thansettakij
thansettakij
"แรงงานไทย" ขุดทอง 'ญี่ปุ่น' โกยรายได้หลักแสน

"แรงงานไทย" ขุดทอง 'ญี่ปุ่น' โกยรายได้หลักแสน

01 ก.พ. 62 | 09:38 น.
อัปเดตล่าสุด :07 ก.พ. 62 | 11:38 น.
ดีมานด์แรงงานไทยในญี่ปุ่นพุ่ง! 'ไมนิจิ' ขยายบริการหาคนป้อนงาน เผย รายได้ 7 หมื่น - 1 แสนบาทต่อเดือน เพียงมีทักษะพื้นฐาน+ภาษาญี่ปุ่นได้งานทันที 100% หลังขาดแคลนแรงงานหนัก ทั้งงานด้านดูแลผู้สูงอายุ ภาคการผลิตอุตสาหกรรม-เกษตร ล่าสุด พร้อมเปิดใช้วีซ่าใหม่ เม.ย. 2562

การเผชิญกับอัตราการเกิดของประชากรที่ลดลงต่อเนื่อง ขณะที่ สัดส่วนผู้สูงอายุกลับเติบโตสวนทางกัน กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ประเทศญี่ปุ่นต้องเร่งหาทางออก หนึ่งในแนวทาง คือ การเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติเข้าไปทำงานและใช้ชีวิตอยู่ในประเทศญี่ปุ่น ทั้งในฐานะนักเรียน นักศึกษา รวมถึงแรงงานในทุกระดับชั้น โดยพบว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีชาวต่างชาติเข้าไปอาศัยในญี่ปุ่นมากกว่า 3 ล้านคน ทั้งที่ถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎหมาย ทั้งที่ไปทำงาน เป็นนักเรียนและนักศึกษา แต่ก็ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาดแรงงาน

ล่าสุด สำนักงานควบคุมคนเข้าเมือง กระทรวงยุติธรรมญี่ปุ่น ได้ออกมาเปิดเผยว่า รัฐบาลญี่ปุ่นได้อนุมัติวีซ่าแบบใหม่สำหรับแรงงานที่มีทักษะเฉพาะทาง หรือ Specified Skills 2 ประเภท คือ วีซ่าทักษะเฉพาะทาง 1 สำหรับแรงงานในภาคอุตสาหกรรม 14 สาขา ได้แก่ งานบริบาล งานทำความสะอาดอาคาร งานผลิต ชิ้นส่วนอุตสาหกรรม งานผลิตเครื่องจักร งานด้านไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ งานก่อสร้าง งานต่อเรือเดินสมุทร/งานเกี่ยวเนื่องเรือเดินสมุทร งานบำรุงรักษารถยนต์ งานภาคพื้นสนามบิน งานด้านที่พัก งานเกษตร งานประมง งานผลิตวัตถุดิบประเภทอาหารและเครื่องดื่ม และงานร้านอาหาร ส่วนวีซ่าทักษะเฉพาะทาง 2 สำหรับแรงงานใน 2 สาขา ได้แก่ งานก่อสร้าง และงานต่อเรือเดินสมุทร/งานเกี่ยวเนื่องเรือเดินสมุทร โดยจะเริ่มเปิดใช้ในเดือน เม.ย. 2562 จากเดิมที่มีวีซ่า 3 ประเภท ได้แก่ วีซ่าทำงาน, วีซ่าที่ไม่ใช่ประเภททำงาน และวีซ่าติดตามครอบครัว

โดยทุก ๆ ตำแหน่งงานจะต้องผ่านการทดสอบทักษะฝีมือตามที่หน่วยงานที่ต้องการกำหนด และผ่านการทดสอบภาษาญี่ปุ่นในระดับ N4 ขึ้นไป โดยไม่จำกัดจำนวน ขณะเดียวกัน นักเรียน นักศึกษา ที่เข้าไปเรียนด้านภาษาญี่ปุ่นในประเทศญี่ปุ่น ก็สามารถเลือกทำงานพิเศษ (พาร์ตไทม์) ในสายงานต่าง ๆ เช่น ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต ฯลฯ ได้เช่นกัน จากความต้องการดังกล่าวทำให้มีผู้ประกอบการจำนวนมากหันมาให้บริการเป็นตัวแทนหางานสำหรับแรงงานที่ต้องการไปทำงานประเทศญี่ปุ่น

