
กระทรวงแรงงานร่วม จ.เชียงราย มุ่ง“ประชารัฐ”พัฒนาคนรองรับ AEC
พลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ร่วมด้วย หม่อมหลวงปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย พร้อมเปิดการอบรมโครงการพัฒนาศักยภาพกำลังแรงงานจังหวัดเชียงรายรองรับประชาคมอาเซียน ภายใต้การสนับสนุนจากงบยุทธศาสตร์ของจังหวัดเชียงราย เพื่อพัฒนาศักยภาพ นายจ้าง ลูกจ้าง อาสาสมัครแรงงาน แรงงานนอกระบบ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ (4 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน) ในการพัฒนาศักยภาพกำลังคนของจังหวัดให้พร้อมในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC) เนื่องจาก จ.เชียงราย เป็นฐานเศรษฐกิจที่สำคัญตามแนวเขตเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ เชื่อมโยงไทย – เมียนมา – ลาว และจีนตอนใต้ มีศักยภาพเป็นฐานการค้า การลงทุน อุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว
โดยรัฐบาลได้กำหนดให้การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษของจังหวัดเชียงราย อยู่ในระยะที่ 2 ครอบคลุมพื้นที่ 21 ตำบล ใน 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแม่สาย มีศักยภาพในด้านการค้า หรือ Trading City อำเภอเชียงแสน มีศักยภาพด้านท่าเรือนานาชาติ หรือ Port City และอำเภอเชียงของมีศักยภาพด้านโลจิสติกส์ หรือ Logistic City การอบรมนี้มุ่งเน้นพัฒนาความพร้อมของแรงงานทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ โดยเฉพาะการพัฒนาทักษะ โดยดำเนินการควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการในจังหวัดเชียงรายด้วย ซึ่ง จ.เชียงรายได้สนับสนุนงบพัฒนาจังหวัดในปีงบประมาณ 2559 เป็นเงิน 2,425,400 บาท และในปี 2560 ได้ให้ความเห็นชอบโครงการลักษณะนี้ให้กับหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงาน จังหวัดเชียงรายอีก 4,678,000 บาท โดยมีผู้เข้าร่วมการอบรมรวมจำนวน 100 คน ในโอกาสนี้ ได้มอบนโยบาย “ประชารัฐแก้ปัญหาแรงงาน” โดยเน้นย้ำว่า นโยบายของรัฐบาลและกระทรวงแรงงานในการแก้ปัญหาแรงงานในทุกด้านจะดำเนินการในรูปแบบของ “ประชารัฐ” โดยเฉพาะได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์โดยมุ่งเน้นแนวทางของ “ประชารัฐ” ในการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน
ทั้งนี้ ในปี 2559 มีเป้าหมายฝึกทักษะฝีมือกว่า 1.2 ล้านคน งบประมาณกว่า 735 ล้านบาท อีกทั้งยังได้จัดโครงการฝึกอบรมฝีมือแรงงานในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษทั้ง 10 จังหวัดโดยในปี 2559 มีเป้าหมาย 19,800 คน
นอกจากนี้ พลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และคณะยังได้เดินทางตรวจเยี่ยมศูนย์บริการตรวจลงตราและพิจารณาอนุญาตการทำงานของคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ลาว และกัมพูชา จังหวัดเชียงราย ณ อำเภอแม่สาย โดยมี 3 หน่วยงานร่วมปฏิบัติงาน ได้แก่ กรมการจัดหางาน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) และเจ้าหน้าที่ทางการเมียนมา เพื่อรับรายงานตัว ตรวจสอบเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องของคนต่างด้าว ตรวจลงตราและประทับตราอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง และพิจารณาอนุญาตให้คนต่างด้าวทำงานและจัดเก็บค่าธรรมเนียมตามกฎหมายว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าว ดำเนินการในลักษณะ One Stop Service ซึ่งในแต่ละวันจะมีผู้มาใช้บริการประมาณ 100 – 300 คน สำหรับการดำเนินงานของศูนย์ฯ ตั้งแต่ 22 ก.ย. 57 – 23 ก.พ. 59 มีแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ใช้บริการ 33,655 คน นายจ้าง 17,766 คน ส่วนมากเป็นประเภทกิจการก่อสร้าง เกษตร และปศุสัตว์ ต่อเนื่องการเกษตร เป็นต้น จากนั้นเดินทางไปตรวจเยี่ยมกองกำกับการตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายที่ อ.แม่สาย พร้อมกันด้วย
พลเอก ศิริชัยฯ กล่าวถึงการจัดระเบียบแรงงานต่างเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 59 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดการแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน เสนอผ่อนผันให้แรงงานต่างด้าวรอตรวจสัญชาติที่ถือบัตรอนุญาตทำงานชั่วคราว (บัตรชมพู) ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 31 มี.ค. 59 อาศัยและทำงานอยู่ในประเทศไทยต่อเป็นเวลา 2 ปี (ทำงานได้ถึง 31 มี.ค. 61) โดยนายจ้างต้องพาแรงงานต่างด้าวที่ใบอนุญาตทำงานหมดอายุมารายงานตัวตามสถานที่ที่แต่ละจังหวัดกำหนด ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. – 29 ก.ค. 59 (120 วัน) เพื่อรับใบอนุญาตทำงานบัตรสีชมพูใหม่ ทั้งนี้ กำหนดระยะเวลาให้แรงงานต่างด้าว สัญชาติเมียนมา ลาว และกัมพูชา ที่ได้รับการผ่อนผันให้อยู่ในราชอาณาจักร ทำงานได้ครั้งละไม่เกิน 2 ปี และจะต่ออายุ ไม่เกิน 4 ครั้ง รวมแล้วไม่เกิน 8 ปี โดยไม่ต้องเดินทางกลับประเทศต้นทาง ซึ่งการต่ออายุแต่ละครั้งให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กรมการจัดหางานกำหนด โดยให้คำนึงถึงการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ความมั่นคง
