
‘ยิ่งลักษณ์’ ซบ "ลี กาชิง" นั่งประธานบริหารท่าเรือจีน
นอกจากนี้ยังมีการอ้างฐานข้อมูลของ National Enterprise Credit Information Publicity System ที่แสดงให้เห็นว่า “ตัวแทนนิติบุคคล” (ซึ่งก็คือเจ้าของ/ประธานบริษัท) ของบริษัท SICT ได้เปลี่ยนชื่อเป็นคุณยิ่งลักษณ์ แล้วตั้งวันที่ 12 ธันวาคม 2018
ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับเฟซบุ๊ก “กรุงเทพ กรุงเทพ” ซึ่งติดตามและเชียร์ “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” ระบุว่า “ยิ่งลักษณ์” รับตำแหน่งเป็นประธานบริษัท SICT จริง โดยมีการยืนยันข้อมูลการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมและการพาณิชย์ เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2018 ตัวแทนทางกฎหมายของ Shantou Container Terminal ได้เปลี่ยนจาก Lindaqi เป็น Yingluck Shinawatra (ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร)
เมื่อตรวจสอบสถานะของบริษัท SICT ถือว่าไม่ธรรมดา เพราะเป็นบริษัทบริหารจัดการกิจการท่าเรือทั้งท่าเรือชายฝั่งทะเลและแม่นํ้า ทางมณฑลทางใต้ของประเทศจีน สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง บริษัท ก่อตั้งในปี 2540 มีทุนจดทะเบียน 88 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และยังมีกิจการเดินเรือสินค้าระหว่าง จีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง และเกาหลีใต้
[caption id="attachment_372206" align="aligncenter" width="335"]
ก่อนหน้านี้ SICT มีบริษัท Hutchison Port Holdings (HPH) ของ นายลี กา-ชิง มหาเศรษฐีของฮ่องกง เป็นผู้ถือหุ้น 70% อีก 30% เป็นของ China Merchants Port Development Shantou เดือนตุลาคมที่ผ่านมา เริ่มปรากฏข่าว HPH ประกาศต้องการขายหุ้นทั้ง 70% เนื่องจากเห็นว่าท่าเรือซัวเถา ขาดศักยภาพที่เชื่อมโยงกับธุรกิจท่าเรือทั้งหมดในภาพใหญ่ของ HPH
ท่าเรือซัวเถาเป็น 1 ใน 25 ท่าเรือหลักของประเทศตามแนวชายฝั่งของจีน และเป็น 1ใน 5 ท่าเรือฮับสำคัญในมณฑลกวางตุ้ง มีปริมาณการขนส่งสินค้าสูงถึงประมาณ 50 ล้านตัน และปริมาณตู้สินค้าถึง 1.3 ล้าน TEU คิดเป็น 55% และ 99% ของ จำนวนพอร์ตทั้งหมด 3 แห่งในมณฑลกวางตุ้งตะวันออก และเป็นท่าเรือมีมาตรฐานมากนอกศูนย์กลางเศรษฐกิจชายฝั่งของสามเหลี่ยมปากแม่นํ้าเพิร์ล, สามเหลี่ยมปากแม่นํ้าแยงซี และอ่าวป๋อไห่
ในปี 1994 Hong Kong International Terminals ซึ่งเป็นหน่วยงานของ Hutchison Port Holdings เป็นเจ้าของโดย นายลี กา-ชิง มหาเศรษฐีของฮ่องกงและสำนักกิจการท่าเรือ Shantou ได้ร่วมกันก่อตั้ง SICT
Hong Kong International Terminals (HIT) เป็น บริษัท ย่อยของ บริษัท Li Jiacheng ฮัทชิสันพอร์ตกรุ๊ป จำกัด และการท่าเรือของ Shantou., Ltd. เป็นผู้ให้บริการตู้คอนเทนเนอร์มืออาชีพที่เร็วที่สุดในท่าเรือซัวเถา
[caption id="attachment_372279" align="aligncenter" width="650"]
ขณะที่นายวิม รุ่งวัฒนจินดา อดีตเลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุถึงเรื่องดังกล่าวว่า บริษัทดังกล่าวเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านเรือขนส่งสินค้า มีความคุ้นเคยกับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และได้เชิญนางสาวยิ่งลักษณ์ ไปดำรงตำแหน่งประธานบอร์ดเพราะเชื่อในศักยภาพเรื่องการบริหารจัดการและความรู้ด้านการตลาด
“ไม่ได้นำเงินหรือทรัพย์สินใดๆ เข้าไปลงทุนในกิจการดังกล่าว เนื่องจากทรัพย์สินและเงินทองที่หามาได้โดยสุจริตของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ถูกทางการไทยยึดและอายัดไปหมดแล้ว การรับตำแหน่งดังกล่าวก็เพื่อหาธุรกิจและงานทำตามปกติเท่านั้น” นายวิม ระบุ
กระนั้นก็ตาม นอกจากการซื้อกิจการท่าเรือในจีนแล้ว เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ยังมีภาพ “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” รายล้อมด้วยเครือญาติในเมืองเฟิงซุ่นซึ่งอ้างว่าเป็นญาติฝ่ายบิดาในเมืองเฟิงซุ่นอยู่ใกล้ๆ กับซัวเถาปรากฏบนโลกโซเชียลให้คนไทยตาร้อนกันเล่นๆ อีกด้วย
ธุรกิจในต่างแดนของ “ยิ่งลักษณ์” ไม่ได้มีแค่ในเมืองจีน มีรายงานจากสำนักข่าวอิศราว่า ช่วงปี 2551 “ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ” เคยปรากฏชื่อเป็นผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนในประเทศอังกฤษอย่างน้อย 2 แห่งด้วย ในช่วงปี 2551 คือ บริษัท MANCHESTER CITY LIMITED ตั้งอยู่ที่ City Football Hq, 400 Ashton New Road, Manchester, M11 4TQ โดยยิ่งลักษณ์ปรากฏชื่อเข้าไปดำเนินกิจการเป็นผู้บริหารทั้งในตำแหน่งผู้อำนวยการและในตำแหน่งเลขานุการองค์กรตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม 2551-24 กันยายน 2551 (7 เดือน)
และบริษัท MANCHESTER CITY FOOTBALL CLUB LIMITED ซึ่งเป็น 2 บริษัท “ทักษิณ” เคยปรากฏชื่อเป็นผู้บริหารอยู่ด้วย
ต่อมา มีรายงานว่า “ยิ่งลักษณ์” แจ้งออกจากตำ แหน่งผู้บริหารใน MANCHESTER CITY LIMITED นั้น เกิดขึ้นหลังจากที่ “ทักษิณ” แจ้งลาออกจากการบริหารบริษัท MANCHESTER CITY LIMITED เพียงแค่ 1 วันเท่านั้น
และช่วงเดือนกันยายน 2561 เฟซบุ๊ก “กรุงเทพ กรุงเทพ” ระบุความเคลื่อนไหวของ “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” ว่า 2 พี่น้อง “ชินวัตร” มีพันธมิตรที่เป็นทั้งนักธุรกิจและนักการเมืองชาวต่างชาติอีกหลายคน ส่งผลให้เชื่อมโยงถึงการลงทุนในธุรกิจต่างๆ ไม่ยากนัก
ไม่แปลกที่ได้เห็นช็อตเด็ดทั้งภาพและวลีเจ็บๆ คันๆ กระแซะคนในรัฐบาล และคสช.ออกมาเป็นระยะๆ
|หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3434 หน้า 16 ระหว่างวันที่ 10-12 ม.ค.2562






