
โวยสเปกเทพบอร์ดกยท.
กยท.ป่วน หลังจาก สคร.ล็อกสเปกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใหม่ต้องมี “Skill Matrix” ความเชี่ยวชาญ การเงิน การบัญชี กฎหมาย เทคโนโลยีสารสนเทศ พ่วงวุฒิการศึกษาไม่ตํ่ากว่า ป.ตรี “สังข์เวิน” เตรียมต่อรองขอแค่ 3 ใน 7 คน “อุทัย” ค้านชนฝา ปิดกั้นปราชญ์ชาวบ้าน
“ฐานเศรษฐกิจ” ยังคงเกาะติดการสรรหาคณะกรรมการ(บอร์ด) การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ที่หมดวาระลงตั้งแต่วันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมาโดยระเบียบใหม่การคัดเลือกจะต้องสอดคล้องกับมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2560 ตามนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(สคร.) ที่จะต้องมีคุณสมบัติ “Skill Matrix” มาใช้ในการพิจารณาสรรหาและแต่งตั้งกรรมการรัฐวิสาหกิจ จากนโยบายดังกล่าว ทาง กยท.เป็นหนึ่งในรัฐวิสาหกิจที่จะต้องปฏิบัติเช่นเดียวกัน
นายสังข์เวิน ทวดห้อย กรรมการในบอร์ด กยท. เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าเห็นด้วยที่ กยท.จะมีการสรรหาตามนโยบายของ สคร. แต่เห็นว่า กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 7 คน ตามพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 ประกอบด้วย ผู้แทนเกษตรกรจำนวน 3 คน ผู้แทนสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง จำนวน 2 คน ผู้แทนผู้ประกอบกิจการยางความเชี่ยวชาญด้านการค้าจำนวน 1 คนและผู้แทนประกอบกิจการยางซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการผลิตอุตสาหกรรมยาง จำนวน 1 คน แต่ควรประเดิมคุณสมบัติใหม่เพียงแค่ 3 คนก่อน เพราะอยู่ในช่วงปรับเปลี่ยน
“อีกด้านหนึ่งก็ต้องยอมรับว่าการเป็นบอร์ดที่ไม่ได้จบวุฒิการศึกษาเลย มีประสบการณ์เพียงอย่างเดียวการนั่งอยู่ในบอร์ดก็มีความกดดันในระดับหนึ่งที่พนักงาน ลูกจ้าง และคนที่จบการศึกษาสูงไม่ยอมรับ ผมจบวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีก็จริง แต่ด้านการเงิน บัญชี กฎหมาย เทคโนโลยีสารสนเทศ ยอมรับว่า ที่ สคร.กำหนดเกินความสามารถโดยเฉพาะบอร์ดเกษตรกรที่จะเข้าไปนั่งในตำแหน่งเป็นไปได้ยากมาก”
ด้านนายสุนันท์ นวลพรหมสกุล รองผู้ว่าการ กยท. ด้านบริหาร กล่าวถึงคุณสมบัติใหม่ที่บอร์ดผ่านมติเห็นชอบแล้ว (วันที่ 16 ม.ค.62) จะต้องมีคุณสมบัติ อาทิ มีสัญชาติไทย มีอายุไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์ มีคุณวุฒิ ทักษะ ความรู้ ความเชี่ยวชาญของกรรม การรัฐวิสาหกิจ (Skill Matrix) และประสบการณ์ที่เหมาะสมกับกิจการของ กยท. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรือเคยทุจริต เป็นต้น
ทั้งนี้คำว่า “มีคุณวุฒิ ทักษะ ความรู้ ความเชี่ยวชาญของกรรมการรัฐวิสาหกิจ (Skill Matrix) ของคณะกรรมการ อาทิ ความรู้การเงิน ความรู้การบัญชี ความรู้กฎหมาย และเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นต้น ดังนั้นสิ่งต่างๆ เหล่านี้จำเป็นต้องใช้วุฒิการศึกษาไม่ตํ่ากว่าปริญญาตรี เนื่องจากจะเป็นการยกระดับบอร์ดของเกษตรกร แล้วยังเป็นการปฏิบัติตามนโยบาย สคร.กำหนดมาด้วย จะละเว้นไม่ได้
ขณะที่นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานสภาเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (สยยท.) เผยว่า ตนเป็นประธานยกร่าง พ.ร.บ.การยางฯ ในสมัยที่เป็นประธานคณะทำงานเศรษฐกิจการเงินการคลังของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ อยู่ในคณะกรรมาธิการ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)และได้รับฟังความคิดเห็นชาวสวนทั่วประเทศจนสามารถขอสัดส่วนเกษตรกรเข้าไปนั่งในตำแหน่งบอร์ดได้สำเร็จแต่กลับมาโดนกับดักจากกฎเกณฑ์ใหม่ที่ออกมาเพียงผ่านที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เท่านั้น
“พ.ร.บ.การยางฯ ตามที่ได้ยกร่างก่อนหน้านี้ มีวัตถุประสงค์ที่จะต้องการเกษตรกรที่มาจากระดับล่างที่มีชีวิตคลุกคลีกับสวนยางหรือปราชญ์ชาวบ้านที่มีความรู้เรื่องยางพาราดีมากกว่าที่จะมีความรู้ตาม Skill Matrik จึงเห็นว่าระเบียบนี้ลิดรอนสิทธิของตัวแทนเกษตรกร จึงขอความเป็นธรรมให้เกษตรกรเข้าไปทำหน้าที่เป็นบอร์ดได้ปกป้องสิทธิประโยชน์จากการบริหารด้วย”
หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,438 วันที่ 24 - 26 มกราคม พ.ศ. 2562
“ฐานเศรษฐกิจ” ยังคงเกาะติดการสรรหาคณะกรรมการ(บอร์ด) การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ที่หมดวาระลงตั้งแต่วันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมาโดยระเบียบใหม่การคัดเลือกจะต้องสอดคล้องกับมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2560 ตามนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(สคร.) ที่จะต้องมีคุณสมบัติ “Skill Matrix” มาใช้ในการพิจารณาสรรหาและแต่งตั้งกรรมการรัฐวิสาหกิจ จากนโยบายดังกล่าว ทาง กยท.เป็นหนึ่งในรัฐวิสาหกิจที่จะต้องปฏิบัติเช่นเดียวกัน
นายสังข์เวิน ทวดห้อย กรรมการในบอร์ด กยท. เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าเห็นด้วยที่ กยท.จะมีการสรรหาตามนโยบายของ สคร. แต่เห็นว่า กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 7 คน ตามพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 ประกอบด้วย ผู้แทนเกษตรกรจำนวน 3 คน ผู้แทนสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง จำนวน 2 คน ผู้แทนผู้ประกอบกิจการยางความเชี่ยวชาญด้านการค้าจำนวน 1 คนและผู้แทนประกอบกิจการยางซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการผลิตอุตสาหกรรมยาง จำนวน 1 คน แต่ควรประเดิมคุณสมบัติใหม่เพียงแค่ 3 คนก่อน เพราะอยู่ในช่วงปรับเปลี่ยน
“อีกด้านหนึ่งก็ต้องยอมรับว่าการเป็นบอร์ดที่ไม่ได้จบวุฒิการศึกษาเลย มีประสบการณ์เพียงอย่างเดียวการนั่งอยู่ในบอร์ดก็มีความกดดันในระดับหนึ่งที่พนักงาน ลูกจ้าง และคนที่จบการศึกษาสูงไม่ยอมรับ ผมจบวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีก็จริง แต่ด้านการเงิน บัญชี กฎหมาย เทคโนโลยีสารสนเทศ ยอมรับว่า ที่ สคร.กำหนดเกินความสามารถโดยเฉพาะบอร์ดเกษตรกรที่จะเข้าไปนั่งในตำแหน่งเป็นไปได้ยากมาก”
ด้านนายสุนันท์ นวลพรหมสกุล รองผู้ว่าการ กยท. ด้านบริหาร กล่าวถึงคุณสมบัติใหม่ที่บอร์ดผ่านมติเห็นชอบแล้ว (วันที่ 16 ม.ค.62) จะต้องมีคุณสมบัติ อาทิ มีสัญชาติไทย มีอายุไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์ มีคุณวุฒิ ทักษะ ความรู้ ความเชี่ยวชาญของกรรม การรัฐวิสาหกิจ (Skill Matrix) และประสบการณ์ที่เหมาะสมกับกิจการของ กยท. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรือเคยทุจริต เป็นต้น
ขณะที่นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานสภาเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (สยยท.) เผยว่า ตนเป็นประธานยกร่าง พ.ร.บ.การยางฯ ในสมัยที่เป็นประธานคณะทำงานเศรษฐกิจการเงินการคลังของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ อยู่ในคณะกรรมาธิการ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)และได้รับฟังความคิดเห็นชาวสวนทั่วประเทศจนสามารถขอสัดส่วนเกษตรกรเข้าไปนั่งในตำแหน่งบอร์ดได้สำเร็จแต่กลับมาโดนกับดักจากกฎเกณฑ์ใหม่ที่ออกมาเพียงผ่านที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เท่านั้น
“พ.ร.บ.การยางฯ ตามที่ได้ยกร่างก่อนหน้านี้ มีวัตถุประสงค์ที่จะต้องการเกษตรกรที่มาจากระดับล่างที่มีชีวิตคลุกคลีกับสวนยางหรือปราชญ์ชาวบ้านที่มีความรู้เรื่องยางพาราดีมากกว่าที่จะมีความรู้ตาม Skill Matrik จึงเห็นว่าระเบียบนี้ลิดรอนสิทธิของตัวแทนเกษตรกร จึงขอความเป็นธรรมให้เกษตรกรเข้าไปทำหน้าที่เป็นบอร์ดได้ปกป้องสิทธิประโยชน์จากการบริหารด้วย”
หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,438 วันที่ 24 - 26 มกราคม พ.ศ. 2562






