thansettakij
thansettakij
จัดระเบียบ‘เช่าซื้อ’เกาไม่ถูกที่คันหวั่นกระทบระบบเป็นโดมิโน

จัดระเบียบ‘เช่าซื้อ’เกาไม่ถูกที่คันหวั่นกระทบระบบเป็นโดมิโน

05 ต.ค. 61 | 12:27 น.
อัปเดตล่าสุด :05 ต.ค. 61 | 19:27 น.
 

ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา กลุ่มธุรกิจเช่าซื้อ เผชิญกับการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ข้อบังคับจากทางการในหลายๆด้าน จากความพยายามเข้ามาจัดระเบียบของภาครัฐ ในการวางแนวปฏิบัติให้อยู่ภายใต้กติกามาตรฐานเดียวกัน เพื่อสร้างกติกา “คุมนายทุน” โดยเฉพาะเจ้าหนี้นอกระบบ ที่อาศัยช่องโหว่ของกฎหมายมาปล่อยเงินกู้ ดอกเบี้ยสูง มีวิธีปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมและยังคิดค่าธรรมเนียมหรือค่าปรับกรณีผิดนัดชำระหนี้สูง รวมถึงประเด็นทวงถามหนี้ที่เข้มข้นจนลํ้าเส้นสิทธิส่วนบุคคล

จึงเป็นที่มาของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การทวงถามหนี้ พ.ศ.2558 เพื่อควบคุมการทวงถามหนี้ ไม่ให้กระทำการที่ไม่เหมาะสม ไล่ตั้งแต่การใช้ถ้อยคำละเมิดสิทธิส่วนบุคคล การคุกคามหรือทำให้เสียชื่อเสียง สร้างความเดือดร้อนแก่บุคคลอื่น ซึ่งบังคับใช้มาแล้ว 2 ปีเศษ ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนกรมการปกครองออกร่างประกาศเพิ่มเติมอัตราค่าทวงถามหนี้ เพื่อเป็นราคากลางใช้ปฏิบัติในลำดับถัดไป

เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) ได้บังคับใช้ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาเรื่องให้ธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา ซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนตรวจร่างสัญญามาตรฐานฉบับใหม่ที่เสนอโดยสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทยและผู้ประกอบธุรกิจอีกบางส่วน

[caption id="attachment_327168" align="aligncenter" width="503"] ไพโรจน์ ชื่นครุฑ ไพโรจน์ ชื่นครุฑ[/caption]

“ไพโรจน์ ชื่นครุฑ” ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา จำกัด(มหาชน)กล่าวว่า บริษัทพร้อมสนับสนุนนโยบายภาครัฐในการปรับเปลี่ยนข้อกำหนดต่างๆ ที่จะเป็นประโยชน์กับผู้บริโภคโดยรวม ส่วนมาตรฐานสัญญาฉบับใหม่ภายใต้กำกับสคบ.นั้น เบื้องต้น เป็นการปฏิบัติการภายในที่ต้องปรับเปลี่ยนเอกสารบางอย่าง เพื่อให้สอดคล้องกับประกาศ แต่ไม่ได้มีผลต่อการดำเนินธุรกิจในปีนี้ของกรุงศรี ออโต้ อย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับประเด็นที่มีการเปลี่ยนแปลงนั้น 1.การลดเพดานดอกเบี้ยปรับ กรณีชำระค่างวดล่าช้าจาก 17% เป็น 15%: กรุงศรี ออโต้มองว่า ไม่ได้ส่งผลกระทบมากนัก เนื่อง จากรายได้จากดอกเบี้ยปรับ กรณีชำระค่างวดล่าช้า ไม่ได้เป็นรายรับสำคัญ โดยบริษัทมีแนวทางการให้สินเชื่อ
อย่างรับผิดชอบ (Responsible Lending) ซึ่งควบคุมและสนับสนุนให้ลูกค้าชำระค่างวดตรงเวลาเป็นปกติอยู่แล้ว

2.การคิดอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate): โดยปกติ กรุงศรี ออโต้ ระบุอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate)ไว้ในสัญญาอยู่แล้ว ซึ่งหลังบังคับใช้ประกาศสัญญาธุรกิจเช่าซื้อฯ ฉบับใหม่ จึงได้เตรียมตารางแจกแจงค่างวดที่แยกเงินต้นและดอกเบี้ย ซึ่งคำนวณจากอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี (Effective Interest Rate) ให้ชัดเจน โดยแนบไปกับสัญญาเช่าซื้อของลูกค้าทุกราย

และ 3.กรณีประมูลหรือขายทอดตลาด โดยต้องแจ้งให้ผู้เช่าซื้อและผู้คํ้าประกันทราบล่วงหน้า 7 วัน ซึ่งกรณีต้องนำรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ออกขาย โดยประมูลหรือขายทอดตลาด บริษัทได้ทำหนังสือแจ้งลูกค้าล่วงหน้าเป็นเวลา 10 วันอยู่แล้ว ดังนั้นจึงแค่เพิ่มกระบวนการในการแจ้งผู้คํ้าประกันด้วยเท่านั้นเอง

ด้านผู้ประกอบการให้บริการเช่าซื้อรายใหญ่ระบุว่า อีก 1 ปีข้างหน้า จะเห็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่ายึดรถบวมขึ้น เพราะสัญญาเช่าซื้อเก่า ยังเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการยึดรถยนต์ 5,000-6,000 บาทต่อคัน แต่ภายใต้สัญญามาตรฐานฉบับใหม่ ห้ามคิดค่าใช้จ่ายในการยึดรถยนต์กรณีผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาก็ตาม หรืออีก 4-5 ปีข้างหน้า รายได้จากค่าปิดบัญชีที่ยังเรียกเก็บบนสัญญาเก่าประมาณ 1,500 บาทต่อรายเหล่านี้ จะหายไป เมื่อสัญญาใหม่ให้คิดค่าปิดบัญชีเฉพาะที่กรมการขนส่งฯเรียกเก็บ 100-150 บาทเท่านั้น

“ส่วนตัวมองว่า กติกาที่รัฐออกมาน่าจะผิดฝาผิดตัว แทนที่จะคุมผู้ปล่อยกู้นอกระบบกลับกระทบวงกว้างทั้ง ผู้ประกอบการเช่าซื้อแบงก์ไฟแนนซ์ ผู้ผลิตและดีลเลอร์ แถมพ่วงบริษัททวงหนี้อีกด้วย”

หน้า 23-24 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,406 วันที่ 4 - 6 ตุลาคม พ.ศ. 2561

ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว