
แบรนด์นอกรุกไทย 'แกรนด์สปอร์ต' บุกอาเซียน!!
'แกรนด์สปอร์ต' ชี้! ถึงเวลาบุก "อาเซียน" หลังกีฬาในประเทศเพื่อนบ้านโชว์ผลงานดี ปลุกตลาดสปอร์ตแวร์คึกคัก ประเดิมคิกออฟเวียดนาม ตามด้วยมาเลย์ อินโดฯ ขณะที่ เมืองไทยพิษเศรษฐกิจทำเติบโตช้า พร้อมเดินหน้า
ต้องยอมรับว่า การรักษาตำแหน่ง "เจ้าแห่งอาเซียน" ของ "ไทยแลนด์" ในวันนี้ อยู่บนความสุ่มเสี่ยงอย่างมาก เพราะการพัฒนาทักษะฝีมือของนักกีฬาในประเทศอาเซียนมีความก้าวหน้าไปไกล เห็นได้จากผลงานที่เข้ารอบลึก ๆ ในหลายชนิดกีฬา โดยเฉพาะประเทศเวียดนาม ที่วันนี้กีฬายอดฮิตอย่างฟุตบอลก็สร้างผลงานดีผ่านทะลุเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายของเอเชียนคัพ 2019 ขณะที่ กีฬาอื่น ทั้งวอลเลย์บอล แบดมินตัน เทนนิส ฯลฯ ก็โชว์ฝีมือเทียบชั้นระดับโลก ทำให้กระแสนิยมในกีฬา ตัวนักกีฬา ตลอดจนสินค้ากีฬาต่าง ๆ บูมขึ้นอย่างมาก การเข้ารุกทำตลาดในประเทศเหล่านี้จึงน่าจับตามอง
[caption id="attachment_384700" align="aligncenter" width="367"]
ธิติ พฤกษ์ชะอุ่ม[/caption]
นายธิติ พฤกษ์ชะอุ่ม กรรมการผู้จัดการ บริษัท แกรนด์ สปอร์ต กรุ๊ป จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเสื้อผ้า ชุดกีฬา และอุปกรณ์กีฬา ภายใต้ชื่อ 'แกรนด์สปอร์ต' เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ในปีนี้ บริษัทมีแผนรุกตลาดเวียดนามเต็มรูปแบบ เริ่มต้นจากการเปิดตลาดรีเทล ด้วยการเปิด "แกรนด์สปอร์ต แฟล็กชิพสโตร์" แห่งแรกขึ้น รวมทั้งการสร้างแบรนด์ ขยายช่องทางการจำหน่ายในรูปแบบต่าง ๆ
"ตลาดเวียดนามเหมือนไทยเมื่อ 20-30 ปีก่อน กีฬาใดดัง แฟนคลับก็จะชื่นชอบและเลือกใส่เสื้อผ้า แต่งตัวเหมือนนักกีฬาคนโปรด" ที่ผ่านมา แกรนด์สปอร์ตมีวางจำหน่ายในเวียดนามมากว่า 20 ปี แต่เป็นการนำเข้าไปขาย แต่วันนี้จะเข้าไปทำตลาดเต็มรูปแบบ เพราะดีมานด์เริ่มเกิดขึ้น และพฤติกรรมคนเวียดนามนิยมแบรนด์ไทย แม้ราคาจะสูง ขณะที่ คู่แข่งส่วนใหญ่เป็นโลคัลแบรนด์ ซึ่งด้วยดีไซน์และคุณภาพแกรนด์สปอร์ตเหนือกว่า ส่วนอินเตอร์แบรนด์ในวันนี้ยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก นอกจากนี้ ประเทศอื่นก็มีพัฒนาการด้านกีฬาที่ดี ไม่ว่าจะเป็น มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ทำให้มองเห็นช่องว่างในการเข้าไปทำตลาดมากขึ้น
"ธิติ" บอกว่า ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ตลาดสินค้ากีฬาเมืองไทยโตช้า จากหลาย ๆ ปัจจัย ทั้งเศรษฐกิจ กำลังซื้อ ฯลฯ แม้กระแสนิยมกีฬาจะสูงขึ้น แต่การเข้ามาของแบรนด์ต่าง ๆ มากมายส่งผลกระทบ จึงเป็นที่มาที่ให้แกรนด์สปอร์ตต้องปรับตัว ด้วยการหันพัฒนาแบรนด์ใหม่ออกสู่ตลาด โดยเริ่มทดลองทำแบรนด์ "แกรนด์ ฟอร์เวิร์ด" (Grand Forward) เสื้อผ้ากีฬาในระดับพรีเมี่ยม มีจุดขายที่ดีไซน์จากวัตถุดิบพิเศษ เช่น เส้นด้าย Filagen ฯลฯ ทันสมัย มีสีสันกว่า และอีกแบรนด์ ได้แก่ XOLO เสื้อผ้ากีฬาฟิตเนส เทรนนิ่ง ฯลฯ
อย่างไรก็ดี แม้แกรนด์สปอร์ตจะประกาศปักหมุดบุกตลาดอาเซียนเต็มตัว แต่ตลาดเมืองไทยก็ยังคงต้องทำต่อเนื่อง ไม่สามารถหยุดหรือชะลอได้ ดังนั้น กลยุทธ์การทำตลาดในปีนี้ จึงหันไปเพิ่มช่องทางการขายให้มีความหลากหลาย รวมทั้งช่องทางการสร้างแบรนด์ การสื่อสารกับลูกค้าให้หลากหลายยิ่งขึ้น โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์และโลกโซเชียล
"ปีก่อนยอดขายในช่องทางออนไลน์เติบโตกว่า 100% ส่วนหนึ่งเป็นเพราะฐานยังเล็กอยู่ เมื่อเทียบกับออฟไลน์ที่เติบโต 10-20% จึงเป็นสิ่งบ่งชี้ให้เห็นพฤติกรรมลูกค้า ในปีนี้จึงเดินหน้ารุกต่อ โดยเพิ่มนํ้าหนักการทำตลาดและการนำเสนอสินค้าคอลเลกชันใหม่"
ส่วนกลยุทธ์เสริมที่จะเห็นในปีนี้ คือ การเชื่อมต่อลูกค้า เพื่อสร้างฐานลูกค้าให้แข็งแรงผ่านกลยุทธ์ Customer Relationship Management หรือ CRM รวมทั้งการจับมือกับพันธมิตรผ่านกลยุทธ์ Collaboration Marketing เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนฐานลูกค้า ผ่านคอลเลกชันใหม่จากการ X กับพาร์ตเนอร์
"ธิติ" บอกว่า ผลประกอบการของบริษัทในปีนี้ คาดว่าจะมียอดขาย 1,500 ล้านบาท เติบโต 20% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มียอดขาย 1,200 ล้านบาท เติบโต 10-15%
หน้า 32 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,442 วันที่ 7 - 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
ต้องยอมรับว่า การรักษาตำแหน่ง "เจ้าแห่งอาเซียน" ของ "ไทยแลนด์" ในวันนี้ อยู่บนความสุ่มเสี่ยงอย่างมาก เพราะการพัฒนาทักษะฝีมือของนักกีฬาในประเทศอาเซียนมีความก้าวหน้าไปไกล เห็นได้จากผลงานที่เข้ารอบลึก ๆ ในหลายชนิดกีฬา โดยเฉพาะประเทศเวียดนาม ที่วันนี้กีฬายอดฮิตอย่างฟุตบอลก็สร้างผลงานดีผ่านทะลุเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายของเอเชียนคัพ 2019 ขณะที่ กีฬาอื่น ทั้งวอลเลย์บอล แบดมินตัน เทนนิส ฯลฯ ก็โชว์ฝีมือเทียบชั้นระดับโลก ทำให้กระแสนิยมในกีฬา ตัวนักกีฬา ตลอดจนสินค้ากีฬาต่าง ๆ บูมขึ้นอย่างมาก การเข้ารุกทำตลาดในประเทศเหล่านี้จึงน่าจับตามอง
[caption id="attachment_384700" align="aligncenter" width="367"]
นายธิติ พฤกษ์ชะอุ่ม กรรมการผู้จัดการ บริษัท แกรนด์ สปอร์ต กรุ๊ป จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเสื้อผ้า ชุดกีฬา และอุปกรณ์กีฬา ภายใต้ชื่อ 'แกรนด์สปอร์ต' เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ในปีนี้ บริษัทมีแผนรุกตลาดเวียดนามเต็มรูปแบบ เริ่มต้นจากการเปิดตลาดรีเทล ด้วยการเปิด "แกรนด์สปอร์ต แฟล็กชิพสโตร์" แห่งแรกขึ้น รวมทั้งการสร้างแบรนด์ ขยายช่องทางการจำหน่ายในรูปแบบต่าง ๆ
