
เจริญพร้อมแล้ว สำหรับเกมรุกระดับโลก
ข่าวบริษัท ทีซีซี คอร์ปอเรชั่นฯ หรือ บริษัทไทยเจริญ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ของเจ้าสัว หรือ เจริญ สิริวัฒนภักดี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทีซีซีกรุ๊ปฯ (โฮลดิ้งคัมปะนีของกลุ่มเจริญ) เข้าซื้อหุ้น บมจ.บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ หรือ "บิ๊กซี" จำนวน 483,077,600 หุ้น หรือ 58.56 % ของจำนวนหุ้นที่ออกทั้งหมด ราคา 252.88 บาทต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่าราว 1.2 แสนล้านบาท เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ เพราะก่อนหน้า บมจ. เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ เรือธงธุรกิจค้าสินค้าอุปโภค-บริโภค ในกลุ่มทีซีซี พยายามขยายเครือข่ายเข้าสู่ธุรกิจค้าปลีกมาแล้วหลายครั้งแต่เพิ่งมาประสบความสำเร็จในครั้งนี้เอง
ในช่วงทศวรรษเศษที่ผ่านมา กลุ่มทีซีซี ภายใต้การนำของเจ้าสัวเจริญ รุกทางยุทธศาสตร์อย่างรวดเร็วจนกล่าวได้ว่าได้พลิกโฉมธุรกิจของกลุ่มไปอย่างสิ้นเชิง เชื่อว่าการรุกไม่หยุดของเจ้าสัวเจริญมาจากเหตุผล 2 ประการ คือ 1. เพื่อขยายฐานธุรกิจใหม่ขึ้นมาแทนที่ธุรกิจสุราฐานธุรกิจดั้งเดิม (จุดเริ่มต้น ความมั่งคั่งของเจ้าสัวเจริญ) และ2.เป็นการวางยุทธศาสตร์สำหรับเกมธุรกิจใหม่ในระดับโลก ฐาปน สิริวัฒนภักดี(ลูกชายคนโตของเจริญ) กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ เคยถ่ายทอดความคิดของเจริญ(คุณพ่อ)ระหว่างการแถลงข่าวครั้งหนึ่งว่า ไม่เดินออกไป คนอื่นเข้ามาเราจะแย่
[caption id="attachment_31239" align="aligncenter" width="500"]
the world of beer[/caption]
สร้างความแกร่งจากข้างใน
การขยับโครงสร้างใน บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ หรือไทยเบฟ เรือธงสำคัญของอาณาจักรธุรกิจของเจ้าสัวเจริญด้วยการเข้าซื้อกิจการ บมจ.โออิชิ บมจ.เสริมสุข ได้เปลี่ยนภาพลักษณ์ "ไทยเบฟ" ให้เป็นบริษัทค้าเครื่องดื่มทุกประเภทไม่ใช่ "น้ำเมา" เช่นในอดีต และยกชั้นขึ้นเป็นธุรกิจระดับภูมิภาคด้วยการเทกโอเวอร์ บริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มเก่าแก่ระดับภูมิภาคอย่าง บริษัท เฟรเซอร์ แอนด์ นีฟฯหรือ เอฟ&เอ็น ในปี 2556 มูลค่ากว่า 3 แสนล้านบาท (รวมหุ้นที่ประมูลจาก ธนาคารโอซีบีซีและไล่ซื้อในตลาดหุ้นสิงคโปร์) มีเสียงเล่าว่าก่อนตัดสินใจซื้อเอฟ&เอ็นที่ปรึกษารอบตัวไม่เห็นด้วยนักเพราะใช้เงินทุนสูง แต่เจริญยืนกรานและตัดสินใจเดินหน้าเข้าสู่เกมธุรกิจที่เขาไม่คุ้นเคยทันที
การซื้อเอฟ&เอ็นเปรียบเหมือนคำประกาศของเจริญว่า เขาจะรุกตลาดอาเซียนและตลาดโลกแล้ว การเข้าครอบงำเอฟ&เอ็นทำให้ชื่อของเจริญนักธุรกิจวัย 72 ปี ซึ่งผ่านการศึกษาระดับประถม เริ่มรู้ธุรกิจจากการช่วยเตี่ยขายหอยทอดแถวตลาดน้อย ก่อนเข้าสู่ยุทธจักรน้ำเมา ที่มากด้วยผลประโยชน์ และก้าวขึ้นมาเป็น"ราชันน้ำเมา" แม้จังหวะชีวิตสะดุดหลังเงินทุนจำนวนมหาศาล ในธนาคารมหานคร(ปิดกิจการไปแล้ว) ละลายหายไปในช่วงวิกฤติต้มยำกุ้งปี 2540 แต่เจริญสามารถกลับมาผงาดอีกครั้งพร้อมกับเกมธุรกิจที่เร้าใจยิ่งกว่าเดิม
ต่อจิ๊กซอว์ธุรกิจ
เกมธุรกิจใหม่ของ เจริญ เริ่มต้นด้วยการเปิดตัวโรงแรมหรูพลาซ่า แอทธินีในปี 2543 ตามด้วยการเข้า ซื้อ บมจ.เบอร์ลี่ยุคเกอร์ (ถือหุ้น 83.5 %) บริษัทการค้าเก่าแก่ผู้ค้าสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ ในปี 2544 และไล่ซื้อกิจการอื่นๆอีกมากมาย แต่ที่ถือเป็นจุดเปลี่ยนคือ การเข้าครอบงำ เอฟ&เอ็นในปี 2556 มีการวิเคราะห์ว่า ด้วยศักยภาพและเครือข่ายที่กระจายอยู่ทั่วภูมิภาคของเอฟ&เอ็น เช่น แบรนด์อาหาร&เครื่องดื่ม ที่เป็นที่รู้จัก โรงเบียร์ 31 แห่งใน 15 ประเทศ นอกจากเพิ่มขีดความสามารถให้ ไทยเบฟ อย่างท่วมท้นแล้ว ยังสามารถผนึกกับ บมจ.เบอร์ลี่ยุคเกอร์ ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคและมีเครือข่ายการค้าได้เป็นอย่างดี แต่การเชื่อมโยงระหว่างธุรกิจในอาณาจักรของเจริญยังไม่ถึงขั้นสร้างพลังผนึกอย่างเป็นรูปธรรม เชื่อว่าส่วนหนึ่งเพราะ ยังไม่มีธุรกิจค้าปลีกในมือ ในช่วง 2 ปีเศษที่ผ่านมา เจริญ โดย บมจ.เบอร์ลี่ยุคเกอร์ เข้าร่วมประมูลชิงกิจการค้าปลีกมา ไม่ว่า แฟมิลี่มาร์ท หรือ แม็คโคร แต่เพิ่งมาสมหวังกับดีลบิ๊กซีในครั้งนี้เอง
หลังวันที่ 31 มีนาคม เมื่อดีลซื้อ บิ๊กซี (มีไฮเปอร์มาร์เก็ต 125 สาขา บิ๊กซีมาร์เก็ต 55 สาขา มินิบิ๊กซี 394 สาขา และร้านขายยาเพียง 146 สาขา) ธุรกิจค้าปลีกใต้ร่มเงาอาณาจักรเจริญจะใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอุตสาหกรรม
จับตาเกมรุกใหม่
ภาพใหญ่ในส่วนธุรกิจการค้าและเครื่องดื่มของกลุ่มเจริญวันนี้ ไทยเบฟ คือเรือธงหลักในธุรกิจ เครื่องดื่มและอาหาร ส่วน เบอร์ลี่ยุคเกอร์คือเรือธงด้านการค้า โดยมี เอฟ&เอ็น เป็นฐานธุรกิจในสิงคโปร์ และ ธุรกิจที่เบอร์ลี่ยุคเกอร์เข้าไปซื้อไว้ในเวียดนาม( เมโทร แคส & แครี่ เวียดนาม , ไทอัน เวียดนามเป็นต้น ) ตามลักษณะธุรกิจและสภาพภูมิศาสตร์ เอฟ&เอ็นจะเป็นแขนขาของไทยเบฟในการรุกตลาด ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ขณะที่ฐานธุรกิจในเวียดนามเป็นมือไม้ให้ เบอร์ลี่ยุคเกอร์ (มีเป้าหมายเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ) รุกตลาด ซีแอลเอ็มวี( กัมพูชา ลาว เวียดนาม และเมียนมา) ส่วน บิ๊กซี จะเติมเกมรุกตลาดค้าปลีกและเป็นช่องทางกระจายสินค้าในประเทศ จากองคาพยพทางธุรกิจที่ลำดับมาโดยสังเขปข้างต้นนั้น จึงไม่ใช่เรื่องเกินจริงที่จะบอกว่า อาณาจักรทีซีซีของเจริญพร้อมแล้วสำหรับเกมรุกระดับโลก ล้อมกรอบ
ขาหยั่งธุรกิจทั้ง 5 ของเจริญ
