thansettakij
thansettakij
สมาคมชาวนาฯ–โรงสีโล่งแอบแช่งร่างกฎหมายข้าว“แท้ง”!

สมาคมชาวนาฯ–โรงสีโล่งแอบแช่งร่างกฎหมายข้าว“แท้ง”!

15 ธ.ค. 61 | 09:07 น.
อัปเดตล่าสุด :15 ธ.ค. 61 | 16:58 น.
สนช.-561x420 ผลการพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติข้าว พ.ศ. .... ในที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)  (วันที่ 14 ธ.ค.61) ได้เห็นชอบให้ส่งร่างกฎหมายดังกล่าวไปให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายใน 30 วัน โดยมีนายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้มารับร่างฯดังกล่าวนั้น 330487A8-88CF-47DA-BF5E-03F69FC8DDA0 ด้านนายสุเทพ คงมาก นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ข้าว พ.ศ. .... ที่ได้มีการพิจารณาในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)ก็ยอมรับว่าโล่งออก เพราะไม่เชื่อว่าร่างกฎหมายดังกล่าวจะมีประโยชน์สูงสุดกับชาวนา เนื่องจากในหลายมาตราที่เขียนแล้วไม่สามารถทำได้ ซ้ำร้ายทำให้การชื้อขายข้าวของชาวนากับผู้ชื้อไม่ว่าจะเป็นโรงสีหรือพ่อค้าข้าวมีความยุ่งยากขาดความคล่องตัวเพราะข้าวไม่ได้มีชนิดเดียวที่ชื้อขายแต่ฤดูกาลมาตรฐานข้าวเปลือกย่อมแตกต่างกัน ข้าวชนิดเดียวกันปลูกต่างพื้นที่คุณภาพก็ต่างกันแล้วผู้ตรวจสอบคุณภาพข้าวเปลือกที่จะมาควบคุมในการชื้อขายข้าวเปลือกจะจัดการได้หรือไม่ rice-503x335 อีกทั้งร่างกฎหมายนี้เป็นความคิดเห็นแค่กลุ่มหนึ่งกลุ่มแล้วมาเขียนเป็นกฎหมายมันไม่ถูกต้อง ไม่ต้องรีบร้อนเพราะเป็นกฎหมายสำคัญของประเทศเกี่ยวข้อง ชาวนา โรงสี พ่อค้า รวมถึงผู้ส่งออกข้าวไปต่างประเทศด้วย ซึ่งการที่ นายกรัฐมนตรีอยากให้ร่างพระราชบัญญัติข้าวเป็นของขวัญปีใหม่แก่ชาวนา ผมนายสุเทพ คงมาก นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทยไม่ขอรับของขวัญที่เป็นกฎหมายฉบับนี้ TP9-3249-A เช่นเดียวกับนายเกรียงศักดิ์ ตาปนานนท์ นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย กล่าวว่าถึงร่างกฎหมายข้าวนี้ยังไม่ครบถ้วน มีหลายข้อที่เป็นอุปสรรคกับการค้าขาย อยากที่จะให้ร่างกฎหมายออกมาให้รอบคอบ ไม่ได้ดูเหมือนว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกรังแก ต้องมองให้เป็นระบบ หากมองการค้าขาย ระหว่างชาวนากับโรงสี ก็ดูเหมือนชาวนาเป็นผู้ถูกกระทำ จึงทำให้เกิดร่างกฎหมายข้าวฉบับสนช.ขึ้น แต่หากให้ความเป็นธรรมการกำหนดซื้อขายโรงสีไม่ได้เป็นผู้กำหนด บุคคลที่กำหนดก็คือผู้ส่งออกตั้งราคามาให้ จะต้องทอนกลับไปเพื่อซื้อข้าวกับชาวนา ปัจจุบันโรงสีก็ต้องการความเป็นธรรมเช่นเดียวกันในการค้าข้าวเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ลดภาระต้นทุนแฝงและความเสี่ยงทางธุรกิจ TP8-3247-d อาทิ 1.การออกใบสั่งซื้อ (PO) ที่ไม่สมบูรณ์ถูกต้อง เช่น ไม่ระบุผู้ซื้อ ผู้ขาย และนายหน้า (กรณีขายผ่านนายหน้า) 2.กรณีผู้ซื้อบางรายไม่ทำการคืนใบชั่งน้ำหนักสินค้าให้กับทางโรงสีหลังจากที่รับมอบสินค้ากันเรียบร้อยแล้ว 3.กรณีที่ผู้ซื้อทำการยกเลิกโดยไม่ให้ทำการส่งมอบสินค้า หรือเลื่อนระยะเวลาการส่งมอบแบบไม่มีกำหนดเวลาส่งมอบสินค้าที่ชัดเจน รวมไปถึงการสั่งซื้อสินค้าแล้วไม่มีการกำหนดเวลาส่งมอบ เป็นต้น เพื่อลดความเสี่ยงและเรื่องไม่ได้รับเงินค่าสินค้า เนื่องจากไม่พิจารณาความเสี่ยงที่จะไม่ชำระเงินของคู่ค้า ผู้ซื้อรวมถึงนายหน้า (หยง) และกรณีที่ผู้ซื้อสั่งสินค้าโดยขอไม่ให้เปิดบิล แต่ขอหักภาษี ณ ที่จ่าย 0.50 % (หักกินเปล่า) ทั้งที่ไม่ยอมเปิดบิลอีกด้วย 7-4-503x345 นายเกรียงศักดิ์ กล่าวว่า เพื่อให้เจตนารมณ์บรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้จึงขอสมาชิกกับคู่ค้าให้ทำการค้าอย่างตรงไปตรงมาตั้งแต่เริ่มจนจบกระบวนความเช่นเดียวกับทางฝั่งโรงสีก็จะต้องให้ความเป็นธรรม ความซื่อสัตย์ และตรงไปตรงมากับคู่ค้าเช่นเดียวกัน ซึ่งจะเป็นการตอบโจทย์ระบบบัญชีเล่มเดียว รวมทั้งเป็นการวางรากฐานให้กับคนรุ่นใหม่ลูกหลานที่มาสานต่อธุรกิจโดยยังส่งผลไปยังเกษตรกรชาวนาอีกในที่สุด

