thansettakij
thansettakij
FWD ยกระดับฐานข้อมูล ผุด Data Lake เจาะเชิงลึก

FWD ยกระดับฐานข้อมูล ผุด Data Lake เจาะเชิงลึก

14 ธ.ค. 61 | 04:31 น.
อัปเดตล่าสุด :15 ธ.ค. 61 | 01:42 น.
เอฟดับบลิวดีสร้าง Data Lake เก็บข้อมูลวิเคราะห์เจาะลึกลูกค้า หวังสร้างการเติบโตใหม่ พร้อมทุ่มงบ 20 ล้านบาท ปรับโฉม FWD Max 2.0 ดึงลูกค้าใหม่เพิ่ม 2-3 เท่า จาก 8.5 หมื่นราย ดันการถือกรมธรรม์ 20% คาดไตรมาส 2 ได้เห็น

หลังจากที่ บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ FWD ได้ตั้งสายงานบริหารกลยุทธ์ลูกค้าและดิจิตอล เพื่อเปลี่ยนมุมมองของลูกค้าที่มีต่อประกันชีวิต นางสาวพิมพาภรณ์ อาภาศิริผล ประธานเจ้าหน้าที่ สายงานบริหารกลยุทธ์ลูกค้าและดิจิตอล FWD เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า แผนกลยุทธ์การพัฒนาดิจิตอล ปี 2562 ภายใต้งบลงทุนราว 500 ล้านบาท ส่วนหนึ่งจะลงทุนในโครงการใหญ่เพื่อพัฒนาระบบ ที่เรียกว่า "Data Lake" สำหรับรวบรวมข้อมูลของลูกค้าจากแหล่งต่าง ๆ เช่น ข้อมูลจากการเรียกร้องสินไหมทดแทน ศูนย์บริการลูกค้า และสื่อออนไลน์ ซึ่งจะนำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์เชิงลึก เพื่อตอบโจทย์ให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า เป็นการมองแบบ 360 องศา แล้วนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยในการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของแต่ละบุคคล

 

[caption id="attachment_360245" align="aligncenter" width="369"] พิมพาภรณ์ อาภาศิริผล พิมพาภรณ์ อาภาศิริผล[/caption]

ทั้งนี้ คาดว่าภายในไตรมาส 4 ปี 2562 บริษัทจะสามารถนำระบบ Data Lake มาใช้วิเคราะห์ภายในองค์กรและออกแบบผลิตภัณฑ์ได้อย่างน้อย 1 กรณีศึกษา ซึ่งระบบ Data Lake ที่บริษัทพัฒนาและนำมาใช้ ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่ 2 รองจากประเทศฮ่องกงและสิงคโปร์ ที่เริ่มพัฒนาและใช้แล้ว ดังนั้น คาดว่าในอนาคต Data Lake จะมาเป็นตัวสร้างการเติบโตใหม่ให้บริษัท เช่น โอกาสการขายข้ามผลิตภัณฑ์ (Cross-Selling) เหมือนที่ฮ่องกงทำ รวมถึงแบ่งกลุ่มลูกค้าชัดเจนขึ้นและสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตรงจุด ช่วยลดต้นทุนโดยรวมให้บริษัทได้

นอกจากระบบ Data Lake แล้ว ยังมีแผนพัฒนาแอพพลิเคชัน FWD MAX 2.0 ซึ่งเป็นเวอร์ชันใหม่อัพเดตจากเวอร์ชันแรก โดยใช้งบลงทุนราว 10-20 ล้านบาท จะเปิดตัวภายในไตรมาส 2 ปีหน้า ซึ่ง FWD MAX 2.0 จะมีฟีเจอร์ใหม่ ๆ มากขึ้น เช่น ดูรายละเอียดกรมธรรม์ การชำระเบี้ยออนไลน์ และกิจกรรมที่น่าสนใจไม่เพียงเฉพาะลูกค้าของเอฟดับบลิวดีเท่านั้น โดยคาดว่าจะมียอดลูกค้าใหม่เข้ามาเพิ่มขึ้น 2-3 เท่าตัว จากที่มีฐานลูกค้าใช้อยู่ราว 8.5 หมื่นราย หรือเพิ่มขึ้นกว่า 1-2 แสนราย ทั้งที่เป็นลูกค้าใหม่และฐานลูกค้าเดิมในสัดส่วน 50% อย่างไรก็ดี ในแง่ความยั่งยืนของลูกค้า จะพบว่าลูกค้าที่ใช้แอพพลิเคชัน FWD MAX จะมีโอกาสซื้อกรมธรรม์ หรือ ถือกรมธรรม์ มากกว่าช่องทางอื่นประมาณ 20%

ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีแผนพัฒนาปรับปรุงเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น รวมถึงพัฒนาช่องทางแพลตฟอร์ม e-Commerce ร่วมกับพันธมิตร เช่น ME by TME ที่ออกผลิตภัณฑ์แบบประกันชีวิต มอร์เซฟวิ่ง 10/5 แรกร่วมกันผ่านแพลตฟอร์มดิจิตอล ซึ่งโดยปกติจะมีแต่ผลิตภัณฑ์อุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) หรือ ประกันการเดินทาง (TA) เป็นต้น รวมถึงช่องทาง Chatbot ซึ่งในปี 2562 จะเห็นบริษัทเดินไปสู่ Fully Online และผสมผสานช่องทาง Physical รวมเป็น Omni Channel โดยในปีหน้าจะมีการออกผลิตภัณฑ์ประมาณ 3-4 ผลิตภัณฑ์ ซึ่งรูปแบบผลิตภัณฑ์จะหลากหลาย เพื่อดึงข้อมูลของลูกค้า

"งบประมาณลงทุนอยู่ในงบ 500 ล้านบาท แต่โครงการใหญ่จะอยู่ที่ Data Lake ซึ่งเราจะพยายามทำให้เกิดยูสเคสแรกให้ได้ภายในไตรมาส 4 ปีหน้า พร้อมทั้งพัฒนาระบบหลาย ๆ อย่างให้เป็นฟูลดิจิตอล"

หน้า 23-24 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ  ฉบับที่ 3,426 วันที่  13 - 15 ธันวาคม พ.ศ. 2561

595959859