
เงินบาททรงตัว 32.43 บาทต่อดอลลาร์ฯ หลังดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเด้งรับเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25%
ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี ระบุค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 32.43 บาทต่อดอลลาร์ฯ ทรงตัวจาก 32.43 บาทต่อดอลลาร์ฯ ณ สิ้นวันทำการที่ผ่านมา ค่าเงินดอลลาร์ค่อนข้างผันผวนในช่วงก่อนและหลังผลการประชุมเฟด โดยค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ก่อนที่จะกลับมาแข็งค่าขึ้น หลังเฟดมีการขึ้นดอกเบี้ยตามคาด 0.25% นอกจากนี้ดอลลาร์ยังได้รับแรงหนุนจากมุมมองที่ดีขึ้นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ รวมถึงจำนวนโหวตขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมที่เพิ่มขึ้นเป็น 12 เสียงจาก 8 เสียงในเดือนมิถุนายน
อย่างไรก็ดี ถ้อยแถลงของประธานเฟดกลับไม่ได้ช่วยหนุนดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปีสหรัฐฯให้เพิ่มขึ้น เนื่องจากตลาดให้ความสนใจความเห็นของประธานเฟดที่กล่าวว่า เฟดอาจจะ “ลด”ดอกเบี้ยได้ หากเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อมีการชะลอตัวลง อนึ่ง นักลงทุนและผู้ประกอบการไม่ควรประมาท เนื่องจากตลาดค่าเงินยังมีโอกาสผันผวนได้มากในสัปดาห์นี้ จากทั้งปัจจัยความเสี่ยงสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ, ความเสี่ยงการเจรจา Brexit, แผนงบประมาณของรัฐบาลใหม่อิตาลีที่อาจกระทบความเสี่ยงการเมืองยุโรป
สำหรับวันนี้ นอกเหนือจากผลการประชุมเฟด ตลาดจะรอดูตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐฯ อาทิ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน รวมทั้ง ตัวเลขการเติบโตเศรษฐกิจสหรัฐฯในไตรมาสที่ 2 และที่สำคัญ แผนงบประมาณของรัฐบาลใหม่อิตาลีในวันนี้ก็จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่อาจกระทบตลาดการเงินได้ โดยเฉพาะฝั่งค่าเงินยูโรและบอนด์ยีลด์ของอิตาลี ส่วนฟากตลาดการเงินไทย ค่าเงินบาทอาจจะไม่แข็งค่ามาก เนื่องจากเป็นช่วงปลายเดือนและปลายไตรมาสซึ่งมักจะมีแรงซื้อดอลลาร์จากผู้นำเข้า มองกรอบค่าเงินบาทวันนี้อยู่ที่ 32.38-32.48 บาทต่อดอลลาร์ฯ
อย่างไรก็ดี ถ้อยแถลงของประธานเฟดกลับไม่ได้ช่วยหนุนดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปีสหรัฐฯให้เพิ่มขึ้น เนื่องจากตลาดให้ความสนใจความเห็นของประธานเฟดที่กล่าวว่า เฟดอาจจะ “ลด”ดอกเบี้ยได้ หากเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อมีการชะลอตัวลง อนึ่ง นักลงทุนและผู้ประกอบการไม่ควรประมาท เนื่องจากตลาดค่าเงินยังมีโอกาสผันผวนได้มากในสัปดาห์นี้ จากทั้งปัจจัยความเสี่ยงสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ, ความเสี่ยงการเจรจา Brexit, แผนงบประมาณของรัฐบาลใหม่อิตาลีที่อาจกระทบความเสี่ยงการเมืองยุโรป
สำหรับวันนี้ นอกเหนือจากผลการประชุมเฟด ตลาดจะรอดูตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐฯ อาทิ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน รวมทั้ง ตัวเลขการเติบโตเศรษฐกิจสหรัฐฯในไตรมาสที่ 2 และที่สำคัญ แผนงบประมาณของรัฐบาลใหม่อิตาลีในวันนี้ก็จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่อาจกระทบตลาดการเงินได้ โดยเฉพาะฝั่งค่าเงินยูโรและบอนด์ยีลด์ของอิตาลี ส่วนฟากตลาดการเงินไทย ค่าเงินบาทอาจจะไม่แข็งค่ามาก เนื่องจากเป็นช่วงปลายเดือนและปลายไตรมาสซึ่งมักจะมีแรงซื้อดอลลาร์จากผู้นำเข้า มองกรอบค่าเงินบาทวันนี้อยู่ที่ 32.38-32.48 บาทต่อดอลลาร์ฯ