ด้านนายศิริพล ยอดเมืองเจริญ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และอดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์  กล่าวในสภาที่มีการพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติข้าว พ.ศ. .... กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ทำงานเรื่องนี้มาพอสมควรในบทบาทของการดูแลเรื่องข้าว  จากผลผลิตข้าวโลก 700 ล้านตันข้าวเปลือก  ซึ่งมีผู้ผลิตอันดับ 1  ได้แก่ประเทศจีน 2.อินเดีย  3.อินโดนีเซีย 4.บังคลาเทศ 5.เวียดนาม ส่วนของไทย เป็นลำดับที่ 6 ปริมาณ 22-29 ล้านตันข้าวเปลือก คิดเป็น 4.2% ของโลก 145065-503x307 สำหรับการส่งออกข้าวโลก 40 ล้านตันข้าวสาร “ ไทย” ส่งออกประมาณ 10 ล้านตันข้าวสาร คิดเป็นส่งออก 25% เป็นอันดับ 1 ของโลกมาโดยตลอดต่อเนื่อง แต่มีปัญหาช่วงที่รัฐบาลมีโครงการจำนำข้าวทุกเมล็ด ส่งผลทำให้ไทยตกอันดับ 1 มาเป็นอันดับ 3  ซึ่ง 2 ประเทศที่แซงขึ้นไปก็คือ อินเดีย และเวียดนาม จึงทำให้เสียแชมป์ไปอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด 1-2 ปีที่ผ่านมาไทยก็สามารถทวงบังก์แชมป์กลับคืนมาได้ hammer-802301_960_720 “ร่างกฎหมายข้าว ยกตัวอย่างเปรียบเทียบกฎหมายการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) สมัยก่อนมีการแยกส่วน แยกอำนาจ การบริหารงาน วันนั้นมีการนำเสนอ  พ.ร.บ.การยางฯ ต่อสภาฯ ว่าหากมีกฎหมายนี้ออกแล้วจะสามารถแก้ไขปัญหาราคายางพาราทั้งระบบ ในขณะนั้นมีสนช.หลายท่านก็ได้ให้ความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์” 26230900_1836470643054169_7809826912600790711_n “ยางพารา” มีผลผลิตเป็นลำดับ 1 ของโลก ส่งออกอันดับ 1 ของโลก แต่ว่าสภาวะการตลาดไม่เอื้ออำนวย ความต้องการผู้ที่ใช้เป็นคนกำหนดกลไกตลาด ผมเป็นคนหนึ่งข้าราชการที่ผลักดันตลาดซื้อขายล่วงหน้า พอมีการดำเนินการรับจำนำข้าวเปลือก ตลาดซื้อขายล่วงหน้ายางพาราก็พัง การซื้อขายข้าวสารล่วงหน้าก็พัง จะเห็นว่าในตลาดต่างประเทศ ใครก็ตามที่เก็บสินค้าอันดับ 1 หรือเป็นอันดับ 2 ก็ตาม จะมีตลาดล่วงหน้ารองรับ เพื่อบังคับให้กลไกตลาดไม่ถูกกำหนดโดยบุคคลหนึ่ง

analysis-227172_960_720 ทางกระทรวงพาณิชย์ โดยรัฐบาลก็พยายามทำเรื่องนี้ “ยางพารา” การซื้อขายล่วงหน้าแทนที่จะอยู่ประเทศไทยส่วนหนึ่งในตลาดล่วงหน้า ผลสุดท้ายการกำหนดราคายางไปอยู่ตลาดโตคอม ตลาดไซคอม และตลาดเซียงไฮ้ซื้อขายล่วงหน้า เกมเหล่านี้แก้ไม่จบ! ถึงแม้จะมีกลไกต่อเนื่องก็ตาม “ เกมใหญ่เราไม่แก้ เกมเล็กแก้ไม่ออก” ก็มีความเป็นห่วงร่างกฎหมายข้าว จะซ้ำรอยเช่นเดียวกับร่าง พ.ร.บ.การยางฯ ดังนั้นในร่างกฎหมายข้าวที่จะเกิดขึ้นนี้ก็มีความเห็นด้วยและเห็นต่าง โดยส่วนตัวผมพร้อมที่จะให้ความรู้หรือให้ประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกฎหมายฉบับนี้

เช่นเดียวกับนายวิทยา ฉายสุวรรณ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และอดีตผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  และเคยเป็นรองอธิบดีกรมการข้าว เผยว่า ดูเจตนารมณ์ของผู้เสนอร่างเป็นเจตนารมณ์ที่ดีที่จะช่วยเหลือเกษตรกรและตรงกับนโยบายของรัฐบาล ของ ฯพณฯนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่พอไปดูในเนื้อหาของร่างพระราชบัญญัติแล้ว ยังไม่ครอบคลุม เกรงว่าผลออกมาจะไม่สมบูรณ์ แล้วยังเป็นกฎหมายที่ไปคาบเกี่ยวกับกฎหมายฉบับอื่นที่มีอยู่แล้ว  อยากจะฝากรัฐบาลผ่านไปประธานสภาฯ ว่าอยากให้ดูในเรื่องของการทำงานที่จะครบวงจรและการทำวิจัยของนวัตกรรมให้มากไม่ว่าจะเครื่องสำอาง หรือเรื่องของข้าวที่มีประโยชน์ ปัจจุบันกรมการข้าว ก็มีการผลิตข้าวที่ช่วยผู้ป่วยในเรื่องโรคเบาหวาน กข.43  เป็นต้น  090861-1927-9-335x503-335x503-2-335x503

