thansettakij
thansettakij
กลยุทธ์โกยเงินเพิ่มพลังโซเชียล

กลยุทธ์โกยเงินเพิ่มพลังโซเชียล

25 ม.ค. 62 | 06:52 น.
อัปเดตล่าสุด :25 ม.ค. 62 | 13:52 น.
“เฟลชแมน ฮิลลาร์ด” ชี้คนไทยติดท็อปเทนโลก ด้านสื่อโซเชียล แต่แบรนด์สินค้ายังขาดประสิทธิภาพในการสื่อสารผ่านเน็ตเวิร์ก แนะต้องกล้าและตั้งเป้าหมายให้ชัด

จากผลสำรวจการใช้สื่อออนไลน์โดย WE ARE SOCIAL แสดงให้เห็นว่า คนไทยติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลกในหลายๆ ด้าน เช่น อันดับ 1 การใช้งานอินเตอร์เน็ตเฉลี่ย 9 ชั่วโมง 38 นาทีต่อวัน ขณะที่ในด้านโซเชียลเน็ตเวิร์ก คนไทยใช้งานสูงถึง 3 ชั่วโมง 10 นาทีต่อวัน ถึงแม้จะมีผู้ใช้งานมากมาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าแบรนด์จะสามารถใช้ช่องทางโซเชียลเน็ตเวิร์กสื่อสารกับผู้บริโภคในยุคนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นการบ้านที่เอเยนซีจะต้องหาทางออก จึงเป็นที่มาของโซเชียล แอนด์ อินโนเวชัน (Social & Innovation) หน่วยงานใหม่ที่เฟลชแมน ฮิลลาร์ด เอเยนซีด้านประชาสัมพันธ์และดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งระดับโลก จัดตั้งขึ้นเพื่อให้บริการงานด้านบริหารข้อมูล วิเคราะห์และแนะนำเทคนิคในการสื่อสารให้กับแบรนด์พร้อมเปิดเผยข้อมูลการก่อตั้งหน่วยงานและผลสำรวจ

[caption id="attachment_378227" align="aligncenter" width="335"] ไมค์ เคอร์ลีย์ ไมค์ เคอร์ลีย์[/caption]

นายไมค์ เคอร์ลีย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฟลชแมน ฮิลลาร์ด จำกัด หน่วยงาน โซเชียล แอนด์ อินโนเวชัน เฟลชแมน ฮิลลาร์ด เปิดเผยว่า แผนกโซเชียล แอนด์ อินโนเวชั่น มีสำนักงานกระจายอยู่ 8 แห่งทั่วโลก พร้อมทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านโซเชียลมีเดียมากกว่า 250 คน โดยโซเชียล แอนด์ อินโนเวชัน ที่เฟลชแมนฮิลลาร์ด ประเทศไทย พร้อมให้บริการแก่แบรนด์ ได้แก่ 1.กลยุทธ์ด้านสื่อโซเชียลและออนไลน์ 2.การสื่อสารแบรนด์บนแพลตฟอร์มดิจิตอล 3.การบริหารจัดการชุมชนออนไลน์ 4.การบริหารจัดการสื่อออนไลน์และอินฟลูเอนเซอร์ 5.การสร้างสรรค์สื่อดิจิตอล และ 6.การวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลออนไลน์เชิงลึก

wearesocial2018

การวางกลยุทธ์ด้านโซเชียลที่มีประสิทธิภาพนั้นมีพื้นฐานมาจากหลักการ 2 ข้อ ได้แก่ 1.แบรนด์ต้องกล้า (Courage) และ2.การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน (Commitment) ขณะเดียวกันแบรนด์ต้องตอบคำถามของแบรนด์ให้ชัด คือ 1.แบรนด์ต้องการอะไรจากโซเชียลมีเดีย 2.แบรนด์จะใช้อะไรในการสื่อสารโซเชียลมีเดีย และ 3.แบรนด์ต้องการได้อะไรกลับมาจากโซเชียลมีเดีย

ทีมงานจากเฟลชแมน ฮิลลาร์ด

การจะใช้โซเชียลมีเดียให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการนั้น ต้องมีการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนและเลือกแพลตฟอร์มอย่างเหมาะสม หลายแบรนด์เห็นคนอื่นมีอินสตาแกรม ก็มีบ้าง คู่แข่งหันไปหาทวิตเตอร์ทำบ้าง โดยที่หารู้ไม่ว่า แม้แบรนด์อาจจะเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้ได้กว้างขึ้น แต่ก็กำลังเสียทรัพยากรไปโดยใช่เหตุเพราะยิ่งมีโซเชียลมีเดียหลายช่องทางมากเท่าไหร่ นั่นหมายถึง แรงคนที่ต้องจัดสรรไปดูแล ไปคิดคอนเทนต์ หรือไปคอยตอบอินบ็อกซ์ เพราะเกือบทุกด้านมันคือต้นทุนทางธุรกิจ อีกทั้งยังเป็นการเปิดช่องทางให้เกิดความเสี่ยงที่อาจจะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงได้

นายไมค์ เคอร์ลีย์ กรรมการผู้จัดการโซเชียล แอนด์ อินโนเวชั่น เฟลชแมน ฮิลลาร์ด (3)

ขณะเดียวกันที่ผ่านมาเฟลชแมน ฮิลลาร์ด ได้ทำวิจัยแบรนด์ระดับโลก 50 แบรนด์ เพื่อวิเคราะห์การใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กพบว่ามีเพียง 2% เท่านั้นที่สามารถสื่อสารผ่านช่องทางนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งแบบทดสอบประกอบด้วย 3 คำถามคือ 1.การใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กเพื่อเป็นโทรศัพท์หรือโทรโข่ง 2.แบรนด์ใช้ศิลปะ วิทยาศาสตร์ หรือผสมผสานในศาสตร์และศิลป์ในการสื่อสารผ่านโซเชียล 3.แบรนด์มองหาผลลัพธ์ของแคมเปญหรือวัตถุประสงค์อะไร

หน้า 32 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3,438 ระหว่างวันที่ 24-26 มกราคม 2562

ติดตามฐาน