรการทางการเงิน เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น รวมถึงขยายการส่งออกไปยังตลาดใหม่ ลดการพึ่งพาตลาดหลัก

ส่วนการแก้ปัญหาภัยแล้ง สภาอุตสาหกรรมได้ขอความร่วมมือจากสมาชิกให้ช่วยกันประหยัดน้ำให้ได้ร้อยละ 30 ในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน หลังจากนั้นเมื่อเข้าสู่ฤดูฝน เชื่อว่าสถานการณ์ภัยแล้งก็จะเริ่มคลี่คลาย โดยส่วนตัวอยากให้รัฐบาลให้ความยำคัญเรื่องการบริหารจัดการน้ำ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรและภาคอุตสาหกรรม เบื้องต้นเสนอให้ชะลอแผนการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไปก่อน เพื่อนำงบประมาณส่วนนี้มาบริหารจัดการน้ำ ส่วนรถไฟทางคู่ยังมีความจำเป็นต่อภาพรวมเศรษฐกิจ จึงยังควรเดินหน้าโครงการต่อไป

ขณะที่การเปิดให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้ามาลงทะเบียนเพื่อจัดทำบัญชีเล่มเดียว ล่าสุดมีผู้ประกอบการเข้ามาลงทะเบียนแล้ว 450,000 ราย ซึ่งหลังจากนี้ผู้ที่เข้าระบบแล้วก็จะได้นับการฝึกอบรม ให้ความรู้ เกี่ยวกับการทำบัญชีรายรับรายจ่าย ช่วยให้เกิดการดำเนินงานที่ดีขึ้นในอนาคต

ด้านนายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท. กล่าวถึงยอดขายรถยนต์ภายในประเทศเดือนกุมภาพันธ์ 2559 ว่า มีจำนวน 57,090 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 10.7 ซึ่งเป็นผลจากเศรษฐกิจในประเทศและราคาสินค้าเกษตรยังไม่ฟื้นตัว ประกอบกับการลงทุนของภาคเอกชนยังชะลอตัว และการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตรถยนต์ที่ทำให้ประชาชนตัดสินใจซื้อรถยนต์ไปตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ขณะที่ยอดการผลิตรถยนต์เพื่อส่งออกอยู่ที่ 104,679 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 5.73 ซึ่งแม้ว่าการส่งออกรถยนต์ไปตลาดต่างประเทศจะลดลง แต่มูลค่ากลับเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.62 หรือคิดเป็น 76,402 ล้านบาท เนื่องจากอุตสาหกรรมยานยนต์ได้พัฒนาประสิทธิภาพของรถยนต์ให้สูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม คาดว่ายอดผลิตรถยนต์เดือนมีนาคม จะปรับตัวดีขึ้นกว่า 2 เดือนแรกของปี เนื่องจากค่ายรถยนต์จะมีการผลิตเพื่อชดเชยกำลังการผลิตที่จะลดลงในเดือนเมษายน จากการที่มีวันหยุดยาวหลายวัน ประกอบกับเพื่อรองรับความต้องการซื้อในงานแบงคอก อินเตอร์เนชั่นแนบ มอเตอร์โชว์ ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 มีนาคม-1 เมษายนนี้ ซึ่งคาดว่าจะมียอดจองรถยนต์ 4 หมื่นคัน คิดเป็นเม็ดเงินสะพัด 4 หมื่นล้านบาท

นายสุรพงษ์ ยังระบุว่า จะติดตามภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด ว่าจะส่งผลกระทบต่อยอดส่งออกรถยนต์มากน้อยเพียงใด จากปัจจุบันคาดว่าจะส่งออก 1.22 ล้านคัน ภายใต้สมมติฐานเศรษฐกิจโลกขยายตัวมากกว่าร้อยละ 3 แต่ขณะนี้มีความเป็นไปได้ที่ธนาคารโลกจะปรับลดประมาณการขยายตัวเศรษฐกิจโลกต่ำกว่าร้อยละ 3