 

[caption id="attachment_381285" align="aligncenter" width="326"] ยุพเรศ เอกธุระประคัลภ์ ยุพเรศ เอกธุระประคัลภ์[/caption]

นางสาวยุพเรศ เอกธุระประคัลภ์ ประธานกรรมการ บริษัท จี-ยู ครีเอทีฟ จำกัด เจ้าของและผู้ก่อตั้ง "ไมนิจิ อะคาเดมี กรุ๊ป" ศูนย์แนะแนวการศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่น, โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่น 'ไมนิจิ' เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า หลังเปิดโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นและศูนย์แนะแนวการศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นมานานนับสิบปี ทำให้มีความคุ้นเคยและรู้จักถึงวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นเป็นอย่างดี ขณะเดียวกันยังพบว่า ความต้องการแรงงานญี่ปุ่นที่เพิ่มขึ้น เป็นโอกาสของคนไทยที่จะเข้าไปทำงาน ดังนั้น บริษัทจึงขยายรูปแบบการให้บริการ โดยเพิ่มการให้บริการสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปทำงานยังประเทศญี่ปุ่นแบบถูกกฎหมาย


mp32-3440-a

ทั้งนี้ พบว่า แรงงานในประเทศญี่ปุ่นขาดแคลนอย่างมาก ดังนั้น ผู้ที่สนใจไปทำงานและมีทักษะด้านภาษาญี่ปุ่นจะได้งานแบบ 100% ขณะที่ ขาดทักษะภาษาญี่ปุ่นก็สามารถเรียนเพิ่มเติมได้ โดยใช้ระยะเวลา 1-2 เดือน โดยจะเลือกเรียนภาษาที่ประเทศไทย หรือจะเดินทางไปเรียนที่ญี่ปุ่นก็ได้

"ชาวญี่ปุ่นชื่นชอบและต้องการแรงงานคนไทยอย่างมาก เพราะมีจุดเด่นด้านการบริการที่ดี แต่มีจุดอ่อนด้านภาษา เพราะชาวญี่ปุ่นจะเน้นใช้ภาษาญี่ปุ่น ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ"

วันนี้จึงมีบริษัทที่ซัพพลายคนไทยไปทำงานญี่ปุ่นจำนวนมาก โดยอาชีพที่คนไทยนิยมทำมากที่สุด ได้แก่ ร้านอาหาร รองลงมา ได้แก่ โรงแรม เรียวกัง และร้านสะดวกซื้อ ขณะที่ แรงงานที่ขาดแคลนมากที่สุด ได้แก่ งานด้านดูแลผู้สูงอายุ แรงงานภาคอุตสาหกรรม และแรงงานภาคเกษตร โดยเบื้องต้นจะมีรายได้ 4-5 หมื่นบาทต่อคนต่อเดือน และมีสวัสดิการ ที่พัก โบนัส และค่าล่วงเวลา (โอที) เบ็ดเสร็จจะมีรายได้รวม 7 หมื่น - 1 แสนบาทต่อคนต่อเดือน

ขณะที่ นักศึกษาสามารถทำงานพาร์ตไทม์ได้เฉลี่ย 26 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ในอัตราชั่วโมงละ 800-2,000 เยน และเมื่อเรียนจบก็สามารถเข้าทำงานในบริษัทหรือหน่วยงานต่าง ๆ ของภาครัฐได้ทันที โดยมีค่าตอบแทนเทียบเท่ากับชาวญี่ปุ่นด้วย

"ประเทศญี่ปุ่นยังต้องการแรงงานไทยจำนวนมากในทุก ๆ ภาคส่วน ทั้งงานด้านทักษะฝีมือ งานด้านแรงงาน และงานบริการ จึงเป็นโอกาสของคนไทยที่เดินทางไปทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ อีกต่อไป"

หน้า 32 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3,440 ระหว่างวันที่ 31 มกราคม - 2 กุมภาพันธ์ 2562

595959859