อาณาจักรธุรกิจของเจริญแบ่งเป็น 5 กลุ่มใหญ่ คือ 1.กลุ่มธุรกิจประกันภัยและการเงิน (อาคเนย์ประกันภัยเป็นเรือธง) 2. กลุ่มธุรกิจสินค้าเกษตร 3.กลุ่มธุรกิจการค้า (เบอร์ลี่ยุคเกอร์เป็นเรือธง) 4.กลุ่มอสังหาริมทรัพย์(ทีซีซีแลนด์เป็นเรือธง) หลักคิดธุรกิจอสังหาฯของเจริญเน้นเพื่อเช่า ไม่เน้นขาย 5.กลุ่มธุรกิจเครื่องดื่ม (ไทยเบฟเวอเรจ เป็นเรือธง ) ในบรรดาขาหยั่งธุรกิจทั้ง 5 ของอาณาจักรเจริญ มีเพียง"กลุ่มธุรกิจเกษตร"เท่านั้นที่แนวทางยังไม่ลงตัว เพราะเจ้าสัวเจริญยังไม่พบโมเดลที่ถูกใจ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,131 วันที่ 14 - 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
ในช่วงทศวรรษเศษที่ผ่านมา กลุ่มทีซีซี ภายใต้การนำของเจ้าสัวเจริญ รุกทางยุทธศาสตร์อย่างรวดเร็วจนกล่าวได้ว่าได้พลิกโฉมธุรกิจของกลุ่มไปอย่างสิ้นเชิง เชื่อว่าการรุกไม่หยุดของเจ้าสัวเจริญมาจากเหตุผล 2 ประการ คือ 1. เพื่อขยายฐานธุรกิจใหม่ขึ้นมาแทนที่ธุรกิจสุราฐานธุรกิจดั้งเดิม (จุดเริ่มต้น ความมั่งคั่งของเจ้าสัวเจริญ) และ2.เป็นการวางยุทธศาสตร์สำหรับเกมธุรกิจใหม่ในระดับโลก ฐาปน สิริวัฒนภักดี(ลูกชายคนโตของเจริญ) กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ เคยถ่ายทอดความคิดของเจริญ(คุณพ่อ)ระหว่างการแถลงข่าวครั้งหนึ่งว่า ไม่เดินออกไป คนอื่นเข้ามาเราจะแย่
[caption id="attachment_31239" align="aligncenter" width="500"]
สร้างความแกร่งจากข้างใน
การขยับโครงสร้างใน บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ หรือไทยเบฟ เรือธงสำคัญของอาณาจักรธุรกิจของเจ้าสัวเจริญด้วยการเข้าซื้อกิจการ บมจ.โออิชิ บมจ.เสริมสุข ได้เปลี่ยนภาพลักษณ์ "ไทยเบฟ" ให้เป็นบริษัทค้าเครื่องดื่มทุกประเภทไม่ใช่ "น้ำเมา" เช่นในอดีต และยกชั้นขึ้นเป็นธุรกิจระดับภูมิภาคด้วยการเทกโอเวอร์ บริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มเก่าแก่ระดับภูมิภาคอย่าง บริษัท เฟรเซอร์ แอนด์ นีฟฯหรือ เอฟ&เอ็น ในปี 2556 มูลค่ากว่า 3 แสนล้านบาท (รวมหุ้นที่ประมูลจาก ธนาคารโอซีบีซีและไล่ซื้อในตลาดหุ้นสิงคโปร์) มีเสียงเล่าว่าก่อนตัดสินใจซื้อเอฟ&เอ็นที่ปรึกษารอบตัวไม่เห็นด้วยนักเพราะใช้เงินทุนสูง แต่เจริญยืนกรานและตัดสินใจเดินหน้าเข้าสู่เกมธุรกิจที่เขาไม่คุ้นเคยทันที
การซื้อเอฟ&เอ็นเปรียบเหมือนคำประกาศของเจริญว่า เขาจะรุกตลาดอาเซียนและตลาดโลกแล้ว การเข้าครอบงำเอฟ&เอ็นทำให้ชื่อของเจริญนักธุรกิจวัย 72 ปี ซึ่งผ่านการศึกษาระดับประถม เริ่มรู้ธุรกิจจากการช่วยเตี่ยขายหอยทอดแถวตลาดน้อย ก่อนเข้าสู่ยุทธจักรน้ำเมา ที่มากด้วยผลประโยชน์ และก้าวขึ้นมาเป็น"ราชันน้ำเมา" แม้จังหวะชีวิตสะดุดหลังเงินทุนจำนวนมหาศาล ในธนาคารมหานคร(ปิดกิจการไปแล้ว) ละลายหายไปในช่วงวิกฤติต้มยำกุ้งปี 2540 แต่เจริญสามารถกลับมาผงาดอีกครั้งพร้อมกับเกมธุรกิจที่เร้าใจยิ่งกว่าเดิม
ต่อจิ๊กซอว์ธุรกิจ
