
‘ไอที4.0’ โอกาสทำเงินฟรีแลนซ์-เชี่ยวชาญเฉพาะ
พัฒนาการทางเทค โนโลยี นำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองของมนุษยชาติ ขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดการกลัวว่า เทคโนโลยีเหล่านั้นจะเข้ามาแทนที่การทำงานของมนุษย์ และเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ แต่ยังมีประเด็นที่หลายฝ่ายกังวลคือแรงงานเกินกว่าครึ่งในประเทศ ไทยไม่ได้อยู่ในระบบบำนาญ และที่สำคัญ แรงงานในระบบเองมีการออมเงินที่ไม่เพียงพอ ทำให้ผู้สูงวัยในบ้านเรา จะมีเงินไม่พอใช้ในวัยเกษียณ
“เอก อะยะวงศ์”กรรมการผู้จัดการบริษัท เมอร์เซอร์(ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แนว โน้มโครงสร้างรายได้ของคนไทยในอนาคตขึ้นกับความสามารถของแต่ละบุคคลและรูปแบบการจ่ายผลตอบแทนจะปรับเป็นแรงจูงใจหรือ Incentive แทนเงินเดือน บริษัทส่วนใหญ่จะจัดโครงสร้างลักษณะงานที่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ หรือมืออาชีพหรือประเภทงานที่มีความเสี่ยงตํ่า แม้กระทั่งการว่าจ้างบุคคลภายนอกหรือ Oursource เป็นฤดูกาล ทำให้โอกาสสำหรับคนรับทำงานอิสระ (Freelancer) จะมีมากขึ้นและรับทำงานเป็นโครงการ ซึ่ง 1 คนจะสามารถทำงานหรือให้บริการ 3-4 หน่วยงาน โดยสามารถสร้างรายได้สูงตามศักยภาพ เช่น กลุ่มธุรกิจที่ปรึกษาด้านไอทีหรือเทคโนโลยี หรือกลุ่มร้านค้าปลีก ร้านสะดวกซื้อ ช็อปปิ้งออนไลน์ ซึ่งเป็นการขายพิเศษหรือจ้างงานแบบชั่วคราว
นอกจากนั้นสังคมผู้สูงอายุยังเร่งตัวขึ้น โดยผลศึกษาระดับโลกระบุว่า อายุเฉลี่ยของคนจะยืนสูงขึ้น เช่น ถ้าเกษียณอายุตอน 60 ปีอายุยืนถึง 100 ปี จะมีเวลา 40 ปีที่ไม่สามารถทำรายได้และหากไม่มีเงินออมความเป็นอยู่จะยากลำบาก ดังนั้น กลุ่มนี้ จึงต้องมีอาชีพหลังเกษียณ ทุกคนต้องมีการออม การออมภาคบังคับมีความสำคัญมากขึ้น เพราะแนวโน้มทุกคนต้องเก่งตลอดเวลาและช่องว่างระหว่างผู้มีรายได้ปานกลางจะกว้างขึ้น
“อนาคตจะมีอาชีพอิสระ ฟรีแลนซ์มากขึ้น และเงินเดือนจะถูกทดแทนด้วย Incentive ถ้าบริษัทหรือพนักงานไม่ปรับตัวโอกาสอยู่รอดยาก อย่างกลุ่มแบงก์ Digital Banking ที่มีการหาคนมีฝีมือด้านไอที เทคโนโลยีทำงานเป็นโปรเจ็กต์หรือการจ้างกลุ่มคนเกษียณที่อาศัยความรู้มากกว่าแรงงานและหลายธุรกิจเริ่มนำยานยนต์ นวัตกรรมทางเทคโนโลยีส่วนหนึ่งเตรียมรองรับอนาคตที่แรงงานจะกลับต่างประเทศและสาเหตุคนไทยไม่อยากทำแรงงาน”
จึงเป็นโจทย์ท้าทายภาครัฐ เพราะคนไทยมีเงินออมไม่เพียงพอ ซึ่งรัฐพยายามจะผลักดันโครงการดูแลคนหลังเกษียณ บริษัทต้องบริหารค่าใช้จ่ายและปรับองค์กรให้มีความยืดหยุ่น ด้วยการจัดระบบนิเวศด้านบุคลากรให้ขยายออกไปหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการจ้างบุคลากร พนักงานชั่วคราว (Contractor) ผู้รับงานอิสระ (Freelancer) พันธมิตรทางด้านบุคลากร (Partnership) การหาบุคลากรจากกลุ่มผู้ที่มีพรสวรรค์ด้านต่าง ๆ จำนวนมาก (Crowdsource) ที่สำคัญ คือยกระดับเทคโนโลยีดิจิตอลทั้งพัฒนาแผนงานด้านทรัพยากรบุคคลและรูปแบบการดำเนินธุรกิจ
ทั้งนี้จากผลศึกษาของบริษัทในไทยกว่า 560 บริษัทครอบคลุม อุตสาหกรรมรถยนต์ ไฮเทค ชีววิทยาศาสตร์ ประกันชีวิต เคมี และอุปโภคบริโภคพบว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ อัตราผลตอบแทนมีแนวโน้มปรับเพิ่มสูงขึ้น 5.5% ในปีหน้าซึ่งสูงกว่าอุตสาหกรรมอื่น ตามด้วยประกันชีวิตและเคมี แต่อุตสาหกรรมที่เหลือจะอยู่ประมาณ 5%
“บริษัททั่วโลกเผชิญกับความท้าทายในการหาพนักงานที่มีศักยภาพมาช่วยขับเคลื่อนธุรกิจจึงมอบค่าตอบแทนพิเศษจำนวนมากกับพนักงานขายเฉพาะทางตำแหน่งทางวิศวกรรมและผู้เชี่ยวชาญภาษาท้องถิ่น”
หน้า 23-24 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,422 วันที่ 29 พฤศจิกายน - 1 ธันวาคม พ.ศ. 2561