กฎหมายที่จะเกิดขึ้นมีประโยชน์ใน “ศูนย์ข้าวชุมชน”  ผมเห็นว่าทางผู้เสนอจะเกิดประโยชน์กับเกษตรกรโดยตรง แต่ในเรื่องของห่วงโซ่ระบบข้าวยังมีอีกมากมาย ผู้ประกอบการ โรงสี เครือข่าย ชาวนา  หรือผู้ส่งออก พอมาอ่าน ร่างฯนี้แล้วเห็นว่าข้อมูลต่างๆ ยังไม่ครบถ้วน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายที่มีบทลงโทษในกฎหมายเรื่องข้าว จะมีอันตรายกับตัว พ.ร.บ.เองว่าผู้ประกอบการจะกลัวในเรื่องบทลงโทษ ควรพิจารณาให้รอบคอบว่าจะดึงเข้ามาหรือจะผลักผู้ประกอบในวงจรข้าวให้ออกไป เพราะเรื่องนี้เป็นก้าวที่สำคัญที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่เป็นกระดูกสันหลังของชาติ ถ้าทำได้จะเป็นผลงานที่ดี เป็นผลงานที่เกษตรกรรอคอยก็ฝาก "ความหวัง" แต่ขอให้ดูประเด็นในการทำข้าวให้ครบวงจร บทกำหนดการลงโทษ รวมถึงการเชื่อมโยงกับกฎหมายต่างๆที่มีอยู่แล้ว 16312 อนึ่ง ร่างพระราชบัญญัติข้าว ผู้ที่เสนอร่าง นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติข้าว พ.ศ. .... เขียนหลักการและเหตุผล ว่า "ข้าว" เป็นพืชที่สำคัญของประเทศ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และความมั่นคง แต่ในปัจจุบัน การทำนากำลังประสบปัญหาทั้งระบบจากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม มีความเสี่ยงต่อการขาดทุนจากราคาปัจจัยการผลิตที่สูงขึ้น รวมทั้งประสิทธิภาพและคุณภาพผลผลิตที่มีแนวโน้มลดลง ส่งผลให้ชาวนามีรายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต มีหนี้สินในอัตราที่สูง ขาดแรงจูงใจให้คนรุ่นใหม่เข้าสู่อาชีพการทำนา หรือ เกษตรกรรมต่อจากบรรพบุรุษ สร้างผลกระทบที่สำคัญยิ่งต่อการพัฒนาความมั่นคงทางอาหาร ระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในระยะยาว สมควรปรับปรุงและพัฒนา เพื่อให้กระบวนการผลิตข้าว ตลอดห่วงโซ่การผลิต และการพัฒนาอาชีพทำนา มีความมั่นคง ยั่งยืน เป็นเอกภาพ 1 ตลอดจนให้มีการสนับสนุนการรวมกลุ่มของชาวนา เพื่อสร้างความเข้มแข็งตามยุทธศาสตร์ชาติ มีกลไกการควบคุมการผลิตและจำหน่ายข้าวเปลือกอย่างเป็นระบบ สร้างความเป็นธรรมระหว่างชาวนาและผู้รับซื้อ โดยมีคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ที่มีองค์ประกอบทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ข้าวของประเทศ เพื่อให้ไปสู่การปฎิบัติที่มีประสิทธิภาพ มีความต่อเนื่องและยั่งยืน มีการกำกับติดตาม ควบคุมและพัฒนาตลอดห่วงโซ่การผลิต การตลาด และการส่งออกข้าว เพื่อให้เกิดความสมดุล ให้สินค้าข้าวมีปริมาณและคุณภาพที่เพียงพอต่อการบริโภค สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ ตลอดจนมีระบบที่สามารถให้ความคุ้มครองชาวนาให้ได้รับการปฏิบัติที่เป็นธรรม จึงจำเป็นที่จะต้องตราพระราชบัญญัตินี้ แบ่งเป็น 6 หมวด มี 37 มาตรา

บาร์ไลน์ฐาน-16