
‘เดอะมอลล์’งัด7กลยุทธ์รุกปี62
“เดอะมอลล์ กรุ๊ป” เปิด 7 กลยุทธ์รุกตลาดปี 62 ชู Food Destination จุดขายที่โลกออนไลน์ไม่มี พร้อมทุ่มงบกว่า 350 ล้านบาทปลุกกำลังซื้อ กระตุ้นยอดขายร้านค้าโค้งท้าย มั่นใจกวาดเงินช่วงเพรจทีจกว่า 7,000 ล้าน ดันรายได้รวมทะลุเป้า 5.8 หมื่นล้านบาท
นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า กลยุทธ์การทำตลาดของเดอะ มอลล์ กรุ๊ปในปี 2562 ประกอบไปด้วย 1. การมอบข้อเสนอที่ดีให้กับลูกค้า โดยเลือกสถานที่และเวลาให้เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละกลุ่ม เลือกโปรโมชันที่น่าสนใจให้เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละสถานที่ เป็นต้น 2. การทำ Event และ Happening ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้ง Signature Event, World-class Event 3. Customer Experience สร้าง Story และมอบประสบการณ์ที่พิเศษให้กับลูกค้ารวมทั้งสร้างความสนุกในการช็อปปิ้ง 4. Food Marketing ตอกยํ้าความเป็นผู้นำ Food Destination
[caption id="attachment_350091" align="aligncenter" width="335"]
วรลักษณ์ ตุลาภรณ์[/caption]
5. Collaboration จับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ แบรนด์สินค้ารวมทั้ง Artist ต่างๆ ในการสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างและข้อเสนอพิเศษรวมทั้งโปรโมชันรูปแบบใหม่ที่ทำให้ลูกค้าได้รับความคุ้มค่าในการช้อปปิ้งมากขึ้น 6. CRM ผนึกกำลังห้างสรรพสินค้าและศูนย์ การค้าร่วมทำ CRM โดยใช้ข้อมูล Big Data เชื่อมโยงข้อมูลภายในห้างและศูนย์ฯ (Customer Journey) เข้าด้วยกันซึ่งทำให้เข้าใจความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม ซึ่งปัจจุบันเรามี Financial Product ต่างๆ ครบครัน และ 7. CSR เน้นสนับสนุน SMEs ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ รวมถึงการส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกับโครงการ Think Green รณรงค์ลดใช้ถุงพลาสติก หลอดพลาสติกรวมถึงภาชนะและบรรจุภัณฑ์ต่างๆ ภายในห้าง
“ที่ผ่านมาบริษัทยังไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากช็อปปิ้งออนไลน์ที่เพิ่มสูงขึ้น โดยจะเห็นว่า 70% ของยอดซื้อออนไลน์จะมาจากต่างจังหวัด ส่วนอีก 30% เป็นยอดซื้อของคนในกรุงเทพฯ จึงไม่ส่งผลกระทบต่อเดอะมอลล์ กรุ๊ป มากนัก อย่างไรก็ดี บริษัทมีแผนเปิดตัวช็อปปิ้งออนไลน์ของกลุ่มอีกครั้งในปลายปี 2562 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาและวางแผน”
อย่างไรก็ดี จุดขายที่บริษัทให้ความสำคัญคือเรื่องของ food ซึ่งธุรกิจร้านอาหารเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการในศูนย์เพิ่มขึ้น ขณะที่ในโลกออนไลน์ไม่มี ในช่วงที่ผ่านมาจึงขยายพื้นที่ให้กับร้านอาหารเพิ่มขึ้นเป็น 30-40% จากเดิมที่มีราว 10-20% ดังนั้นในปีหน้าการทำ Food Marketing จะเป็นหนึ่งในไฮไลต์ที่ทำต่อเนื่อง และเพิ่มมากขึ้น
นางสาววรลักษณ์ กล่าวว่า ภาพรวมของธุรกิจรีเทลในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีคึกคัก มีการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นเดอะมอลล์ กรุ๊ป จึงทุ่มงบกว่า 350 ล้านบาท จัดแคมเปญ “Happy Very New Year” พร้อมอัดแคมเปญตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกๆ ไลฟ์สไตล์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561-15 มกราคม 2562 โดยไฮไลต์จะเป็นการจัดโปรโมชัน ในทุกชั้น ทุกแผนก รวมทั้งการร่วมกับพันธมิตรให้สิทธิพิเศษต่างๆ และลุ้นชิงโชครถ Lexus รุ่น CT200H และของรางวัลมากมาย
“การจัดแคมเปญและกิจกรรมต่างๆ เพื่อต้อนรับเทศกาลปีใหม่นี้จะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อลูกค้าในช่วงปลายปีและช่วยเพิ่มทราฟฟิกในศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ เอ็มโพเรียมและพารากอน ดีพาร์ทเม้นท์ สโตร์กว่า 20 % จากช่วงเวลาปกติ โดยคาดว่าช่วงปีใหม่นี้ สามารถสร้างยอดขายได้รวมกว่า 7,000 ล้านบาท และมั่นใจว่าจะทำยอดขายในสิ้นปีนี้ได้ 5.8 หมื่นล้านบาท โตเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 4% ตามเป้าหมายที่วางไว้ และในปี 2562 ตั้งเป้าหมายที่จะมีรายได้ 6 หมื่นล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปีนี้ 3-4%”
หน้า 36 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3,420 ระหว่างวันที่ 22-24 พฤศจิกายน 2561
นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า กลยุทธ์การทำตลาดของเดอะ มอลล์ กรุ๊ปในปี 2562 ประกอบไปด้วย 1. การมอบข้อเสนอที่ดีให้กับลูกค้า โดยเลือกสถานที่และเวลาให้เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละกลุ่ม เลือกโปรโมชันที่น่าสนใจให้เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละสถานที่ เป็นต้น 2. การทำ Event และ Happening ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้ง Signature Event, World-class Event 3. Customer Experience สร้าง Story และมอบประสบการณ์ที่พิเศษให้กับลูกค้ารวมทั้งสร้างความสนุกในการช็อปปิ้ง 4. Food Marketing ตอกยํ้าความเป็นผู้นำ Food Destination
[caption id="attachment_350091" align="aligncenter" width="335"]
5. Collaboration จับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ แบรนด์สินค้ารวมทั้ง Artist ต่างๆ ในการสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างและข้อเสนอพิเศษรวมทั้งโปรโมชันรูปแบบใหม่ที่ทำให้ลูกค้าได้รับความคุ้มค่าในการช้อปปิ้งมากขึ้น 6. CRM ผนึกกำลังห้างสรรพสินค้าและศูนย์ การค้าร่วมทำ CRM โดยใช้ข้อมูล Big Data เชื่อมโยงข้อมูลภายในห้างและศูนย์ฯ (Customer Journey) เข้าด้วยกันซึ่งทำให้เข้าใจความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม ซึ่งปัจจุบันเรามี Financial Product ต่างๆ ครบครัน และ 7. CSR เน้นสนับสนุน SMEs ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ รวมถึงการส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกับโครงการ Think Green รณรงค์ลดใช้ถุงพลาสติก หลอดพลาสติกรวมถึงภาชนะและบรรจุภัณฑ์ต่างๆ ภายในห้าง
“ที่ผ่านมาบริษัทยังไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากช็อปปิ้งออนไลน์ที่เพิ่มสูงขึ้น โดยจะเห็นว่า 70% ของยอดซื้อออนไลน์จะมาจากต่างจังหวัด ส่วนอีก 30% เป็นยอดซื้อของคนในกรุงเทพฯ จึงไม่ส่งผลกระทบต่อเดอะมอลล์ กรุ๊ป มากนัก อย่างไรก็ดี บริษัทมีแผนเปิดตัวช็อปปิ้งออนไลน์ของกลุ่มอีกครั้งในปลายปี 2562 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาและวางแผน”
อย่างไรก็ดี จุดขายที่บริษัทให้ความสำคัญคือเรื่องของ food ซึ่งธุรกิจร้านอาหารเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการในศูนย์เพิ่มขึ้น ขณะที่ในโลกออนไลน์ไม่มี ในช่วงที่ผ่านมาจึงขยายพื้นที่ให้กับร้านอาหารเพิ่มขึ้นเป็น 30-40% จากเดิมที่มีราว 10-20% ดังนั้นในปีหน้าการทำ Food Marketing จะเป็นหนึ่งในไฮไลต์ที่ทำต่อเนื่อง และเพิ่มมากขึ้น
นางสาววรลักษณ์ กล่าวว่า ภาพรวมของธุรกิจรีเทลในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีคึกคัก มีการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นเดอะมอลล์ กรุ๊ป จึงทุ่มงบกว่า 350 ล้านบาท จัดแคมเปญ “Happy Very New Year” พร้อมอัดแคมเปญตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกๆ ไลฟ์สไตล์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561-15 มกราคม 2562 โดยไฮไลต์จะเป็นการจัดโปรโมชัน ในทุกชั้น ทุกแผนก รวมทั้งการร่วมกับพันธมิตรให้สิทธิพิเศษต่างๆ และลุ้นชิงโชครถ Lexus รุ่น CT200H และของรางวัลมากมาย
“การจัดแคมเปญและกิจกรรมต่างๆ เพื่อต้อนรับเทศกาลปีใหม่นี้จะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อลูกค้าในช่วงปลายปีและช่วยเพิ่มทราฟฟิกในศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ เอ็มโพเรียมและพารากอน ดีพาร์ทเม้นท์ สโตร์กว่า 20 % จากช่วงเวลาปกติ โดยคาดว่าช่วงปีใหม่นี้ สามารถสร้างยอดขายได้รวมกว่า 7,000 ล้านบาท และมั่นใจว่าจะทำยอดขายในสิ้นปีนี้ได้ 5.8 หมื่นล้านบาท โตเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 4% ตามเป้าหมายที่วางไว้ และในปี 2562 ตั้งเป้าหมายที่จะมีรายได้ 6 หมื่นล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปีนี้ 3-4%”
หน้า 36 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3,420 ระหว่างวันที่ 22-24 พฤศจิกายน 2561






