
กอบศักดิ์-มาดามเดียร์ เดินสาย พบ "นศ.สวนสุนันทา" จัดกิจกรรม "คนรุ่นใหม่วาดฝันประเทศไทย"
กิจกรรม “คนรุ่นใหม่วาดฝันประเทศไทย” ของพรรคพลังประชารัฐ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา โดยมีนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โฆษกพรรค พร้อมกับสมาชิกพรรค อาทิ มาดามเดียร์ น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี , นายเชรษฐวุฒิ วัชรคุณ และคนรุ่นใหม่ของพรรคร่วมด้วยพร้อมทั้งนักศึกษาประมาณ 200 คน
ทั้งนี้ นายกอบศักดิ์ ได้ตอบคำถามเกี่ยวกับวิธีการเลือกตั้งที่สุจริตว่า สังคมไทยซื้อสิทธิ์ขายเสียงเพราะความอ่อนแอของชุมชน ดังนั้นจึงต้องทำให้ชุมชนเข้มแข็ง เหมือนอย่างที่มีการกล่าววว่าใน กทม. ไม่ค่อยซื้อสิทธิ์ขายเสียง ต่างจากชนบท เนื่องจากเงิน 5,000 บาทใน กทม.นั้น ไม่ถือว่ามาก ด้วยเหตุนี้ จึงต้องทำให้ประชาชนมีรายได้ แก้ไขปัญหาความยากจน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่งนักศึกษาได้ถามว่าพรรค พปชร.จะชนะการเลือกตั้งหรือไม่ และพรรคจะได้ส.ส.กี่คน นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า พี่จะสู้เพื่อน้องๆ ส่วนตัวต้องยอมรับว่ากลัวการเมือง เพราะไม่ใช่เรื่องง่าย ที่ตัดสินใจเข้ามาทำงานการเมือง เพราะต้องการให้ประเทศมีทางออก ไม่อยากเห็นการชุมนุมประท้วงเหมือนปี 53 ที่ไม่สามารถเดินทางไปย่านราชประสงค์ ได้ ต้องใช้ชีวิตอย่างไม่มีความสุข ทางบ้านต้องมากังวลใจว่าจะปลอดภัยหรือไม่ ส่วนพรรค พปชร.จะชนะการเลือกตั้งหรือไม่ เราจะทำให้ดีที่สุด เพราะพรรคพปชร.มาจากเสียงของประชาชน ที่ไม่ต้องการความขัดแย้ง
นอกจากนี้มีนักศึกษาถามอีกว่า ถ้าพปชร.จะชนะเลือกตั้งจะแก้ไขปัญหาฝ่ายที่แพ้เลือกตั้งแล้วออกมาชุมนุมประท้วงอย่างไร นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า พรรคนี้ไม่เคยเป็นศัตรูกับใคร ตอนนี้หมดยุคของความขัดแย้งแล้ว เชื่อว่าประชาชนล้วนเบื่อความขัดแย้ง และเราเป็นทางเลือกที่ 3 ไม่มีความขัดแย้ง
ด้านมาดามเดียร์กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ชอบการเมือง แต่ถ้าอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง เราก็ควรจะลงมือทำ เพื่อที่จะได้รู้ว่ามีปัญหาใดต้องแก้ไขบ้าง ส่วนมั่นใจกับพรรค พปชร.หรือไม่มั่น เราจะทำวันนี้ให้ดีที่สุด การเมืองก็เหมือนฟุตบอล เราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่จะทำให้ดีที่สุด จะได้ไม่กลับมาเสียใจภายหลัง ไม่ว่าแพ้หรือชนะก็จะยอมรับในกติกา
