
ชิงข้อมูลปล่อยกู้ออนไลน์แบงก์รุกจับมือพันธมิตร ขยายฐานลูกค้า
แบงก์เปิดเกมรุกชิงพันธมิตรต่อยอดฐานข้อมูลปล่อยสินเชื่อโลกดิจิตอล “กรุงเทพ” ชิมลางปล่อยกู้ลูกค้าเพย์โรล 500-700 บริษัทก่อนลงสนามจริงปี 62 “กรุงศรีฯ”ลั่นเฟ้นหาพันธมิตรชิงข้อมูล Alternative Data ปล่อยสินเชื่อ ฟาก “ไทยพาณิชย์”เตรียมขยายวงเงิน-พื้นที่ปล่อยกู้บนแพลตฟอร์มดิจิตอล
นางปรัศนี อุยยามะพันธุ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ“ฐานเศรษฐกิจ” ว่า อยู่ระหว่างศึกษาการปล่อยสินเชื่อผ่านออนไลน์หรือ Digital Lending ในวงจำกัด คาดว่า จะชัดเจนในช่วงครึ่งแรกปี 2562 ซึ่งจะขยายฐานลูกค้าเพิ่มเติม เช่น ฐานลูกค้าร้านค้า QR ที่ธนาคารสามารถเห็นกระแสเงินสด (Cash Flows)ของลูกค้าได้ และจะเป็น Payment Data เพื่อนำมาวิเคราะห์เป็นเครดิต สกอริ่งการปล่อยสินเชื่อได้ และเมื่อโครงการ National Digital ID ของภาครัฐออกมาในปีหน้าจะทำให้ลูกค้าที่ไม่ใช่ลูกค้าธนาคารเข้ามาสะดวกขึ้น ช่วยต่อยอดการปล่อยสินเชื่อผ่านออนไลน์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ รูปแบบการปล่อยสินเชื่อออนไลน์ที่กำลังทดลองทำได้ปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคล(Personal Loan) เฉพาะกลุ่มลูกค้าที่มีเงินเดือนผ่านธนาคาร(Pay Roll) และฐานลูกค้าเก่าเท่านั้น โดยปล่อยสินเชื่อในฐาน Pay Roll แล้ว 500-700 บริษัทและฐานลูกค้าพนักงานในบริษัทต่างๆ อีกจำนวนหนึ่ง วงเงินเฉลี่ยไม่เกิน 5 เท่าของรายได้ ซึ่งคุณภาพสินเชื่อค่อนข้างดีช่วงที่ผ่านมาเพราะเป็นฐานลูกค้าบัญชีเงินเดือนผ่านธนาคาร ทำให้มีศักยภาพ และเป็นลูกค้าเกรดเอ ที่มีความเสี่ยงตํ่า
นายฐากร ปิยะพันธ์ ประธานกรรมการ กรุงศรี คอน ซูมเมอร์กล่าวว่า ภาพการแข่งขันของธนาคารปัจจุบันเปลี่ยนจาก Beyond Banking เป็น Partnership Banking หลังจาก 1-2 ปีที่ผ่านมา ธนาคารพาณิชย์ต่างเร่งลงระบบ QR Code เพื่อต้องการข้อมูลรายรับ-รายจ่าย นำมาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลการปล่อยสินเชื่อ หรือ Information Based Lending ประกอบกับธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เริ่มผ่อนคลายให้ใช้ Alternative Data มาวิเคราะห์ปล่อยสินเชื่อ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีถึงกลุ่มคนที่ไม่สามารถเข้าถึงสถาบันการเงินจากที่ไม่มีเอกสารทางการเงินหรือแหล่งรายได้ชัดเจน แต่อนาคตจะสามารถนำข้อมูลอื่นๆมาช่วยปล่อยสินเชื่อได้
