thansettakij
thansettakij
พาณิชย์ เตรียมรับมือด่วน!  ปี63 ยอดผูู้สูงอายุพุ่ง13ล้านคน

พาณิชย์ เตรียมรับมือด่วน! ปี63 ยอดผูู้สูงอายุพุ่ง13ล้านคน

25 ม.ค. 62 | 07:23 น.
อัปเดตล่าสุด :25 ม.ค. 62 | 14:35 น.
พาณิชย์ เตรียมรับมือด่วน!ปี63 ยอดผูู้สูงอายุพุ่ง13ล้านคนหรือ20%ของคนไทยทั้งประเทศ  เร่งแก้ปัญหาการขาดแคลนธุรกิจดูแลผู้สูงอายุในไทย หลังพบธุรกิจดูแลผู้สูงอายุโตไม่ทันความต้องการของตลาด
นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้มีการคาดการณ์ว่าในปี 2563 ไทยจะมีผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน 60 ปี ราว 13 ล้านคน หรือ 20% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศจากที่ปี2560มีผู้สูงอายุในประเทศกว่า10ล้านคนหรือราว15.4%  ซึ่งไทยกำลังกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เช่นเดียวกับประเทศที่พัฒนาแล้ว ผู้สูงอายุมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เช่น ญี่ปุ่น ยุโรป ประเทศในกลุ่มนอร์ดิก เช่น ไอซ์แลนด์ และฟินแลนด์ เป็นต้น

ดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและเป็นโอกาสของไทยในการเตรียมตัว เพราะไทยเองมีความได้เปรียบในหลายด้าน โดยเฉพาะงานบริการที่คนไทยมีหัวใจรักบริการ ค่าใช้จ่ายมีความสมเหตุสมผล มีสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่พักผ่อนหลากหลาย นอกจากนี้ไทยยังมีสถานบริการทางการแพทย์และสถานบริการสุขภาพที่ครบครัน ซึ่งจากองค์ประกอบที่ครบถ้วนนี้ ทำให้ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุของไทยสามารถตอบโจทย์ผู้สูงอายุจากทั่วทุกมุมโลกได้ครบทุกมิติ

[caption id="attachment_379561" align="aligncenter" width="333"] วุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ วุฒิไกร ลีวีระพันธุ์[/caption]

อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญของธุรกิจดูแลผู้สูงอายุในประเทศไทย คือ การขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้และทักษะการจัดการบริการ ได้แก่ แพทย์ พยาบาล ผู้ช่วยการพยาบาล นักกายภาพบำบัด นักโภชนาการ และนักกิจกรรมบำบัด อีกปัญหาหนึ่งที่สำคัญ คือ สถานบริการบางแห่งยังไม่ได้มาตรฐาน การดำเนินงานยังคงพบปัญหาข้อร้องเรียนต่างๆ เช่น ผู้ให้บริการไม่รับผิดชอบดูแลผู้สูงอายุให้เพียงพอ ฯลฯ หรือในกรณีผู้สูงอายุเสียชีวิต ณ สถานประกอบการ ควรต้องดำเนินการอย่างไร เนื่องจากยังไม่มีเกณฑ์มาตรฐานสถานดูแลผู้สูงอายุที่จะให้คำตอบเมื่อเกิดปัญหาขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบและเกิดความเสียหายแก่ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุในระยะยาว
ดังนั้นกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้เข้ามาดูแลเรื่องมาตรฐานการบริหารจัดการธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ โดยเน้นการส่งเสริมพัฒนาธุรกิจให้มีมาตรฐานคุณภาพการบริหารจัดการธุรกิจ ประกอบด้วย การสร้างองค์ความรู้ และเสริมสร้างศักยภาพด้านการบริหารจัดการ พัฒนาธุรกิจบริการสู่เกณฑ์มาตรฐานคุณภาพตามแนวทางของรางวัลคุณภาพแห่งชาติ (Thailand Quality Award : TQA) และ สร้างโอกาสทางการตลาดและเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจดูแลผู้สูงอายุที่มีศักยภาพกับตลาดผ่านแพลทฟอร์ม หรือ ช่องทางการตลาดของกลุ่ม Startup ที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ กรมฯ ยังได้ร่วมมือกับ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สร้างโอกาสทางการตลาดให้แก่ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ โดยการนำเสนอธุรกิจในงานแสดงธุรกิจ STYLE 2019 ที่กำลังจะจัดขึ้นในเดือนเมษายน 2562 ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Virtual Reality หรือ VR ในการนำเสนอธุรกิจบริการสุขภาพ (สปา นวดเพื่อสุขภาพ และธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ) จำนวน 50 ราย เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ในการนำเสนอธุรกิจบริการให้ลูกค้ารู้สึกเหมือนได้ไปเยือนสถานที่จริง ก่อนตัดสินใจเดินทางไปใช้บริการ ณ สถานที่จริง ซึ่งนอกจากจะมีการนำเสนอธุรกิจในงานฯ ดังกล่าวแล้ว ธุรกิจที่เข้าร่วมโครงการยังสามารถนำสื่อ VR ไปต่อยอดในการทำการตลาดออนไลน์ของตนเองได้อีกด้วย
ทั้งนี้ ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุในประเทศไทย แบ่งได้ออกเป็น 5 รูปแบบ คือ 1. บ้านพักคนชรา (residential Home) 2. สถานบริการช่วยเหลือในการดำรงชีวิต (Assisted Living) 3 สถานบริบาล (Nursing Home) 4. สถานดูแลระยะยาวในโรงพยาบาล (Long-term Care Hospital) และ 5. สถานดูแลระยะสุดท้าย (Hospice Care) ข้อมูลจากมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทยและกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ปัจจุบันมีผู้ประกอบการธุรกิจดูแลผู้สูงอายุในประเทศไทย จำนวนทั้งสิ้น 800 ราย แบ่งเป็น นิติบุคคล จำนวน 273 ราย คิดเป็น 34.12% ทุนจดทะเบียนรวม 1,534ล้านบาท และบุคคลธรรมดา จำนวน 527 ราย คิดเป็น 65.88%

ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว