
ยอดธุรกิจเปิดใหม่ปี 61 วูบ! เลิกกิจการพุ่ง 2.1 หมื่นราย เล็งปี 62 ตั้งใหม่ 7 หมื่นบริษัท
กรมพัฒน์ฯ สรุปยอดธุรกิจจัดตั้งใหม่ปี 61 จำนวน 7.2 หมื่นราย ลดลงกว่า 2,400 รายจากปีก่อน เหตุรัฐปรับลดความเข้มข้นมาตรการหนุน ขณะที่ เลิกกิจการ 2.1 หมื่นราย อสังหาฯ-ก่อสร้างครองอันดับ 1 เปิด-ปิดมากสุด ตั้งเป้าปี 62 ยอดจดทะเบียนใหม่ 7 หมื่นราย การเมืองปัจจัยเสี่ยง
นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ แถลงการจดทะเบียนธุรกิจและการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ประจำเดือน ธ.ค. 2561 และประจำปี 2561 โดยมีรายละเอียด ดังนี้ เดือน ธ.ค. มีผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัทใหม่ทั่วประเทศในเดือน ธ.ค. 2561 จำนวน 4,102 ราย เทียบกับเดือน พ.ย. 2561 จำนวน 5,539 ราย ลดลงจำนวน 1,437 ราย หรือลดลง 26% ซึ่งเป็นสถานการณ์ปกติของการจดทะเบียนในช่วงสิ้นปีที่มีลักษณะตามแนวโน้มฤดูกาล (Seasonal Trend) ที่ลดลง และเมื่อเทียบกับเดือน ธ.ค. 2560 จำนวน 6,305 ราย ลดลงจำนวน 2,203 ราย หรือลดลง 35% เนื่องจากปีที่ผ่านมาการจัดตั้งธุรกิจเพิ่มขึ้นมากจากมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมให้บุคคลธรรมดาประกอบธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคลของกรมสรรพากร
[caption id="attachment_378569" align="aligncenter" width="503"]
วุฒิไกร ลีวีระพันธุ์[/caption]
ขณะที่ ภาพรวม ปี 2561 จำนวนธุรกิจตั้งใหม่สะสมตั้งแต่เดือน ม.ค. – ธ.ค. 2561 มีจำนวน 72,109 ราย เมื่อเทียบกับปีก่อน (ปี 2560) มีจำนวน 74,517 ราย ลดลง 2,408 ราย หรือลดลง 3% แม้ว่าในปี 2561 จะยังคงมีมาตรการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการจัดตั้งธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคล แต่ได้มีการปรับลดความเข้มข้นของมาตรการบางส่วนลง เช่น การยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะอากรแสตมป์ ละค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนนิติกรรมที่ดิน เป็นต้น จึงเป็นเหตุให้จำนวนธุรกิจจัดตั้งใหม่ในปี 2561 ลดลงเล็กน้อยจากปี 2560
ประเภทธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรกในเดือน ธ.ค. 2561 ได้แก่ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 372 ราย คิดเป็น 9% รองลงมา คือ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป 322 ราย คิดเป็น 8% และอันดับ 3 คือ ธุรกิจขายปลีกสินค้าอื่น ๆ ในร้านค้าทั่วไป จำนวน 118 ราย คิดเป็น 3%
ส่วนทั้งปี 2561 ธุรกิจจัดตั้งใหม่ 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 6,578 ราย คิดเป็น 9% รองลงมา คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 4,394 ราย คิดเป็น 6% และอันดับ 3 คือ ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร 2,058 ราย คิดเป็น 3%
➣ ทุนจดทะเบียนลดลง
สำหรับทุนจดทะเบียนธุรกิจจัดตั้งใหม่เดือน ธ.ค. มีจำนวนทั้งสิ้น 38,669 ล้านบาท เทียบกับเดือน พ.ย. 2561 จำนวน 75,167 ล้านบาท ลดลง 36,498 ล้านบาท หรือลดลง 49% และเมื่อเทียบกับเดือน ธ.ค. 2560 จำนวน 146,984 ล้านบาท ลดลง 108,315 ล้านบาท หรือลดลง 74%
ปี 2561 มูลค่าทุนจดทะเบียนธุรกิจตั้งใหม่สะสมตั้งแต่เดือน ม.ค. – ธ.ค. 2561 มีจำนวน 374,284 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน (2560) จำนวน 519,690 ล้านบาท โดยลดลงกว่า 145,406 ล้านบาท หรือลดลง 28% โดยปี 2561 ช่วงทุนที่มีจำนวนรายธุรกิจจัดตั้งใหม่ไม่เกิน 1 ล้านบาท มีจำนวน 52,418 ราย คิดเป็นสัดส่วน 72.69% รองลงมา คือ ช่วงทุนมากกว่า 1-5 ล้านบาท มีจำนวน 18,078 ราย คิดเป็น 25.07% รองลงมา คือ ช่วงทุนมากกว่า 5-100 ล้านบาท มีจำนวน 1,341 ราย คิดเป็น 1.86% และช่วงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท จำนวน 272 ราย คิดเป็น 0.38%
➣ ดำเนินกิจการอยู่ 7.1 แสนราย
ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2561 ธุรกิจที่ดำเนินกิจการอยู่ทั่วประเทศ จำนวน 712,939 ราย มูลค่าทุน 16.52 ล้านล้านบาท จำแนกเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด/ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล จำนวน 182,276 ราย คิดเป็น 25.57% บริษัทจำกัด จำนวน 529,443 ราย คิดเป็น 74.26% และบริษัทมหาชนจำกัด จำนวน 1,220 ราย คิดเป็น 0.17% และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา (ณ วันที่ 31 ธ.ค. 60) ธุรกิจที่ดำเนินกิจการอยู่จำนวน 680,268 ราย เพิ่มขึ้น 32,671 ราย หรือเพิ่มขึ้น 4.80% และมูลค่าทุนจำนวน 16.27 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 248,477 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 1.53%
➣ เลิกกิจการ 2.1 หมื่นราย
ปี 2561 มีธุรกิจเลิกประกอบกิจการ จำนวน 21,775 ราย เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีจำนวน 21,444 ราย เพิ่มขึ้นจำนวน 331 ราย หรือเพิ่มขึ้น 2% โดยธุรกิจที่เลิกประกอบกิจการ 3 อันดับแรกในปี 2561 ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 2,042 ราย คิดเป็น 9 รองลงมา คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 1,269 ราย คิดเป็น 6% และธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหารจำนวน 566 ราย คิดเป็น 3% ตามลำดับ
"ในปี 2561 ที่ผ่านมา มีการจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัท จำนวนทั้งสิ้น 72,109 ราย โดยการเติบโตของธุรกิจจัดตั้งใหม่ส่วนใหญ่ยังเป็นธุรกิจในกลุ่มก่อสร้างอาคารทั่วไป อสังหาริมทรัพย์ และภัตตาคาร/ร้านอาหาร เป็นหลัก ซึ่งจำนวนการจัดตั้งลดลงจากปี 2560 จำนวน 2,408 ราย เนื่องจากในปี 2560 ภาครัฐมีมาตรการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการจัดตั้งธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคล ส่งผลให้มีจำนวนธุรกิจจัดตั้งใหม่ในปี 2560 ค่อนข้างสูงกว่าปกติ อย่างไรก็ตาม แม้ในปี 2561 ยังคงมีมาตรการสนับสนุนให้จัดตั้งธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคล แต่ได้ปรับลดความเข้มข้นของมาตรการบางส่วนลง เช่น การไม่ได้ยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ อากรแสตมป์ และค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนนิติกรรมที่ดิน เป็นต้น จึงเป็นเหตุให้จำนวนธุรกิจจัดตั้งใหม่ในปี 2561 ลดลงเล็กน้อยจากปี 2560"
ขณะที่ การเติบโตของการจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัทตลอดปี 2561 มีความสอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐในการสนับสนุนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ และการขยายตัวของการใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภค และการลงทุนของภาคเอกชน รวมทั้งยังได้รับปัจจัยสนับสนุนจากมูลค่าการส่งออกที่มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีแรก และการขยายตัวโดยรวมของรายได้จากการเข้ามาของนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนการเจริญเติบโตและการขยายตัวของธุรกิจจัดตั้งใหม่ในปี 2561
➣ ปี 62 เป้าตั้งใหม่ 7 หมื่นราย
สำหรับในปี 2562 เมื่อพิจารณาอัตราการเติบโตของการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจย้อนหลัง 7 ปี (2559–2561) พบว่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.1% ผนวกกับสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้คาดการณ์ GDP ปี 2562 ไว้ที่ 3.5-4.5% และการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกไว้ที่ 3.8% ซึ่งสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกับค่าเฉลี่ยอัตราการเติบโตของการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจย้อนหลัง 7 ปี ขณะที่ มาตรการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการจัดตั้งธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคลได้สิ้นสุด ณ 31 ธ.ค. 2561
"เมื่อพิจารณาปัจจัยด้านเศรษฐกิจในประเทศและต่างประเทศ และแนวโน้มการประกอบธุรกิจในรูปแบบของนิติบุคคลที่เติบโตเพิ่มสูงขึ้น จากการสนับสนุนจากภาครัฐและการสร้างความน่าเชื่อถือในการประกอบธุรกิจ ประกอบกับค่าเฉลี่ยอัตราการเติบโตของการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจ จึงประมาณการยอดการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจปี 2562 จะใกล้เคียงกับปี 2561 อยู่ที่ 70,000 ราย แต่ยังต้องพิจารณาถึงปัจจัยทางเศรษฐกิจอื่น ๆ ตลอดทั้งปีด้วย ไม่ว่าจะเป็น ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก สถานการณ์การค้าระหว่างประเทศ และความชัดเจนทางการเมือง ซึ่งจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงและความมั่นใจในการจัดตั้งธุรกิจใหม่ในปี 2562"
นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ แถลงการจดทะเบียนธุรกิจและการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ประจำเดือน ธ.ค. 2561 และประจำปี 2561 โดยมีรายละเอียด ดังนี้ เดือน ธ.ค. มีผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัทใหม่ทั่วประเทศในเดือน ธ.ค. 2561 จำนวน 4,102 ราย เทียบกับเดือน พ.ย. 2561 จำนวน 5,539 ราย ลดลงจำนวน 1,437 ราย หรือลดลง 26% ซึ่งเป็นสถานการณ์ปกติของการจดทะเบียนในช่วงสิ้นปีที่มีลักษณะตามแนวโน้มฤดูกาล (Seasonal Trend) ที่ลดลง และเมื่อเทียบกับเดือน ธ.ค. 2560 จำนวน 6,305 ราย ลดลงจำนวน 2,203 ราย หรือลดลง 35% เนื่องจากปีที่ผ่านมาการจัดตั้งธุรกิจเพิ่มขึ้นมากจากมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมให้บุคคลธรรมดาประกอบธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคลของกรมสรรพากร
[caption id="attachment_378569" align="aligncenter" width="503"]
ขณะที่ ภาพรวม ปี 2561 จำนวนธุรกิจตั้งใหม่สะสมตั้งแต่เดือน ม.ค. – ธ.ค. 2561 มีจำนวน 72,109 ราย เมื่อเทียบกับปีก่อน (ปี 2560) มีจำนวน 74,517 ราย ลดลง 2,408 ราย หรือลดลง 3% แม้ว่าในปี 2561 จะยังคงมีมาตรการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการจัดตั้งธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคล แต่ได้มีการปรับลดความเข้มข้นของมาตรการบางส่วนลง เช่น การยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะอากรแสตมป์ ละค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนนิติกรรมที่ดิน เป็นต้น จึงเป็นเหตุให้จำนวนธุรกิจจัดตั้งใหม่ในปี 2561 ลดลงเล็กน้อยจากปี 2560
ประเภทธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรกในเดือน ธ.ค. 2561 ได้แก่ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 372 ราย คิดเป็น 9% รองลงมา คือ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป 322 ราย คิดเป็น 8% และอันดับ 3 คือ ธุรกิจขายปลีกสินค้าอื่น ๆ ในร้านค้าทั่วไป จำนวน 118 ราย คิดเป็น 3%
ส่วนทั้งปี 2561 ธุรกิจจัดตั้งใหม่ 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 6,578 ราย คิดเป็น 9% รองลงมา คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 4,394 ราย คิดเป็น 6% และอันดับ 3 คือ ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร 2,058 ราย คิดเป็น 3%
➣ ทุนจดทะเบียนลดลง
สำหรับทุนจดทะเบียนธุรกิจจัดตั้งใหม่เดือน ธ.ค. มีจำนวนทั้งสิ้น 38,669 ล้านบาท เทียบกับเดือน พ.ย. 2561 จำนวน 75,167 ล้านบาท ลดลง 36,498 ล้านบาท หรือลดลง 49% และเมื่อเทียบกับเดือน ธ.ค. 2560 จำนวน 146,984 ล้านบาท ลดลง 108,315 ล้านบาท หรือลดลง 74%
ปี 2561 มูลค่าทุนจดทะเบียนธุรกิจตั้งใหม่สะสมตั้งแต่เดือน ม.ค. – ธ.ค. 2561 มีจำนวน 374,284 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน (2560) จำนวน 519,690 ล้านบาท โดยลดลงกว่า 145,406 ล้านบาท หรือลดลง 28% โดยปี 2561 ช่วงทุนที่มีจำนวนรายธุรกิจจัดตั้งใหม่ไม่เกิน 1 ล้านบาท มีจำนวน 52,418 ราย คิดเป็นสัดส่วน 72.69% รองลงมา คือ ช่วงทุนมากกว่า 1-5 ล้านบาท มีจำนวน 18,078 ราย คิดเป็น 25.07% รองลงมา คือ ช่วงทุนมากกว่า 5-100 ล้านบาท มีจำนวน 1,341 ราย คิดเป็น 1.86% และช่วงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท จำนวน 272 ราย คิดเป็น 0.38%
➣ ดำเนินกิจการอยู่ 7.1 แสนราย
ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2561 ธุรกิจที่ดำเนินกิจการอยู่ทั่วประเทศ จำนวน 712,939 ราย มูลค่าทุน 16.52 ล้านล้านบาท จำแนกเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด/ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล จำนวน 182,276 ราย คิดเป็น 25.57% บริษัทจำกัด จำนวน 529,443 ราย คิดเป็น 74.26% และบริษัทมหาชนจำกัด จำนวน 1,220 ราย คิดเป็น 0.17% และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา (ณ วันที่ 31 ธ.ค. 60) ธุรกิจที่ดำเนินกิจการอยู่จำนวน 680,268 ราย เพิ่มขึ้น 32,671 ราย หรือเพิ่มขึ้น 4.80% และมูลค่าทุนจำนวน 16.27 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 248,477 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 1.53%
➣ เลิกกิจการ 2.1 หมื่นราย
ปี 2561 มีธุรกิจเลิกประกอบกิจการ จำนวน 21,775 ราย เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีจำนวน 21,444 ราย เพิ่มขึ้นจำนวน 331 ราย หรือเพิ่มขึ้น 2% โดยธุรกิจที่เลิกประกอบกิจการ 3 อันดับแรกในปี 2561 ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 2,042 ราย คิดเป็น 9 รองลงมา คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 1,269 ราย คิดเป็น 6% และธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหารจำนวน 566 ราย คิดเป็น 3% ตามลำดับ
"ในปี 2561 ที่ผ่านมา มีการจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัท จำนวนทั้งสิ้น 72,109 ราย โดยการเติบโตของธุรกิจจัดตั้งใหม่ส่วนใหญ่ยังเป็นธุรกิจในกลุ่มก่อสร้างอาคารทั่วไป อสังหาริมทรัพย์ และภัตตาคาร/ร้านอาหาร เป็นหลัก ซึ่งจำนวนการจัดตั้งลดลงจากปี 2560 จำนวน 2,408 ราย เนื่องจากในปี 2560 ภาครัฐมีมาตรการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการจัดตั้งธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคล ส่งผลให้มีจำนวนธุรกิจจัดตั้งใหม่ในปี 2560 ค่อนข้างสูงกว่าปกติ อย่างไรก็ตาม แม้ในปี 2561 ยังคงมีมาตรการสนับสนุนให้จัดตั้งธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคล แต่ได้ปรับลดความเข้มข้นของมาตรการบางส่วนลง เช่น การไม่ได้ยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ อากรแสตมป์ และค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนนิติกรรมที่ดิน เป็นต้น จึงเป็นเหตุให้จำนวนธุรกิจจัดตั้งใหม่ในปี 2561 ลดลงเล็กน้อยจากปี 2560"
ขณะที่ การเติบโตของการจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัทตลอดปี 2561 มีความสอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐในการสนับสนุนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ และการขยายตัวของการใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภค และการลงทุนของภาคเอกชน รวมทั้งยังได้รับปัจจัยสนับสนุนจากมูลค่าการส่งออกที่มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีแรก และการขยายตัวโดยรวมของรายได้จากการเข้ามาของนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนการเจริญเติบโตและการขยายตัวของธุรกิจจัดตั้งใหม่ในปี 2561
➣ ปี 62 เป้าตั้งใหม่ 7 หมื่นราย
สำหรับในปี 2562 เมื่อพิจารณาอัตราการเติบโตของการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจย้อนหลัง 7 ปี (2559–2561) พบว่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.1% ผนวกกับสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้คาดการณ์ GDP ปี 2562 ไว้ที่ 3.5-4.5% และการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกไว้ที่ 3.8% ซึ่งสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกับค่าเฉลี่ยอัตราการเติบโตของการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจย้อนหลัง 7 ปี ขณะที่ มาตรการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการจัดตั้งธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคลได้สิ้นสุด ณ 31 ธ.ค. 2561
"เมื่อพิจารณาปัจจัยด้านเศรษฐกิจในประเทศและต่างประเทศ และแนวโน้มการประกอบธุรกิจในรูปแบบของนิติบุคคลที่เติบโตเพิ่มสูงขึ้น จากการสนับสนุนจากภาครัฐและการสร้างความน่าเชื่อถือในการประกอบธุรกิจ ประกอบกับค่าเฉลี่ยอัตราการเติบโตของการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจ จึงประมาณการยอดการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจปี 2562 จะใกล้เคียงกับปี 2561 อยู่ที่ 70,000 ราย แต่ยังต้องพิจารณาถึงปัจจัยทางเศรษฐกิจอื่น ๆ ตลอดทั้งปีด้วย ไม่ว่าจะเป็น ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก สถานการณ์การค้าระหว่างประเทศ และความชัดเจนทางการเมือง ซึ่งจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงและความมั่นใจในการจัดตั้งธุรกิจใหม่ในปี 2562"






