svasdssvasds
logo-pwa

เพิ่ม thansettakij

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด
thansettakij

ลองขับ "Mercedes-AMG" 5,000 แรงม้า ... สนั่นทุ่งบุรีรัมย์

21 ตุลาคม 2561
กลับมาอีกครั้งสำหรับกิจกรรม "เมอร์เซเดส-เบนซ์ ไดรวิ่ง เอ็กซ์พีเรียนซ์" ปีนี้คึกคักตามการเปิดตัวรถใหม่ในกลุ่มสมรรถนะสูง "เมอร์เซเดส เอเอ็มจี" ดังนั้น ค่ายดาวสามแฉกเลยเปลี่ยนชื่อกิจกรรมในส่วนของประธานตัวหน้าเป็น Mercedes-AMG แทนที่จะเป็น Mercedes-Benz เพื่อความชัดเจนว่า ใครมาร่วมงานนี้จะได้เจอรถที่แรงม้าจัดจ้าน ขับกันทั้งวัน มันสะท้านทรวงแน่นอน

Performance Show (12) Performance Show (2)

ปีนี้มีทั้งรอบลูกค้าที่นำมาโดยผู้จำหน่ายรถยนต์ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี อย่างเป็นทางการ ทั้ง 12 แห่งทั่วประเทศ ส่วนรอบสื่อมวลชน แบ่งเป็น 2 วัน วันละ 50 คน ขับกันตั้งแต่ช่วงสาย ๆ ไปจนถึง 4 โมงเย็นครับ ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

ปีนี้มีรถในตระกูล "เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี" มาให้ลอง 11 รุ่น ที่ขายในเมืองไทย ไฮไลต์อยู่ที่ตัวแรง อย่าง GT C โรดสเตอร์ และ GT R คูเป้ วางเครื่องยนต์วี 8 ขนาด 4.0 ลิตร 585 แรงม้า ราคา 2 คัน รวมกันกว่า 34 ล้านบาท

 

MBTh_Cornering Theory (5)

[caption id="attachment_336059" align="aligncenter" width="503"] D61_5193 Mercedes AMG GT C โรดสเตอร์[/caption]

ส่วนรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์บล็อกเดียวกัน แต่มาบนตัวถังซาลูน อย่าง Mercedes-AMG E 63 S 4MATIC+ ถูกนำมาเปิดตัวครั้งแรก และให้ลองขับแบบหอมปากหอมคอ (ไม่ครบทุกคนที่ได้ขับ)

โดยตัวแรงในคราบ อี-คลาส คันนี้ ถูกตั้งราคาขายไว้ 12.79 ล้านบาท มาชนกันเต็ม ๆ กับบีเอ็มดับเบิลยู เอ็ม 5 ที่ขายอยู่ 13.339 ล้านบาท (วี8 ขนาด 4.4 ลิตร เทอร์โบคู่ 600 แรงม้า)

สำหรับ Mercedes-AMG E 63 S 4MATIC+ วางเครื่องยนต์ วี8 ขนาด 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 612 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์มัลติคลัตช์ 9 สปีด อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ 3.4 วินาที

นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัวรถใหม่อีก 2 รุ่น ตามการเฟซลิฟต์ของ "ซี-คลาส" (W205) คือ Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupe รุ่นประกอบในประเทศ ราคา 4.22 ล้านบาท ขยับขึ้น 8 หมื่นบาท จากการเปิดตัวโฉมเดิมเมื่อต้นปีที่ผ่านมา (รุ่นประกอบในประเทศมาช้า)

อีกรุ่นเป็นแบรนด์หลักเมอร์เซเดส-เบนซ์ กับ "ซี 200 คูเป้" (นำเข้า) ที่คราวนี้มากับเครื่องยนต์ใหม่ เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร เทอร์โบ 184 แรงม้า พร้อม EQ boost (ระบบไฟฟ้า 48 โวลต์ มีมอเตอร์ช่วยแบ่งเบาภาระเครื่องยนต์) ขายในราคา 3.45 ล้านบาท

นั่นเป็น 3 รุ่นใหม่ ที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ถือโอกาสนำมาเปิดตัวและให้ลองขับ นอกเหนือไปจากตัวหลักในตระกูลเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ทั้ง GLA 45 4MATIC, SLC 43, GLC 43 4MATIC Coupe, GLE 43 4MATIC Coupe

 

[caption id="attachment_336055" align="aligncenter" width="503"] MBTh_Mercedes-AMG E 63 S 4MATIC+_Exterior (2) Mercedes-AMG E 63 S 4MATIC+[/caption]

[caption id="attachment_336056" align="aligncenter" width="503"] MBTh_Mercedes-AMG E 63 S 4MATIC+_Exterior (8) Mercedes-AMG E 63 S 4MATIC+[/caption]

[caption id="attachment_335271" align="aligncenter" width="503"] Z_D75_6371 เครื่องยต์ วี8 ของ Mercedes-AMG E 63 S 4MATIC+[/caption]

กิจกรรม "Mercedes-AMG Driving Experience 2018" จะแบ่งผู้เข้ารับการอบรมออกเป็นกลุ่มต่าง ๆ และแบ่งการทดสอบออกเป็น 4 สถานี พร้อมแบบฝึกหัดสุดท้าทายในการขับขี่แบบเต็มสนาม โดยผู้เข้ารับการอบรมจะได้รับประสบการณ์จริงจากการฝึกทักษะแต่ละด้าน

รายละเอียดของแต่ละสถานีทดสอบ

สถานีที่ 1 "Brake and Swerve" เป็นการทดสอบระบบเบรก ระบบความปลอดภัยภายในรถยนต์ อันได้แก่ ระบบ ESP® และระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) และเป็นการทดสอบความเร็วในการตอบสนองต่อสิ่งเร้าของตัวผู้ขับขี่เอง โดยผู้เข้าร่วมทดสอบจะได้ขับรถออกจากจุดเริ่มต้นด้วยความเร็วประมาณ 80 กม./ชม. และเมื่อเห็นสัญญาณไฟกะพริบจากทางซ้ายหรือขวา ผู้เข้าร่วมทดสอบจะต้องเหยียบเบรก และหักเลี้ยวหลบสิ่งกีดขวางตามทิศทางของสัญญาณไฟนั้น

สถานีที่ 2 "ESP® Exercise" เป็นการทดสอบโดยอิงจากสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้จริงในชีวิตประจำวัน ด้วยการเปรียบเทียบสิ่งกีดขวางเป็นคนเดินถนน ผู้ขับขี่จะได้ทดสอบทั้งการควบคุมการขับขี่ในสถานการณ์คับขันและทักษะการใช้สายตาเพื่อกะระยะทาง โดยผู้เข้าร่วมทดสอบจะได้ขับรถออกจากจุดเริ่มต้นด้วยความเร็วประมาณ 80 กม./ชม. แล้วหักเลี้ยวหลบสิ่งกีดขวางที่อยู่ด้านขวามือ โดยไม่เหยียบเบรก และต้องควบคุมรถให้อยู่ในเส้นทางที่ต้องการจะไป โดยมองไปในทิศทางที่ต้องการบังคับรถ ซึ่งการควบคุมรถในลักษณะนี้ จะทำให้ระบบ ESP® ทำงาน และลดความเร็วของรถยนต์ลง 30 กม./ชม.

สถานีที่ 3 "Motorkhana" เป็นสถานีที่จำลองมาจากกีฬามอเตอร์สปอร์ตชนิดหนึ่ง โดยสถานีนี้จะให้ผู้เข้าร่วมการทดสอบได้ฝึกบังคับรถยนต์ในสนามจำลองเล็ก ๆ ที่มีอุปสรรคมากมายภายในเวลาที่รวดเร็วที่สุด และปลอดภัยที่สุด โดยไม่ชนสิ่งกีดขวางใด ๆ เลย


MBTh_Mercedes-AMG Driving Experience 2018_Ambience (5) MBTh_Mercedes-AMG Driving Experience 2018_Ambience (6) MBTh_Brake and Swerve (1) MBTh_ESP Exercise (5)

MBTh_Motorkhana (1)

สถานีที่ 4 "Cornering Theory" เป็นสถานีทดสอบการเข้าโค้ง ที่จะใช้พื้นที่โค้งภายในสนามทั้งหมด 4 โค้งด้วยกัน ซึ่งแต่ละโค้งจะมีความกว้างแตกต่างกันไป ทำให้ผู้ขับขี่ได้ทดสอบการควบคุมความเร็วของรถยนต์ได้อย่างเต็มที่ โดยในแต่จะโค้งจะมีสิ่งกีดขวางที่วางไว้เป็นเสมือนสัญลักษณ์ให้กับผู้เข้าร่วมการทดสอบได้ทราบถึงสิ่งที่ควรทำเมื่อเข้าโค้งนั้น ๆ เช่น จุดที่ต้องเบรก จุดที่ต้องหักเลี้ยว หรือ จุดเอเปก ซึ่งเป็นจุดที่สามารถเดินคันเร่งส่งรถออกไปจากโค้งได้ปลอดภัยและรวดเร็วที่สุด เป็นต้น

... ปิดฉากอย่างเร้าใจสำหรับ Mercedes-AMG Driving Experience บนสนามช้างฯ จ.บุรีรัมย์ ด้วยรถที่ลงสนามกว่า 30 คัน รวม ๆ แรงม้าเกิน 5,000 ตัว และการขับในรอบสื่อมวลชนถือเป็นครั้งใหญ่ที่สุดกับการเชิญมาร่วมอีเวนต์นี้กว่า 100 ชีวิต แสดงให้เห็นถึงความจริงจังในการทำตลาดซับแบรนด์ตัวแรง อย่าง "เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี" ได้เป็นอย่างดี เชื่อว่าในอนาคตจะมีรุ่นประกอบในประเทศทยอยเปิดตัวตามมาเรื่อย ๆ


โดย กรกิต กสิคุณ




MBTh_Mercedes-AMG Driving Experience 2018_Ambience (2)

หน้า 32-33 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,411 วันที่ 21 - 24 ตุลาคม พ.ศ. 2561


e-book-1-503x62