thansettakij
thansettakij
นักวิชาการชี้สงครามการค้ายึดเยื้อไร้ข้อสรุป ระยะยาวกระทบไทยแน่

นักวิชาการชี้สงครามการค้ายึดเยื้อไร้ข้อสรุป ระยะยาวกระทบไทยแน่

07 ก.พ. 62 | 09:24 น.
อัปเดตล่าสุด :07 ก.พ. 62 | 16:27 น.
นักวิชาการมองสงครามการค้าส่อยืดหาทางลงไม่ได้ คาดระยะยาวกระทบไทย พร้อมแนะผู้ประกอบการไทยเร่งพัฒนาสินค้าและเทคโนโลยี ขณะที่พาณิชย์เดินหน้าเน้นเจาะตลาดเมืองรองและตลาดศักยภาพ ชี้ยังมีโอกาสรอผู้ประกอบการไทย

มองโลก มองไทย_๑๙๐๒๐๗_0017 นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยว่าการส่งออกไทยมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยและสร้างรายได้เข้าประเทศในปี 2561 ถึง 252 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 605 ของ GDP (ค่าเฉลี่ยปี 2558-2560 เท่ากับ61.7%) แต่ในปัจจุบัน ความเชื่อมโยงของเศรษฐกิจทั่วโลกรวมถึงการค้ามีความซับซ้อนมากขึ้น สถานการณ์ทางการค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและยากต่อการคาดการณ์ ทำให้ภาคการส่งออกไทยกำลังเผชิญความผันผวนและไม่แน่นอน หลายครั้งที่นโยบายทางการค้า ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการเจรจาต่อรองและดำเนินนโยบายด้านอื่นๆ เมื่อผสมกับความซับซ้อนของการเมืองโลก และความไม่แน่นอนทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) จึงยิ่งส่งผลกระทบต่อการค้าโลกในวงกว้าง โดยตัวอย่างที่เราเห็นได้ชัด คือ สงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน ความไม่แน่นอนทางการเมืองที่เกิดขึ้นในฝั่งยุโรป และการแยกตัวของสหราชอาณาจักรออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (Brexit) ที่ล้วนสะท้อนให้เห็นแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงไปสู่สถาปัตยกรรมใหม่ทางการค้าของโลก (New Global Trade Architecture)

ทั้งนี้ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรับมือและเร่งปรับตัวต่อสถานการณ์ในวันข้างหน้า สนค. ในฐานะหน่วยงานวิชาการในการจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและยุทธ์ศาสตร์การค้าเพื่อสร้างการเติบโตทางการค้าให้ทันต่อกระแสการเปลี่ยนแปลง

[caption id="attachment_385798" align="aligncenter" width="503"] รศ.ดร. สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ รศ.ดร. สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์[/caption]

รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระ กล่าวว่า อนาคตการค้าไทยภายใต้ระเบียบโลกใหม่ ขึ้นอยู่กับว่าไทยจะปรับตัวทันหรือไม่ โดยปัจจัยที่กระทบต่อไทยมีหลายระดับ ตั้งแต่ระดับโลก ระดับภูมิภาค ไปจนถึงระดับอนุภูมิภาค การค้าระหว่างประเทศจะมีการขยายตัวของการค้าเสรี หรือ FTA ไม่จำกัด ขณะเดียวกันปัญหาการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ หรือ Climate Change จะสร้างผลกระทบมหาศาลกับทุกประเทศ สินค้าที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมจะเป็นที่ต้องการ ขณะที่สินค้าที่มาจากการทำลายสิ่งแวดล้อมหรือกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจะถูกปฏิเสธ แนวโน้มที่สำคัญคือสินค้าที่ส่งออกจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัย และมีนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่เหมาะกับยุค Digitalization

“การค้าระหว่างประเทศของไทยปีนี้ จะยังชะลอจากสงครามการค้า และคาดว่าหากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ส่งออกไทยอาจจะไม่ได้ตามเป้าที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งไว ซึ่งคาดว่าส่งออกไทยหากขยายตัวที่ 3-4% ถือว่าดีมากแล้ว และในช่วง20ปีที่ผ่านมาการค้าโลกมีการเปลี่ยนแปลงไปมมากซึ่งเป็นห่วงว่าหากไทยไม่ปรับตัวหรือปรับตัวไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงอาจจะส่งผลกระทบต่อการค้าการส่งออกในระยะกลางต่อเนื่องไปถึงระยะยาวได้ นอกจากนี้สงครามการที่เกิดขึ้นระหว่างจีนกับสหรัฐในขณะนี้ยังคงยืดเยื้อ ซึ่งกลายเป็นปัญหาระดับโลกไปแล้วและยังหาข้อสรุปไม่ได้ ดังนั้นในปีนี้ในฐานะที่ไทยเป็นประธานอาเซียนควรใช้โอกาสนี้ในการหาข้อสรุปทางการค้าเพื่อประโยชน์ของไทย”

ด้านนางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าว่า แม้ว่าตลาดหลักๆของไทยย่างอียู จีน สหรัฐ จะยังมีปัญหาเรื่องสงครามการค้า โดยเฉพาะจีนกับสหรัฐ แต่ไทยก็ยังมีตลาดที่มีศักยภาพ เช่น เอเซียใต้ แอฟริกา อาเซียน อินเดีย หรือมณฑลรองในจีน ซึ่งยังมีช่องทางให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปเจาะตลาด แต่ทั้งนี้จะต้องมีการพัฒนาสินค้าและเทคโนโลยีให้สามารถแข่งขันได้ เพราะปัจจุบันคู่แข่งมีการพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง สำหรับเป้าการส่งออกไทยปีนี้ยังคงเป้าขยายตัวที่ 8%

[caption id="attachment_385525" align="aligncenter" width="335"]  เพิ่มเพื่อน [/caption]