thansettakij
thansettakij
ธุรกิจครอบครัวฝ่ามรสุมเทคโนโลยีดิจิตอล

ธุรกิจครอบครัวฝ่ามรสุมเทคโนโลยีดิจิตอล

24 พ.ย. 61 | 06:04 น.
อัปเดตล่าสุด :24 พ.ย. 61 | 13:04 น.
เทคโนโลยีเป็นประเด็นที่เหล่าผู้นำธุรกิจทั่วโลกต่างให้ความสำคัญในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากสามารถเข้าไปเพิ่มศักยภาพให้กับทุกองค์ประกอบของธุรกิจได้ และเสริมสร้างโมเดลธุรกิจใหม่โดยการบูรณาการคน ธุรกิจและสิ่งต่างๆเข้าด้วยกัน อีกทั้งยังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่ดูเหมือนจะไม่สอดคล้องกับลักษณะเฉพาะของธุรกิจครอบครัวจำนวนมากที่กลุ่มผู้บริหารดูแลบริษัทในระยะยาวมาหลายชั่วอายุคน อย่างไรก็ตามธุรกิจครอบครัวจำนวนมากกำลังปรับตัวให้เข้ากับโลกดิจิตอลภายในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งการปรับตัวอย่างต่อเนื่องนี้ถือเป็นความรับผิดชอบสำคัญของผู้นำธุรกิจครอบครัวรุ่นต่อไป

จากการศึกษาของ The Deloitte Family Business Center ได้สำรวจผู้นำปัจจุบันและผู้นำในอนาคตของธุรกิจครอบครัวทั่วโลก 575 ราย ในปี ค.ศ. 2018 พบว่าธุรกิจครอบครัวจำนวนมากขาดกลยุทธ์ดิจิตอลที่สมบูรณ์แบบ ด้วยความเข้าใจผิดว่า Digital Transformation (กระบวนการที่นำเอาเทคโนโลยีดิจิตอลมาใช้ในธุรกิจเพื่อเปลี่ยนเป็นรูปแบบการทำธุรกิจแบบใหม่) หมายถึงเพียงแค่การเพิ่มหรือปรับวิธีการทำงานและการสื่อสารกับผู้อื่นเท่านั้น แต่โอกาสสำหรับนวัตกรรมมีมากกว่านั้น เช่น การใช้ดิจิตอลในการสร้างความผูกพันกับลูกค้า ไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนแปลงช่องทางในการติดต่อกับลูกค้าเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการทบทวนระดับและวิธีการติดต่อที่เข้าใกล้ลูกค้ามากขึ้น

ในทำนองเดียวกัน Digital Transformation เป็นเรื่องของการเปลี่ยนจากการเป็นองค์กรแบบดั้งเดิมไปเป็นองค์กรดิจิตอลที่มีกลยุทธ์แบบบูรณาการซึ่งมีเทคโนโลยีเป็นแกนหลัก โดยมักมีเป้าหมาย เช่น เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้สูงขึ้น สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่และเข้าใจพฤติกรรมลูกค้ามากกว่าเดิม ลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวขององค์กร หรืออาจจะเป็น business model ใหม่ที่ใช้สร้างการเติบโตใหม่ๆ ให้กับบริษัท

จากการสำรวจพบว่าประมาณ 1 ใน 4 ของผู้นำธุรกิจครอบครัวรุ่นต่อไปมีกลยุทธ์ในการใช้เทคโนโลยีดิจิตอลอยู่แล้ว ขณะที่อีก 35% บอกว่ามีกลยุทธ์ที่เพิ่งจะทำเสร็จเมื่อเร็วๆ นี้ และเกือบ 40% ไม่มีกลยุทธ์ดิจิทัลหรือกำลังจัดทำอยู่ นอกจากนี้ยังพบว่าธุรกิจครอบครัวใช้เทคโนโลยีดิจิตอลโดยมุ่งเน้นการปรับปรุงกระบวนการทำงาน ซึ่งชี้ให้เห็น ว่าผู้นำธุรกิจจำนวนมากเห็นว่า Digitalization (กระบวนการนำเทคโนโลยีดิจิตอลมาใช้ในงาน) เป็นการปรับปรุงการดำเนินงานเดิมเท่านั้น โดยไม่ได้พิจารณาการประยุกต์ใช้ในบริบทที่ลึกซึ้ง

MP35-3421-A- นอกจากนี้ผู้นำรุ่นต่อไปที่ทำงานในบริษัทครอบครัวยังเชื่อว่าพวกเขามีความตระหนักถึงผลกระทบของ Digitalization มากกว่าผู้นำที่บริหารงานอยู่ ซึ่งกลุ่มนี้ก็มีการตระหนักรู้มากกว่าสมาชิกในครอบครัวที่ไม่ได้ทำงานในบริษัทด้วยเช่นกัน นั่นหมายความว่าเป็นหน้าที่ของผู้นำธุรกิจครอบครัวในการให้ความรู้แก่สมาชิกในครอบครัวคนอื่นๆ เกี่ยวกับคุณค่าของเทคโนโลยีดิจิตอล อย่างไรก็ตามผู้ถูกสำรวจส่วนใหญ่บอกว่าพวกเขา “ค่อนข้างตระหนักรู้” เกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิตอล ซึ่งก็ยังไม่ชัดเจนในการทำ Digital Transformation นั่นอาจทำให้ต้องใช้เวลาและความพยายามในการค้นหาวิธีการนำเทคโนโลยีดิจิตอลมาใช้และคำนึงถึงผลกระทบต่างๆ ที่ตามมาอย่างรอบคอบ ผู้นำธุรกิจครอบครัวควรพิจารณาอย่างรอบคอบเกี่ยวกับวิธีบูรณา การเทคโนโลยีและการนำระบบข้อมูลที่หลากหลายเข้าสู่ธุรกิจของตน โดยคำนึงถึงเป้าหมายและบทบาทของธุรกิจครอบครัวในยุคดิจิตอล วิธีการเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงานไปสู่ Business Model ใหม่ การทำสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องเชิงกลยุทธ์เพื่อให้เกิดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจครอบครัว

โดยธุรกิจครอบครัวสามารถใช้ประโยชน์จากแผนการมุ่งเน้นระยะยาวแบบเดิมเพื่อรองรับอนาคตในการทำ Digital Transformation และจัดระเบียบบริษัททั้งหมดซึ่งไม่ใช่แค่ธุรกิจแต่หมายรวมถึงสมาชิกในครอบครัวให้เท่าทันต่ออนาคตในยุคดิจิตอลด้วยเช่นกัน การเปลี่ยนแปลงในธุรกิจครอบครัวบางครั้งก็ทำได้ง่ายและรวดเร็ว หากผู้นำธุรกิจ พนักงาน และครอบครัวมองเห็นความจำเป็นในระยะยาว ซึ่งจะทำให้ได้รับความร่วมมืออย่างแท้จริง การนำเทคโนโลยีดิจิตอลมาใช้ในธุรกิจครอบครัวก็มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จสูง แต่ถ้าหากเป็นไปในทางตรงข้าม ธุรกิจครอบครัวนั้นๆ ก็คงไม่สามารถปรับตัวเองตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและโลกได้

ที่มา : Deloitte. 2018. Deloitte Survey on Next-Generation Family Businesses: Adapting To an Ecosystem-Driven World. Available: https://www2.deloitte.com/lu/en/pages/strategy/articles/next-generation-family-business-exploring-business-ecosystems.html

คอลัมน์ | หน้า 35 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3,421 ระหว่างวันที่ 25-28 พฤศจิกายน 2561

595959859