thansettakij
thansettakij
'คมนาคม' ทำมาตรการเร่งด่วน! บรรเทาสถานการณ์ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เกินมาตรฐาน

'คมนาคม' ทำมาตรการเร่งด่วน! บรรเทาสถานการณ์ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เกินมาตรฐาน

17 ม.ค. 62 | 03:18 น.
อัปเดตล่าสุด :17 ม.ค. 62 | 19:15 น.
กระทรวงคมนาคมสั่งหน่วยงานฯ ร่วมบรรเทาสถานการณ์ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เกินมาตรฐาน ปฏิบัติตามมาตรการเร่งด่วนทันที

 

[caption id="attachment_375818" align="aligncenter" width="503"] นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ[/caption]

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือร่วมกับผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด ได้แก่ กรมการขนส่งทางบก สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท องค์การขนส่งมวชนกรุงเทพ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด เพื่อกำหนดมาตรการเร่งด่วน ให้ถือปฏิบัติทันทีในการร่วมมือกับรัฐบาล เพื่อรับมือสถานการณ์ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เกินมาตรฐาน ว่า จากสถานการณ์ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลเกินมาตรฐาน กระทรวงคมนาคมได้ประชุมร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสั่งเพิ่มเติมมาตรการเพื่อบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้น ดังนี้

1.ให้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ดำเนินการจัดทีมตรวจสภาพรถ ทั้งหมด 16 ชุด เพื่อตรวจรถโดยสารควันดำในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เข้าตรวจสอบรถโดยสาร ขสมก. ให้แล้วเสร็จภายใน 2 วัน โดยต้องไม่มีรถโดยสาร ขสมก. ที่มีควันดำวิ่งเด็ดขาด และขอความร่วมมือภาคเอกชนผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะทั่วประเทศ ดำเนินการนำรถเข้าตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์ก่อนรอบอายุกำหนด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาควันดำในทันที

2.ให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ดำเนินการปรับเครื่องยนต์เพื่อใช้น้ำมันไบโอดีเซล B20 เพื่อลดมลพิษทันที ในวันที่ 15 ม.ค. 2562 จำนวน 815 คัน และดำเนินการให้แล้วเสร็จในวันที่ 1 ก.พ. 2562 อีก 1,260 คัน รวมการดำเนินงานปรับปรุงสภาพการใช้งานน้ำมันไบโอดีเซล B20 ทั้งสิ้น 2,715 คัน และให้เปลี่ยนน้ำมันเครื่องกรองน้ำมันก่อนรอบปกติ เพื่อช่วยในการลดมลพิษ รวมถึงการเร่งประสานขอรับรถ NGV ในส่วนที่เหลืออีก 119 คัน เพื่อให้บริการประชาชนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล นอกจากนี้ ขสมก. จะเร่งดำเนินการจัดหารถที่ใช้พลังงานสะอาด 2,188 คัน ประกอบไปด้วย รถโดยสาร NGV, รถไฮบริด และรถไฟฟ้า (EV) เพื่อแก้ปัญหาระยะต่อเนื่อง

3.สำหรับพื้นที่ดำเนินการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าใน 3 โครงการ ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม สีเหลือง และสีชมพู ในพื้นที่ถนนสำคัญ 5 เส้นทาง ได้แก่ ลาดพร้าว แจ้งวัฒนะ รามอินทรา รามคำแหง ศรีนครินทร์ ให้ประสานขอความร่วมมือผู้รับเหมางดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดฝุ่นละออง เช่น งานถมดิน ในช่วงวันที่ 16–22 ม.ค. 2562 รวมถึงเข้มงวดมาตรการในการลดฝุ่นละอองในพื้นที่ก่อสร้าง ลดกิจกรรมที่ทำให้เกิดรถติดในชั่วโมงเร่งด่วน และเร่งคืนพื้นที่ผิวจราจรที่ดำเนินการก่อสร้างงานโยธาแล้วเสร็จ เพื่อลดปัญหาการจราจรในโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสีน้ำเงิน

S__172720149 4.มอบหมายให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทยแก้ปัญหาฝุ่นละอองบริเวณที่จราจรติดขัดหน้าด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษ โดยเฉพาะด่านบางขุนเทียน โดยติดตั้งเครื่องปล่อยฝอยละอองน้ำ (High Pressure Water) และแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดที่หน้าด่านเก็บเงินทุกด่าน เพื่อลดปัญหาฝุ่นละอองสะสมอย่างถาวร

5.ให้กรมทางหลวง (ทล.) กรมทางหลวงชนบท (ทช.) กำชับ ติดตามการดำเนินงานของผู้รับเหมาโครงการก่อสร้างในเขตกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ให้เข้มงวดตามมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม และรบกวนผิวทางจราจรในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเท่าที่จำเป็นเพื่อแก้ปัญหารถติด

6.ให้กรมเจ้าท่าประสานผู้ประกอบการขนส่งทางน้ำให้มีการตรวจสอบการใช้เครื่องยนต์เรือโดยสาร

7.ให้ รฟม. และบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ออกมาตรการเชิญชวนให้ประชาชนใช้บริการระบบขนส่งมวลชนโดยรถไฟฟ้า 
ในช่วงเดือน ม.ค. ถึง ก.พ. เช่น พิจารณาลดอัตราค่าจอดรถในพื้นที่จอดแล้วจรของ รฟม. รวมถึงดำเนินมาตรการทางการตลาดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเชิญชวนให้ประชาชนหันมาใช้บริการเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ในส่วนของประชาชนที่พบเห็นรถโดยสารสาธารณะที่มีควันดำ ให้แจ้งศูนย์ปลอดภัยคมนาคม 1356 และสายด่วน 1584 ของกรมขนส่งทางบก เพื่อเจ้าหน้าที่ ขบ. ดำเนินการตรวจสอบและระงับการออกวิ่งต่อไป

090861-1927-9-335x503-8-335x503-13-335x503