เกมธุรกิจใหม่ของ เจริญ เริ่มต้นด้วยการเปิดตัวโรงแรมหรูพลาซ่า แอทธินีในปี 2543 ตามด้วยการเข้า ซื้อ บมจ.เบอร์ลี่ยุคเกอร์ (ถือหุ้น 83.5 %) บริษัทการค้าเก่าแก่ผู้ค้าสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ ในปี 2544 และไล่ซื้อกิจการอื่นๆอีกมากมาย แต่ที่ถือเป็นจุดเปลี่ยนคือ การเข้าครอบงำ เอฟ&เอ็นในปี 2556 มีการวิเคราะห์ว่า ด้วยศักยภาพและเครือข่ายที่กระจายอยู่ทั่วภูมิภาคของเอฟ&เอ็น เช่น แบรนด์อาหาร&เครื่องดื่ม ที่เป็นที่รู้จัก โรงเบียร์ 31 แห่งใน 15 ประเทศ นอกจากเพิ่มขีดความสามารถให้ ไทยเบฟ อย่างท่วมท้นแล้ว ยังสามารถผนึกกับ บมจ.เบอร์ลี่ยุคเกอร์ ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคและมีเครือข่ายการค้าได้เป็นอย่างดี แต่การเชื่อมโยงระหว่างธุรกิจในอาณาจักรของเจริญยังไม่ถึงขั้นสร้างพลังผนึกอย่างเป็นรูปธรรม เชื่อว่าส่วนหนึ่งเพราะ ยังไม่มีธุรกิจค้าปลีกในมือ ในช่วง 2 ปีเศษที่ผ่านมา เจริญ โดย บมจ.เบอร์ลี่ยุคเกอร์ เข้าร่วมประมูลชิงกิจการค้าปลีกมา ไม่ว่า แฟมิลี่มาร์ท หรือ แม็คโคร แต่เพิ่งมาสมหวังกับดีลบิ๊กซีในครั้งนี้เอง
หลังวันที่ 31 มีนาคม เมื่อดีลซื้อ บิ๊กซี (มีไฮเปอร์มาร์เก็ต 125 สาขา บิ๊กซีมาร์เก็ต 55 สาขา มินิบิ๊กซี 394 สาขา และร้านขายยาเพียง 146 สาขา) ธุรกิจค้าปลีกใต้ร่มเงาอาณาจักรเจริญจะใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอุตสาหกรรม
จับตาเกมรุกใหม่
ภาพใหญ่ในส่วนธุรกิจการค้าและเครื่องดื่มของกลุ่มเจริญวันนี้ ไทยเบฟ คือเรือธงหลักในธุรกิจ เครื่องดื่มและอาหาร ส่วน เบอร์ลี่ยุคเกอร์คือเรือธงด้านการค้า โดยมี เอฟ&เอ็น เป็นฐานธุรกิจในสิงคโปร์ และ ธุรกิจที่เบอร์ลี่ยุคเกอร์เข้าไปซื้อไว้ในเวียดนาม( เมโทร แคส & แครี่ เวียดนาม , ไทอัน เวียดนามเป็นต้น ) ตามลักษณะธุรกิจและสภาพภูมิศาสตร์ เอฟ&เอ็นจะเป็นแขนขาของไทยเบฟในการรุกตลาด ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ขณะที่ฐานธุรกิจในเวียดนามเป็นมือไม้ให้ เบอร์ลี่ยุคเกอร์ (มีเป้าหมายเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ) รุกตลาด ซีแอลเอ็มวี( กัมพูชา ลาว เวียดนาม และเมียนมา) ส่วน บิ๊กซี จะเติมเกมรุกตลาดค้าปลีกและเป็นช่องทางกระจายสินค้าในประเทศ จากองคาพยพทางธุรกิจที่ลำดับมาโดยสังเขปข้างต้นนั้น จึงไม่ใช่เรื่องเกินจริงที่จะบอกว่า อาณาจักรทีซีซีของเจริญพร้อมแล้วสำหรับเกมรุกระดับโลก ล้อมกรอบ
ขาหยั่งธุรกิจทั้ง 5 ของเจริญ
อาณาจักรธุรกิจของเจริญแบ่งเป็น 5 กลุ่มใหญ่ คือ 1.กลุ่มธุรกิจประกันภัยและการเงิน (อาคเนย์ประกันภัยเป็นเรือธง) 2. กลุ่มธุรกิจสินค้าเกษตร 3.กลุ่มธุรกิจการค้า (เบอร์ลี่ยุคเกอร์เป็นเรือธง) 4.กลุ่มอสังหาริมทรัพย์(ทีซีซีแลนด์เป็นเรือธง) หลักคิดธุรกิจอสังหาฯของเจริญเน้นเพื่อเช่า ไม่เน้นขาย 5.กลุ่มธุรกิจเครื่องดื่ม (ไทยเบฟเวอเรจ เป็นเรือธง ) ในบรรดาขาหยั่งธุรกิจทั้ง 5 ของอาณาจักรเจริญ มีเพียง"กลุ่มธุรกิจเกษตร"เท่านั้นที่แนวทางยังไม่ลงตัว เพราะเจ้าสัวเจริญยังไม่พบโมเดลที่ถูกใจ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,131 วันที่ 14 - 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559