โดยรัฐบาลได้กำหนดให้การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษของจังหวัดเชียงราย อยู่ในระยะที่ 2 ครอบคลุมพื้นที่ 21 ตำบล ใน 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแม่สาย มีศักยภาพในด้านการค้า หรือ Trading City อำเภอเชียงแสน มีศักยภาพด้านท่าเรือนานาชาติ หรือ Port City และอำเภอเชียงของมีศักยภาพด้านโลจิสติกส์ หรือ Logistic City การอบรมนี้มุ่งเน้นพัฒนาความพร้อมของแรงงานทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ โดยเฉพาะการพัฒนาทักษะ โดยดำเนินการควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการในจังหวัดเชียงรายด้วย ซึ่ง จ.เชียงรายได้สนับสนุนงบพัฒนาจังหวัดในปีงบประมาณ 2559 เป็นเงิน 2,425,400 บาท และในปี 2560 ได้ให้ความเห็นชอบโครงการลักษณะนี้ให้กับหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงาน จังหวัดเชียงรายอีก 4,678,000 บาท โดยมีผู้เข้าร่วมการอบรมรวมจำนวน 100 คน ในโอกาสนี้ ได้มอบนโยบาย “ประชารัฐแก้ปัญหาแรงงาน” โดยเน้นย้ำว่า นโยบายของรัฐบาลและกระทรวงแรงงานในการแก้ปัญหาแรงงานในทุกด้านจะดำเนินการในรูปแบบของ “ประชารัฐ” โดยเฉพาะได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์โดยมุ่งเน้นแนวทางของ “ประชารัฐ” ในการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน
ทั้งนี้ ในปี 2559 มีเป้าหมายฝึกทักษะฝีมือกว่า 1.2 ล้านคน งบประมาณกว่า 735 ล้านบาท อีกทั้งยังได้จัดโครงการฝึกอบรมฝีมือแรงงานในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษทั้ง 10 จังหวัดโดยในปี 2559 มีเป้าหมาย 19,800 คน
นอกจากนี้ พลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และคณะยังได้เดินทางตรวจเยี่ยมศูนย์บริการตรวจลงตราและพิจารณาอนุญาตการทำงานของคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ลาว และกัมพูชา จังหวัดเชียงราย ณ อำเภอแม่สาย โดยมี 3 หน่วยงานร่วมปฏิบัติงาน ได้แก่ กรมการจัดหางาน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) และเจ้าหน้าที่ทางการเมียนมา เพื่อรับรายงานตัว ตรวจสอบเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องของคนต่างด้าว ตรวจลงตราและประทับตราอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง และพิจารณาอนุญาตให้คนต่างด้าวทำงานและจัดเก็บค่าธรรมเนียมตามกฎหมายว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าว ดำเนินการในลักษณะ One Stop Service ซึ่งในแต่ละวันจะมีผู้มาใช้บริการประมาณ 100 – 300 คน สำหรับการดำเนินงานของศูนย์ฯ ตั้งแต่ 22 ก.ย. 57 – 23 ก.พ. 59 มีแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ใช้บริการ 33,655 คน นายจ้าง 17,766 คน ส่วนมากเป็นประเภทกิจการก่อสร้าง เกษตร และปศุสัตว์ ต่อเนื่องการเกษตร เป็นต้น จากนั้นเดินทางไปตรวจเยี่ยมกองกำกับการตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายที่ อ.แม่สาย พร้อมกันด้วย
พลเอก ศิริชัยฯ กล่าวถึงการจัดระเบียบแรงงานต่างเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 59 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดการแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน เสนอผ่อนผันให้แรงงานต่างด้าวรอตรวจสัญชาติที่ถือบัตรอนุญาตทำงานชั่วคราว (บัตรชมพู) ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 31 มี.ค. 59 อาศัยและทำงานอยู่ในประเทศไทยต่อเป็นเวลา 2 ปี (ทำงานได้ถึง 31 มี.ค. 61) โดยนายจ้างต้องพาแรงงานต่างด้าวที่ใบอนุญาตทำงานหมดอายุมารายงานตัวตามสถานที่ที่แต่ละจังหวัดกำหนด ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. – 29 ก.ค. 59 (120 วัน) เพื่อรับใบอนุญาตทำงานบัตรสีชมพูใหม่ ทั้งนี้ กำหนดระยะเวลาให้แรงงานต่างด้าว สัญชาติเมียนมา ลาว และกัมพูชา ที่ได้รับการผ่อนผันให้อยู่ในราชอาณาจักร ทำงานได้ครั้งละไม่เกิน 2 ปี และจะต่ออายุ ไม่เกิน 4 ครั้ง รวมแล้วไม่เกิน 8 ปี โดยไม่ต้องเดินทางกลับประเทศต้นทาง ซึ่งการต่ออายุแต่ละครั้งให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กรมการจัดหางานกำหนด โดยให้คำนึงถึงการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ความมั่นคง






