
'สมคิด' สั่งกระทรวงอุตสาหกรรมปรับบทบาทด่วน!
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ เปิดเผยภายหลังการเข้าไปตรวจเยี่ยมกระทรวงอุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมา ว่า ได้สั่งการให้กระทรวงฯ และหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องปรับบทบาทการดูแลและช่วยเหลือผู้ประกอบการจากที่บังคับหรือกำกับ ปรับบทบาทมาเป็นการดูแลและส่งเสริม รวมถึงการแก้กฎหมายและกฎกระทรวง โดยเน้นการพัฒนาผู้ประกอบการหน้าใหม่ (สตาร์ทอัพ) ให้ก้าวทันต่างประเทศ ภายใน 3 เดือนนี้ จะต้องเริ่มเห็นแนวทางการดำเนินงาน เพราะในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เวียดนามจะมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและอาจจะก้าวหน้าไปมากกว่าประเทศไทย จำเป็นต้องพัฒนาเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพของไทย จะต้องมีการปรับแก้บทบาทของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรง
"ไม่อยากให้ใครคิดแบบไดโนเสาร์ เพราะมันก็จะออกลูกเป็นไดโนเสาร์ อยากคิดให้ก้าวหน้ามากขึ้น" นายสมคิด กล่าว
นอกจากนี้ ได้สั่งการให้เร่งขับเคลื่อนการจัดตั้ง บริษัท อินโนสเปซ (ประเทศไทย) หรือ การจัดตั้งศูนย์ Innospace โดยจะลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ร่วมกับฮ่องกงในวันที่ 28 ก.พ. นี้ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มกลางช่วยส่งเสริมและพัฒนา สตาร์ทอัพไทยครบวงจร เพื่อสร้างธุรกิจสตาร์ทอัพสู่การเป็นยูนิคอร์น หรือ ธุรกิจที่เติบโตรวดเร็วมูลค่าสูง และเป็นการขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรมยั่งยืน ให้ประสานการทำงานร่วมกับภาครัฐและเอกชน ทั้งในและต่างประเทศ ที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมธุรกิจสตาร์ทอัพให้เติบโตและเข้าสู่การเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็มเอไอ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ต่อไป
"การจัดตั้งศูนย์ Innospace อาจมีการทบทวนชื่อเป็น Thailand Cyberport โดยใช้ต้นแบบจาก Hong Kong Cyberport และผู้ที่จะเข้ามาบริหารอินโนสเปซ จะต้องเป็นคนที่ทำงานได้และเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้ ซึ่งจะต้องไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์ เพราะไม่ใช่หน่วยงานวิทยาศาสตร์ แต่เป็นหน่วยงานที่สนับสนุนผู้ประกอบการ และคนที่น่าจะมีความเชี่ยวชาญเรื่องนี้ก็มีหลายคนในประเทศ เช่น นายเทวินทร์ วงศ์วานิช อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. หรือ นายวีระพงษ์ มาลัย รองอธิการบดี ฝ่ายพัฒนานวัตกรรม และผู้ประกอบการสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ" นายสมคิด กล่าว
"ไม่อยากให้ใครคิดแบบไดโนเสาร์ เพราะมันก็จะออกลูกเป็นไดโนเสาร์ อยากคิดให้ก้าวหน้ามากขึ้น" นายสมคิด กล่าว
นอกจากนี้ ได้สั่งการให้เร่งขับเคลื่อนการจัดตั้ง บริษัท อินโนสเปซ (ประเทศไทย) หรือ การจัดตั้งศูนย์ Innospace โดยจะลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ร่วมกับฮ่องกงในวันที่ 28 ก.พ. นี้ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มกลางช่วยส่งเสริมและพัฒนา สตาร์ทอัพไทยครบวงจร เพื่อสร้างธุรกิจสตาร์ทอัพสู่การเป็นยูนิคอร์น หรือ ธุรกิจที่เติบโตรวดเร็วมูลค่าสูง และเป็นการขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรมยั่งยืน ให้ประสานการทำงานร่วมกับภาครัฐและเอกชน ทั้งในและต่างประเทศ ที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมธุรกิจสตาร์ทอัพให้เติบโตและเข้าสู่การเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็มเอไอ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ต่อไป
"การจัดตั้งศูนย์ Innospace อาจมีการทบทวนชื่อเป็น Thailand Cyberport โดยใช้ต้นแบบจาก Hong Kong Cyberport และผู้ที่จะเข้ามาบริหารอินโนสเปซ จะต้องเป็นคนที่ทำงานได้และเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้ ซึ่งจะต้องไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์ เพราะไม่ใช่หน่วยงานวิทยาศาสตร์ แต่เป็นหน่วยงานที่สนับสนุนผู้ประกอบการ และคนที่น่าจะมีความเชี่ยวชาญเรื่องนี้ก็มีหลายคนในประเทศ เช่น นายเทวินทร์ วงศ์วานิช อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. หรือ นายวีระพงษ์ มาลัย รองอธิการบดี ฝ่ายพัฒนานวัตกรรม และผู้ประกอบการสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ" นายสมคิด กล่าว






