thansettakij
thansettakij
'ลักษ์ชัวร์รี' ท้าชนแบรนด์เพื่อนบ้าน!

'ลักษ์ชัวร์รี' ท้าชนแบรนด์เพื่อนบ้าน!

07 ต.ค. 61 | 02:09 น.
อัปเดตล่าสุด :07 ต.ค. 61 | 15:49 น.
"ลักษ์ชัวร์รี่" ปรับแผนรับศึกแบรนด์เพื่อนบ้านทะลัก! ส่งผลกระทบต่อภาพรวมตลาดเครื่องนอนเมืองไทย ทุ่ม 50 ล้านบาท เปิดตัวเครื่องนอนนวัตกรรมใหม่ "ลักษ์ชัวร์รี คอตตอน คอลลาเจน" พร้อมเสริมทัพการตลาดครบวงจร หวังเจาะกลุ่มคนรักสุขภาพ วางเป้าปั้นรายได้ทะลุ 1,800 ล้านบาท ในปีหน้า



1 (1)

นายคมศานต์ จิวากานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดีลักษ์ โฮเทลซัพพลาย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องนอน "ลักษ์ชัวร์รี" เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ภาพรวมตลาดธุรกิจเครื่องนอนของเมืองไทยได้รับผลกระทบจากแบรนด์เครื่องนอนจากกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านที่เข้ามาจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ในราคาถูก และบางรายไม่ได้มาตรฐาน ส่งผลให้ผู้ประกอบการในตลาดเมืองไทยหลายแบรนด์ต้องมีการปรับทิศทางการดำเนินงาน เพื่อป้องกันปัญหายอดขายที่อาจจะหดตัวลง โดยในส่วนของบริษัทเอง ได้ปรับทิศทางการดำเนินงานด้วยการปรับไลน์สินค้าทั้งหมดของบริษัทสู่รูปแบบ "ลักษ์ชัวร์รี คอตตอน คอล ลาเจน" (Luxury Cotton Collagen) หรือ "หมอนคอลลาเจน" เพื่อเน้นเจาะกลุ่มคนรักสุขภาพ หรือ คนที่มีปัญหาโรคภูมิแพ้ เป็นต้น


41895316_1908674912768612_6988188327349066323_n

พร้อมกันนี้ ยังได้เตรียมใช้งบ 50 ล้านบาท สำหรับสร้างแบรนด์ตั้งแต่ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ไปจนถึงปีหน้า โดยจะให้ความสำคัญกับการทำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ด้วยงบ 20 ล้านบาท ไม่ว่าจะเป็น การสื่อสารแบรนด์ เพื่อสร้างการเข้าถึงไปยังกลุ่มเป้าหมายคนรักสุขภาพ ขณะที่ ช่องทางออฟไลน์จะให้ความสำคัญกับการจัดกิจกรรมตามคอมมิวนิตี้มอลล์ อาคารสำนักงาน หรือ ย่านออฟฟิศ เพื่อสร้างการเข้าถึงให้แก่ลูกค้า โดยเน้นเจาะกลุ่มผู้ใช้ตามบ้านทั่วไป 70% และกลุ่มลูกค้าโครงการ 30%

"สาเหตุหลักที่เน้นรุกช่องทางออนไลน์มากเป็นพิเศษในปีนี้ เนื่องจากต้องการสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่กลุ่มลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์ อีกทั้งยังสร้างภาพลักษณ์แบรด์เครื่องนอนช่องทางจำหน่ายออนไลน์ ที่ช่วงที่ผ่านมามักประสบปัญหาเครื่องนอนที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือ โฆษณาเกินจริง ในช่องทางดังกล่าว ทำให้ตลาดรวมในช่องทางออนไลน์ช่วงที่ผ่านมาชะลอตัวลง"

นอกจากนี้ ยังเตรียมเปิดโชว์รูมแห่งแรกที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ บนพื้นที่กว่า 100 ตร.ม. เบื้องต้น อยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อเตรียมความพร้อม โดยคาดการณ์ว่าจะสามารถเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการได้ในปีหน้า ก่อนจะจับมือกับคลินิกความงาม 14 แห่งชั้นนำ ในการเข้าไปวางจำหน่าย เพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนรักสุขภาพและความงาม


1 (2)

"ในส่วนของตลาดต่างประเทศ เดิมทีโฟกัสการทำตลาดไปที่จีน โดยมียอดขาย 12-13% จากยอดขายทั้งหมด ซึ่งแผนงานในจีนต่อจากนี้ จะเป็นการจำหน่ายชุดเครื่องนอนพรีเมียมที่เป็นไลน์สินค้าเดิมก่อน ขณะที่ เครื่องนอนนวัตกรรมจะขายเฉพาะในประเทศไทยเป็นหลัก เนื่องจากต้องการสร้างภาพลักษณ์เป็นสินค้าแบรนด์ไทยและจำหน่ายในไทย เพื่อให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาซื้อ ซึ่งถือว่าเป็นการกระตุ้นเม็ดเงินให้แก่ประเทศอีกทางหนึ่ง"

อย่างไรก็ตาม บริษัทวางเป้าหมายยอดขายในสิ้นปีนี้กว่า 900 ล้านบาท แบ่งเป็น รายได้ที่มาจากสินค้าในกลุ่มผ้าปูที่นอน 300 ล้านบาท และกลุ่มหมอน 600 ล้านบาท เพิ่มจากปีที่ผ่านมา ที่มีรายได้ราว 400-500 ล้านบาท ขณะที่ ในปี 2562 หลังจากที่บริษัทมีการปรับไลน์สินค้าใหม่เพื่อสุขภาพ พร้อมกับทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง มั่นใจว่าจะสามารถสร้างยอดขายเติบโตเพิ่มขึ้น 100% จากปีนี้ หรือคิดเป็นรายได้ราว 1,800 ล้านบาท พร้อมกับเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดในสินค้ากลุ่มปลอกหมอนพรีเมียมเป็น 50% จากปัจจุบันที่มีอยู่ 15% ขณะที่ กลุ่มหมอนครองส่วนแบ่งทางการตลาดในกลุ่มพรีเมียมที่ 65% เป็นผู้นำต่อเนื่อง

หน้า 36 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3,407 ระหว่างวันที่ 7-10 ตุลาคม 2561

ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว