thansettakij
thansettakij
บิ๊กโจ๊ก จับกุม ชาวอิหร่าน  ใช้พาสปอร์ตปลอม หวังหลบหนีไปปท.ที่3

บิ๊กโจ๊ก จับกุม ชาวอิหร่าน ใช้พาสปอร์ตปลอม หวังหลบหนีไปปท.ที่3

09 ก.พ. 62 | 08:28 น.
อัปเดตล่าสุด :09 ก.พ. 62 | 15:28 น.
 

      สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง   จับกุมชาวอิหร่านใช้หนังสือเดินทางบัลแกเรียปลอมหวังหลบหนีในไทยก่อนไปประเทศที่3

ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติมอบหมายให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ดำเนินการปราบปรามกลุ่มองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่กระทำความผิดและส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีพฤติการณ์เป็นภัยต่อสังคมก่อให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุขหรือความปลอดภัยของประชาชน หรือความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร

501262
ล่าสุด พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.) พร้อมด้วยฝ่ายบริหารและส่วนปฏิบัติการพิเศษท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ  ได้ร่วมกันจับกุมตัวคนอิหร่าน 2 คน ในข้อหาใช้หนังสือเดินทางบัลแกเรียปลอมหวังหลบหนีในไทยก่อนไปประเทศที่3

501257
โดยนาย MOAZZEZ HOUMAN สัญชาติอิหร่าน เกิด 11/09/1976 ใช้หนังสือเดินทางประเทศบัลแกเรียปลอมเลขที่  384831537 ระบุชื่อ นาย ILIEV DENIS ALBERTOV อายุ 42 ปี (เกิด 05/04/1976) และนาง ESMAEILI HOLASOU สัญชาติอิหร่าน เกิด 12/08/1984 ใช้หนังสือเดินทางประเทศบัลแกเรียปลอม เลขที่ 84132238 ระบุชื่อ นาง DANAILOYA PETYA  PETKOVA อายุ 36 ปี (เกิด 13/09/1983)

501263

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองทั้งฝ่ายสืบสวน และฝ่ายงานตรวจลงตรา ร่วมกันตรวจสอบคนต่างด้าวคล้ายชาวอาหรับต้องสงสัยใช้หนังสือเดินทางปลอมเข้ามาเพื่อใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านไปประเทศที่3 พบคนต่างด้าวทั้งสองอ้างว่าตนเดินทางเข้าสายการบินการ์ต้า เที่ยวบินที่ QR826 ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิตั้งแต่เวลา 04.00น.แล้วหลบซ่อนอยู่ในพื้นที่ผู้โดยสารขาออก จนกระทั่งเวลาประมาณ 12.00 น. จึงมาแสดงตัวเพื่อขอรับการตรวจลงตรา (VISA ON ARRIVAL) แต่ผิดสังเกตเนื่องจากเที่ยวบินดังกล่าวมาถึงนานแล้วและไม่สามารถแสดงบัตรที่นั่งได้ ชุดจับกุมจึงซักถามและนำหนังสือเดินทางบัลแกเรียข้างต้นไปตรวจสอบที่ศูนย์ตรวจสอบหนังสือเดินทางจนพบความผิดปกติ

501260

จากการซักถามคนต่างด้าวทั้งสองจึงรับสารภาพว่า ตนมีสัญชาติอิหร่านและนำหนังสือเดินทางอิหร่านที่ซ่อนไว้มอบให้  ทั้งสองอ้างว่า ได้เสียค่าใช้จ่ายในการหาหนังสือเดินทางปลอมประมาณ 20,000 เหรียญสหรัฐอเมริกาหรือประมาณ 600,000บาทไทย ต่อคน ใช้เดินทางผ่านประเทศไทยเพื่อต่อไปประเทศที่สาม ชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐาน ปลอมหรือมีไว้เพื่อใช้ซึ่งหนังสือเดินทางปลอม(หนังสือเดินทางบัลแกเรียปลอม) ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งจะได้ขยายผลต่อไป

จากกรณีดังกล่าว พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. และนายกิตติพงศ์ กิตติขจร รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ที่ปฏิบัติงานในท่าอากาศยานต่างๆ เพิ่มความเข้มในการปฏิบัติหน้าที่โดยยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรวจคนเข้าเมืองและหน่วยงานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะพร้อมใจกันทำหน้าที่ในฐานะประตูหลักของชาติ หากพบคนต่างด้าวมีท่าทีพิรุธอาจจะเข้ามากระทำผิดกฎหมายหลบซ่อนในพื้นที่ท่าอากาศยานให้แจ้งสายด่วน 1178 หรือ เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิโดยเร็ว