ขณะที่นายเชรษฐวุฒิ หรือ บ๊วย กล่าวว่า การเมืองเป็นเรื่องใกล้ตัวทุกคน ถ้าไม่มั่นใจว่าพรรคใน พปชร.ว่าจะชนะเลือกตั้ง คงไม่สมัครเป็นสมาชิกพรรค เพราะเราต้องดูผู้บริหารของพรรคที่มีผลงาน มีคุณสมบัติที่ดี และฝากน้องๆ อย่าให้ใครมาชักนำเราได้ เราจะต้องมาพิจารณาด้วยตัวเอง
ทั้งนี้ นายกอบศักดิ์ ได้ตอบคำถามเกี่ยวกับวิธีการเลือกตั้งที่สุจริตว่า สังคมไทยซื้อสิทธิ์ขายเสียงเพราะความอ่อนแอของชุมชน ดังนั้นจึงต้องทำให้ชุมชนเข้มแข็ง เหมือนอย่างที่มีการกล่าววว่าใน กทม. ไม่ค่อยซื้อสิทธิ์ขายเสียง ต่างจากชนบท เนื่องจากเงิน 5,000 บาทใน กทม.นั้น ไม่ถือว่ามาก ด้วยเหตุนี้ จึงต้องทำให้ประชาชนมีรายได้ แก้ไขปัญหาความยากจน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่งนักศึกษาได้ถามว่าพรรค พปชร.จะชนะการเลือกตั้งหรือไม่ และพรรคจะได้ส.ส.กี่คน นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า พี่จะสู้เพื่อน้องๆ ส่วนตัวต้องยอมรับว่ากลัวการเมือง เพราะไม่ใช่เรื่องง่าย ที่ตัดสินใจเข้ามาทำงานการเมือง เพราะต้องการให้ประเทศมีทางออก ไม่อยากเห็นการชุมนุมประท้วงเหมือนปี 53 ที่ไม่สามารถเดินทางไปย่านราชประสงค์ ได้ ต้องใช้ชีวิตอย่างไม่มีความสุข ทางบ้านต้องมากังวลใจว่าจะปลอดภัยหรือไม่ ส่วนพรรค พปชร.จะชนะการเลือกตั้งหรือไม่ เราจะทำให้ดีที่สุด เพราะพรรคพปชร.มาจากเสียงของประชาชน ที่ไม่ต้องการความขัดแย้ง
นอกจากนี้มีนักศึกษาถามอีกว่า ถ้าพปชร.จะชนะเลือกตั้งจะแก้ไขปัญหาฝ่ายที่แพ้เลือกตั้งแล้วออกมาชุมนุมประท้วงอย่างไร นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า พรรคนี้ไม่เคยเป็นศัตรูกับใคร ตอนนี้หมดยุคของความขัดแย้งแล้ว เชื่อว่าประชาชนล้วนเบื่อความขัดแย้ง และเราเป็นทางเลือกที่ 3 ไม่มีความขัดแย้ง
ด้านมาดามเดียร์กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ชอบการเมือง แต่ถ้าอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง เราก็ควรจะลงมือทำ เพื่อที่จะได้รู้ว่ามีปัญหาใดต้องแก้ไขบ้าง ส่วนมั่นใจกับพรรค พปชร.หรือไม่มั่น เราจะทำวันนี้ให้ดีที่สุด การเมืองก็เหมือนฟุตบอล เราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่จะทำให้ดีที่สุด จะได้ไม่กลับมาเสียใจภายหลัง ไม่ว่าแพ้หรือชนะก็จะยอมรับในกติกา
ขณะที่นายเชรษฐวุฒิ หรือ บ๊วย กล่าวว่า การเมืองเป็นเรื่องใกล้ตัวทุกคน ถ้าไม่มั่นใจว่าพรรคใน พปชร.ว่าจะชนะเลือกตั้ง คงไม่สมัครเป็นสมาชิกพรรค เพราะเราต้องดูผู้บริหารของพรรคที่มีผลงาน มีคุณสมบัติที่ดี และฝากน้องๆ อย่าให้ใครมาชักนำเราได้ เราจะต้องมาพิจารณาด้วยตัวเอง