"ตลาดเวียดนามเหมือนไทยเมื่อ 20-30 ปีก่อน กีฬาใดดัง แฟนคลับก็จะชื่นชอบและเลือกใส่เสื้อผ้า แต่งตัวเหมือนนักกีฬาคนโปรด" ที่ผ่านมา แกรนด์สปอร์ตมีวางจำหน่ายในเวียดนามมากว่า 20 ปี แต่เป็นการนำเข้าไปขาย แต่วันนี้จะเข้าไปทำตลาดเต็มรูปแบบ เพราะดีมานด์เริ่มเกิดขึ้น และพฤติกรรมคนเวียดนามนิยมแบรนด์ไทย แม้ราคาจะสูง ขณะที่ คู่แข่งส่วนใหญ่เป็นโลคัลแบรนด์ ซึ่งด้วยดีไซน์และคุณภาพแกรนด์สปอร์ตเหนือกว่า ส่วนอินเตอร์แบรนด์ในวันนี้ยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก นอกจากนี้ ประเทศอื่นก็มีพัฒนาการด้านกีฬาที่ดี ไม่ว่าจะเป็น มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ทำให้มองเห็นช่องว่างในการเข้าไปทำตลาดมากขึ้น
"ธิติ" บอกว่า ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ตลาดสินค้ากีฬาเมืองไทยโตช้า จากหลาย ๆ ปัจจัย ทั้งเศรษฐกิจ กำลังซื้อ ฯลฯ แม้กระแสนิยมกีฬาจะสูงขึ้น แต่การเข้ามาของแบรนด์ต่าง ๆ มากมายส่งผลกระทบ จึงเป็นที่มาที่ให้แกรนด์สปอร์ตต้องปรับตัว ด้วยการหันพัฒนาแบรนด์ใหม่ออกสู่ตลาด โดยเริ่มทดลองทำแบรนด์ "แกรนด์ ฟอร์เวิร์ด" (Grand Forward) เสื้อผ้ากีฬาในระดับพรีเมี่ยม มีจุดขายที่ดีไซน์จากวัตถุดิบพิเศษ เช่น เส้นด้าย Filagen ฯลฯ ทันสมัย มีสีสันกว่า และอีกแบรนด์ ได้แก่ XOLO เสื้อผ้ากีฬาฟิตเนส เทรนนิ่ง ฯลฯ
อย่างไรก็ดี แม้แกรนด์สปอร์ตจะประกาศปักหมุดบุกตลาดอาเซียนเต็มตัว แต่ตลาดเมืองไทยก็ยังคงต้องทำต่อเนื่อง ไม่สามารถหยุดหรือชะลอได้ ดังนั้น กลยุทธ์การทำตลาดในปีนี้ จึงหันไปเพิ่มช่องทางการขายให้มีความหลากหลาย รวมทั้งช่องทางการสร้างแบรนด์ การสื่อสารกับลูกค้าให้หลากหลายยิ่งขึ้น โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์และโลกโซเชียล
"ปีก่อนยอดขายในช่องทางออนไลน์เติบโตกว่า 100% ส่วนหนึ่งเป็นเพราะฐานยังเล็กอยู่ เมื่อเทียบกับออฟไลน์ที่เติบโต 10-20% จึงเป็นสิ่งบ่งชี้ให้เห็นพฤติกรรมลูกค้า ในปีนี้จึงเดินหน้ารุกต่อ โดยเพิ่มนํ้าหนักการทำตลาดและการนำเสนอสินค้าคอลเลกชันใหม่"
ส่วนกลยุทธ์เสริมที่จะเห็นในปีนี้ คือ การเชื่อมต่อลูกค้า เพื่อสร้างฐานลูกค้าให้แข็งแรงผ่านกลยุทธ์ Customer Relationship Management หรือ CRM รวมทั้งการจับมือกับพันธมิตรผ่านกลยุทธ์ Collaboration Marketing เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนฐานลูกค้า ผ่านคอลเลกชันใหม่จากการ X กับพาร์ตเนอร์
"ธิติ" บอกว่า ผลประกอบการของบริษัทในปีนี้ คาดว่าจะมียอดขาย 1,500 ล้านบาท เติบโต 20% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มียอดขาย 1,200 ล้านบาท เติบโต 10-15%
หน้า 32 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,442 วันที่ 7 - 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562






