thansettakij
thansettakij
จัดใหญ่‘เฟสดีเวอร์’เทศกาลดนตรี-ศิลปะ

จัดใหญ่‘เฟสดีเวอร์’เทศกาลดนตรี-ศิลปะ

22 ธ.ค. 61 | 07:46 น.
อัปเดตล่าสุด :22 ธ.ค. 61 | 14:46 น.
“อาร์ท บ๊อกซ์” จัดใหญ่ “ARTBOX FESTDEVER” เทศกาลศิลปะและดนตรีใจกลางเมือง บนพื้นที่กว่า 10 ไร่เลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ หวังกระตุ้นมูดคนรุ่นใหม่จับจ่ายเพิ่ม พร้อมลุยจัดอีเวนต์ในต่างประเทศในปีหน้า

นางสาวพนารัตน์ หมื่นน้อย ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์ท บ๊อกซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า บริษัทเตรียม จัดงาน ARTBOX FESTDEVER (เฟสดีเวอร์) เทศกาลศิลปะและดนตรี ครั้งที่ 7 ส่งท้ายปลายปี โดยใช้งบประมาณการจัดงานมากที่สุดตั้งแต่เคยจัดมา จำนวน 8-9 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อผู้บริโภคในช่วงปลายปี ขณะเดียวกันการจัดครั้งนี้บริษัทมีความมุ่งหวังเปลี่ยนภาพลักษณ์ของตลาดอาร์ท บ๊อกซ์ใหม่ ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่ตลาดนัดทั่วไป แต่ต้องการตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ชื่นชอบ การกินดื่ม และเน้นการทำกิจกรรม

“การจัดงาน ARTBOX FESTDEVER ครั้งนี้มีความพิเศษที่ต้องการเปลี่ยนภาพลักษณ์ตลาดอาร์ท บ๊อกซ์รูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคคนรุ่นใหม่มากขึ้น ซึ่งจากเดิมในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่เริ่มต้นจัดตลาดอาร์ท บ๊อกซ์ บริษัทจะแบ่งหมวดหมู่ร้านค้า 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ ร้านสินค้าแฟชั่น ร้านอาหารและเครื่องดื่ม และกิจกรรมศิลปะและดนตรี โดยแบ่งสัดส่วนกลุ่มร้านค้า คือ ร้านสินค้าแฟชั่น 50% ร้านอาหาร 30% และกิจกรรมศิลปะและดนตรี 20% แต่หลังจากนี้บริษัทจะปรับสัดส่วนกลุ่มร้านค้าใหม่เป็น ร้านอาหารและเครื่องดื่ม 50% กิจกรรมศิลปะและดนตรี 30% และร้านสินค้าแฟชั่น 20%”

[caption id="attachment_364206" align="aligncenter" width="335"] พนารัตน์ หมื่นน้อย พนารัตน์ หมื่นน้อย[/caption]

“การจัดงาน ARTBOX FESTDEVER ครั้งนี้มีความพิเศษที่ต้องการเปลี่ยนภาพลักษณ์ตลาดอาร์ท บ๊อกซ์รูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคคนรุ่นใหม่มากขึ้น ซึ่งจากเดิมในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่เริ่มต้นจัดตลาดอาร์ท บ๊อกซ์ บริษัทจะแบ่งหมวดหมู่ร้านค้า 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ ร้านสินค้าแฟชั่น ร้านอาหารและเครื่องดื่ม และกิจกรรมศิลปะและดนตรี โดยแบ่งสัดส่วนกลุ่มร้านค้า คือ ร้านสินค้าแฟชั่น 50% ร้านอาหาร 30% และกิจกรรมศิลปะและดนตรี 20% แต่หลังจากนี้บริษัทจะปรับสัดส่วนกลุ่มร้านค้าใหม่เป็น ร้านอาหารและเครื่องดื่ม 50% กิจกรรมศิลปะและดนตรี 30% และร้านสินค้าแฟชั่น 20%”

สำหรับการปรับสัดส่วนกลุ่มร้านค้าดังกล่าวเนื่องจากบริษัทพบว่าพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันเน้นประสบการณ์การกิน ดื่ม ฟังเพลง และถ่ายรูป เป็นส่วนใหญ่ ขณะที่การจับจ่ายใช้สอยหรือซื้อสินค้าแฟชั่นน้อยลงเพราะผู้บริโภคหันไปเน้นซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ที่มีราคาถูกกว่า และมีโปรโมชันที่ตอบโจทย์มากกว่าตลาดและร้านค้าปลีกทั่วไป ดังนั้นบริษัทจึงจำเป็นต้องปรับตัวและเน้นกิจกรรมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคปัจจุบัน ขณะเดียวกันบริษัทคาดการณ์รายได้รวมในสิ้นปีนี้ไม่ตํ่ากว่า 10 ล้านบาทขณะที่ปี 2562 บริษัทตั้งเป้าเติบโตกว่า 5%

ขณะเดียวกันในช่วงที่ผ่านมาภาพรวมธุรกิจอีเวนต์ ไนต์ มาร์เก็ต ในประเทศมีจำนวนมากและหลากหลาย รวมถึงการแข่งขันสูง ซึ่งตลาดรูปแบบนี้จะแข่งขันกันด้วยคอนเซ็ปต์ หรือธีมงานที่เปลี่ยนไปต่อเนื่องเพื่อไม่ให้เกิดความซํ้าซากและน่าเบื่อ ดังนั้นจึงทำให้เกิดการแข่งขันสูง แต่เมื่อเทียบกับตลาดต่างประเทศที่บริษัทได้เคยไปจัดอีเวนต์ในช่วงที่ผ่านมา อาทิ ประเทศสิงคโปร์ และมาเลเซีย ยังมีช่องว่างโอกาสของตลาดอยู่มาก โดยตัวอย่างกรณีจัดงานที่ประเทศสิงคโปร์ที่ผ่านมาได้รับการตอบรับที่ดี ซึ่งจัดงาน 6 วันมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 7 แสนคน

ทั้งนี้ในปี 2562 บริษัทตั้งเป้าขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดยมีเป้าหมายขยายอีเวนต์ดังกล่าวไปยังต่างประเทศปีละ 1 แห่ง ซึ่งในปีหน้าบริษัทวางแผนเตรียมจัดงานที่ประเทศฮ่องกงเพิ่มเติม ขณะที่ประเทศสิงคโปร์ และมาเลเซียยังคงจัดต่อเนื่องประจำทุกปี ขณะเดียวกันในด้านของตลาดภายในประเทศ บริษัทวางแผนจัดงานในต่างจังหวัดมากขึ้น โดยเน้นกลุ่มจังหวัดที่เป็นเมืองรอง เพื่อเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจเมืองรอง

สำหรับงาน ARTBOX FESTDEVER (เฟสดีเวอร์) เทศกาลศิลปะ และดนตรี จัดขึ้นบนพื้นที่กว่า 10 ไร่ภายในงานประกอบด้วย 2 เวทีใหญ่และรวม 60 ศิลปินไทยชื่อดัง ร้านค้า ร้านอาหาร รวมกว่า 150 ร้าน รวมถึงสตรีต อาร์ต และกำแพงกราฟิตี้ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นผลงานของคนไทยทั้งหมดมารวมไว้ในงาน

หน้า 36 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3,428 ระหว่างวันที่ 23-26 ธันวาคม 2561

ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว