thansettakij
thansettakij
สงครามการค้าไม่สะเทือน พาณิชย์มั่นใจยอดส่งออก 2 ปีขยายตัว 8%

สงครามการค้าไม่สะเทือน พาณิชย์มั่นใจยอดส่งออก 2 ปีขยายตัว 8%

12 ธ.ค. 61 | 08:04 น.
อัปเดตล่าสุด :12 ธ.ค. 61 | 15:09 น.
พาณิชย์ ชี้สงครามการค้าจีน-สหรัฐฯคลี่คลายลง มั่นใจส่งออกอีก 2 เดือน หากทำได้เฉลี่ยเดือนละ 22,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว 8% ได้ตามเป้า หลังตลาดส่งออกหลักเริ่มกลับมาฟื้นตัว ชูอาเซียนยังเป็นอันดับ 1 ของการส่งออกไทย พร้อมรุกตลาดรองมากขึ้น

นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ขณะนี้ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน เริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้สถานการณ์การค้าทั่วโลกคลี่คลาย แม้ว่าจะเป็นเพียงระยะสั้นก็ตาม แต่ส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมมีทิศทางที่ดีขึ้น ดังนั้นการส่งออกในช่วง 2 เดือนที่เหลือของปีนี้ (พฤศจิกายน-ธันวาคม) น่าจะมีมูลค่า 22,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯต่อเดือน ซึ่งจะส่งผลให้ตัวเลขการขยายตัวทั้งปีอยู่ที่ 8% ส่วนการส่งออกปีหน้าคาดว่าน่าจะขยายตัวที่ 8% ตามที่นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ระบุไว้

TP9-3425-A

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เป้าส่งออกเป็นไปตามแผนในปีหน้า และลดความเสี่ยงในตลาดหลัก กรมจะผลักดันการส่งออกไปยังตลาดศักยภาพใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้นโดยเน้นไปที่ตลาดรองที่ยังเข้าไปทำการตลาดน้อยอยู่ ไม่ว่าจะเป็นตลาดแอฟริกา ตลาดตะวัน ออกกลาง เนื่องจากมีโอกาสในการขยายสินค้าอาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องจักรกลการเกษตร สินค้าก่อสร้าง อัญมณี สินค้าฮาลาล รวมไปถึงเจาะตลาดใหม่ เช่น เยเมน กาตาร์ ขยายโอกาสทางการค้าสู่เมืองใหม่ในแอฟริกา เนื่องจากนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญกับตลาดนี้ โดยได้สั่งการให้เร่งขยายตลาด โดยเฉพาะธุรกิจก่อสร้าง ธุรกิจอาหาร คาดว่าจะสร้างมูลค่าจากการส่งออกทั้งหมดได้ 2.76 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

โดยในปีหน้ากรมมีกิจกรรมที่สำคัญๆ เช่น งาน Gulf Food 2019 (อาหารฮาลาล) ระหว่างวันที่ 17-21 กุมภาพันธ์ 2562 ณ นครดูไบ รวมถึงตลาดอินเดีย ซึ่งกรมจะเข้าไปทำตลาดนี้มากขึ้น เนื่องจากรัฐบาลอินเดียให้ความสนใจกับสินค้าไทยซึ่งน่าจะเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะเมืองคุชราชซึ่งเป็นเมืองรองและอีกหลายเมืองที่น่าสนใจเข้าไปขยายฐานการลงทุน เป็นต้น

ส่วนตลาดหลักๆ เช่น อาเซียน จีน สหรัฐฯ ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป ยังคงเน้นผลักดันการส่งออกและลงทุนธุรกิจในต่างประเทศ ในสินค้าและธุรกิจบริการที่มีศักยภาพในคลัสเตอร์ที่ไทยมีความเชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะเป็น เกษตรและอาหาร อัญมณีและเครื่องประดับ และ 4 กลุ่มธุรกิจบริการเป้าหมาย เช่น การแพทย์ และสุขภาพ บริการ อุตสาห กรรมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กลุ่มสถาบัน และบริการสนับสนุนทางการค้า

“ปีหน้ากรมเตรียมจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดกว่า 500 กิจกรรมเพื่อรักษาตัวเลขการค้าและการส่งออกทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยกำหนดกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับแต่ละตลาด ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐฯ/ทวีปอเมริกา ใช้วิกฤติให้เป็นโอกาสจากสงครามการค้าในการเชื่อมโยงนวัตกรรมท้องถิ่นสู่สากลเจาะตลาดใหม่และตลาดรองที่มีศักยภาพ ซึ่งแม้ว่าจะมีการเลือกตั้งและอยู่ระหว่างเปลี่ยนถ่ายรัฐบาล แต่มั่นใจว่ากิจกรรมต่างๆ ที่กรมดำเนินการจะไม่ส่งผลกระทบเพราะเป็นแผนงานที่ต้องดำเนินการอยู่ปกติ แต่หากเป็นแผนงานใหม่ที่ต้องรองบประมาณอาจจะมีชะลอไปบ้างเพื่อรอรัฐบาลใหม่อนุมัติ”

ทั้งนี้ กรมมองว่า อาเซียนยังคงเป็นตลาดหลัก ถือว่าเป็นตลาด 1 ใน 4 ของการส่งออกทั้งหมดของไทย และเศรษฐกิจของกลุ่มอาเซียนยังขยายตัวอย่างมีเสถียรภาพ ใช้ประโยชน์จากการเป็นประธานอาเซียนในปี 2562 ขับเคลื่อนกิจกรรมทั้งงานแสดงสินค้าที่จะช่วยสร้างโอกาสในการขายให้กับสินค้าไทย อาเซียนนิยม Brand ของไทย ทำให้โอกาสของไทยมีสูงมากโดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอุปโภค/บริโภค จักรกลการเกษตร เครื่องใช้ไฟฟ้า ธุรกิจบริการด้านก่อสร้าง/ตกแต่ง ด้านสุขภาพและความงาม ด้านท่องเที่ยว และโรงแรม

หน้า 9 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,425 วันที่ 9-12 ธันวาคม 2561

[caption id="attachment_360258" align="aligncenter" width="335"]  เพิ่มเพื่อน [/caption]