thansettakij
thansettakij
เห็นชอบสูตรการคำนวณค่างานต้นทุนต่อหน่วยในงานก่อสร้าง

เห็นชอบสูตรการคำนวณค่างานต้นทุนต่อหน่วยในงานก่อสร้าง

23 ก.พ. 59 | 04:00 น.
อัปเดตล่าสุด :23 ก.พ. 59 | 11:45 น.
คณะอนุกรรมการกำกับหลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางงานก่อสร้าง เห็นชอบการคำนวณค่างานต้นทุนต่อหน่วยในงานก่อสร้างทาง รวมถึงรับทราบการพัฒนาระบบการคำนวณราคากลางงานก่อสร้างของทางราชการด้วยอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้การคำนวณราคากลางของหน่วยงานภาครัฐ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบครบวงจร

[caption id="attachment_32647" align="aligncenter" width="400"] ppp มนัส แจ่มเวหา[/caption]

นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการกำกับหลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางงานก่อสร้าง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการกำกับหลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางงานก่อสร้าง ครั้งที่ 1/2559  ว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา โดยกำหนดให้ใช้ยางพาราเป็นส่วนผสมในการสร้างทาง เพื่อให้หลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางงานก่อสร้างสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลดังกล่าว ที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบให้กำหนดสูตรค่างานต้นทุนต่อหน่วยในงานก่อสร้างทางที่เกี่ยวข้องกับการนำยางพารามาเป็นส่วนผสมในงานก่อสร้างทาง จำนวน 2 สูตร ได้แก่ Para Asphalt Concrete และ Para Slurry Seal เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐถือปฏิบัติต่อไป

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าการพัฒนาระบบคำนวณราคากลางงานก่อสร้างของราชการด้วยอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ผู้ที่มีหน้าที่ในการคำนวณราคากลางงานก่อสร้าง สามารถคำนวณราคากลางงานก่อสร้างได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ รวดเร็ว และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ฯที่กำหนด ซึ่งจะลดข้อผิดพลาดได้เป็นอย่างมาก รวมถึงสามารถควบคุม ตรวจสอบ ลดการรั่วไหล รวมถึงการบริหารจัดการด้านงบประมาณและการจัดจ้างก่อสร้างตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งคาดว่าจะสามารถใช้งานระบบดังกล่าวได้ประมาณเดือนกรกฎาคม 2559

“กรมบัญชีกลาง จะร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งในส่วนของภาครัฐ องค์กรภาคเอกชน และนักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ พัฒนาระบบการคำนวณราคากลางงานก่อสร้าง เพื่อให้ราคากลางงานก่อสร้างเป็นราคาที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริง เพื่อให้ผู้ค้าภาครัฐสามารถดำเนินการได้ เกิดความคล่องตัวในการดำเนินงาน และเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้กระบวนการจัดจ้างในงานก่อสร้างของทางราชการเป็นไปอย่างโปร่งใส เพื่อให้การจ่ายเงินของแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการพัฒนาประเทศ” นายมนัส กล่าว