ทั้งนี้ ภายในเดือนธันวาคมนี้ ธนาคารจะเริ่มปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ขับขี่จักรยานยนต์กลุ่มแรกของลาล่ามูฟ 5-6 พันราย วงเงินเฉลี่ย 1-1.5 หมื่นบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ย 28% แม้ดอกเบี้ยจะตั้งต้นที่ 28% แต่หลังจากลูกค้าอยู่กับบริษัทและมีวินัยชำระหนี้ที่ดีสมํ่าเสมอช่วง 6-12 เดือน จะปรับดอกเบี้ยลดลงได้ เพราะบริษัทสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้หรือมีความเสี่ยงตํ่า ดอกเบี้ยจะปรับลงได้ เพราะเป็นการปล่อยสินเชื่อดิจิตอลที่มีต้นทุนถูกกว่าเมื่อเทียบกับสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ที่อัตราดอกเบี้ย 36% แต่มีต้นทุนบริหารจัดการหลักพันบาทต่อ 1 บัญชี และภายในไตรมาส1 จะขยายบริการไปสู่ผลิตภัณฑ์เงินฝากและการลงทุนรวมถึงการลิงก์แอพพลิเคชันของกรุงศรีและลาล่ามูฟในการตัดบัญชีชำระเงิน แต่ลูกค้าต้องยินยอมด้วย
ส่วนแผนขยายพันธมิตรไปสู่อุตสาหกรรมอื่นๆ อยู่ระหว่างพูดคุย 3-4 ราย ซึ่งกระจายในหลายๆ บริการ แต่จะเป็นอุตสาหกรรมที่มีแพลตฟอร์มเชื่อมระหว่างกัน ไม่จำเป็นต้องเน้นการปล่อยสินเชื่ออย่างเดียว แต่สามารถขยายบริการทั้งในส่วนของชำระเงิน (Payment) เงินฝาก (Deposit) และสินเชื่อ (Loan) โดยกรุงศรีจะเข้ามาเชื่อมกับพันธมิตรเหล่านี้เพื่อขยายฐานลูกค้า และขยายฐานข้อมูล คาดว่าภายในไตรมาส 1 หรือต้นไตรมาส 2 น่าจะมีความชัดเจน
นางสุทธาภา อมรวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี อบาคัส จำกัด บริษัทในเครือธนาคารไทยพาณิชย์กล่าวว่า อยู่ระหว่างขอธปท.ขยายวงเงินปล่อยสินเชื่อออนไลน์หรือ สินเชื่อแม่มณีศรีออนไลน์ เพิ่มจากที่ขอเบื้องต้น 500 ล้านบาท ซึ่งเป็นการปล่อยกู้บนแพลตฟอร์มดิจิตอล 100% จำกัดในกรุงเทพฯให้ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่มีร้านค้าหรือให้บริการบนแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์(e-Marketplace) บนลาซาด้า ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ซึ่งผลตอบรับค่อนข้างดีปล่อยกู้เกือบเต็มวงเงินแล้ว และยังจะขอขยายพื้นที่ไปสู่ 20 จังหวัด โดยเห็นชอบในหลักการและกำลังเสนอคณะกรรมการ (บอร์ด) ธนาคารเพื่ออนุมัติวงเงินต่อไป
“เราช่วยลูกค้าเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงินในต้นทุนที่ถูก เฉลี่ยไม่เกิน 19% ต่อปี เฉลี่ย 1.59% ต่อเดือน ขึ้นกับความเสี่ยงของลูกค้า แต่ถูกกว่าสินเชื่อบุคคลที่คิด 28%”
สำหรับแผนงานปี 2562 บริษัทอยู่ระหว่างขออนุมัติงบประมาณ เพื่อพัฒนาและหาเครื่องปัญญาประดิษฐ์ (AI)มาช่วยเรื่อง Big Data เพื่อขยายฐานลูกค้าและพันธมิตรในอุตสาหกรรมอื่นๆ เพิ่มเติม แต่จะเน้นต่อยอดจากผลิตภัณฑ์เดิมที่มีเช่น Lending Platform และพัฒนา ChatBot ซึ่งขณะนี้มี 2-3 ตัว เช่น เผือกหอมเป็นการทำบัญชีครัวเรือน เพิ่มพูนจะเป็นแชตบอตที่ช่วยเรื่องการลงทุนในกองทุนรวมต่างๆ จะเปิดตัวเร็วๆนี้ เก็บหอมเป็นโมบายแอพพลิเคชันที่ช่วยวางแผนการออม เน้นกลุ่มนักศึกษาและกลุ่มที่เริ่มต้นทำงาน และมายดีลจะอยู่บน Easy App แนะนำส่วนลดร้านค้า ซึ่งทำร่วมกับมหาวิทยาลัยต่างๆ
หน้า 23-24 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,421 วันที่ 25 - 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561






