thansettakij
thansettakij
ราคาน้ำมันดิบร่วง หลังตลาดกังวลเรื่องสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน

ราคาน้ำมันดิบร่วง หลังตลาดกังวลเรื่องสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน

06 ส.ค. 61 | 04:20 น.
อัปเดตล่าสุด :06 ส.ค. 61 | 11:20 น.
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์พลังงาน บมจ.ไทยออยล์ รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมัน  ประจำวันที่ 6 สิงหาคม 2561

- ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง หลังตลาดยังคงกังวลกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น และมีแนวโน้มที่จะกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมัน

- ความเป็นไปได้ที่จีนจะบริโภคน้ำมันลดลงส่งผลกดดันต่อราคาน้ำมัน หลังบริษัทน้ำมันแห่งชาติของจีนอย่าง Sinopec ปรับลดการซื้อน้ำมันดิบจากสหรัฐฯ อันเป็นผลมาจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน

- ซาอุดิอาระเบีย รัสเซีย คูเวต และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ต่างเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อช่วยชดเชยอุปทานที่คาดว่าจะหายไปจากอิหร่านเมื่อการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันดิบอิหร่านโดยสหรัฐฯ เริ่มมีผลบังคับใช้ในช่วงปลายปีนี้

+ การหยุดการส่งออกน้ำมันดิบทั้งหมดของอิหร่านมีความเป็นไปได้ค่อนข้างน้อย เนื่องจากผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของอิหร่านอย่างจีนปฏิเสธที่จะทำตามคำขอของสหรัฐฯ ด้วยเรื่องการระงับการนำเข้าน้ำมันดิบจากอิหร่าน

+ Baker Hughes รายงานจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบของสหรัฐฯ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 3 ส.ค. 61 ปรับตัวลดลงราว 2 แท่น มาอยู่ที่ 859 แท่น

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ โดยได้รับแรงหนุนจากปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐฯ ที่ปรับลดลง อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงถูกกดดันจากปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสิงคโปร์ และยุโรปที่ยังคงอยู่ในระดับสูง

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้น้ำมันดีเซลกำมะถันต่ำที่มีอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงถูกกดดันจากปริมาณการส่งออกจากจีนและอินเดียที่ยังคงอยู่ในระดับสูง

ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 65-70 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 70-75  เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หลังปริมาณการผลิตน้ำมันดิบทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง ขณะที่ปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบของสหรัฐฯ คาดจะปรับเพิ่มขึ้นหลังแหล่งผลิตน้ำมันดิบ Syncrude ในแคนาดา กำลังการผลิต 360,000 บาร์เรลต่อวัน มีแนวโน้มกลับมาผลิตได้ตามปกติในเดือน ส.ค.

การร่วมมือในการปรับลดกำลังการผลิตระหว่างผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปกได้ปรับลดลงกว่าร้อยละ 5 มาอยู่ที่ระดับร้อยละ 111 ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา หลังทั้งสองกลุ่มผู้ผลิตตัดสินใจปรับเพิ่มกำลังการผลิตในการประชุมโอเปกที่ผ่านมา

ปริมาณการผลิตและส่งออกของลิเบียมีแนวโน้มที่จะปรับเพิ่มขึ้น หลังท่าเรือขนส่งน้ำมันดิบ Zueitina และ Hariga กลับมาดำเนินการตามปกติ นอกจากนี้ ท่าเรือ Ras Lanuf และ Es Sider สามารถกลับมาเปิดดำเนินการได้แล้วด้วย แม้ว่าจะอยู่ระหว่างการซ่อมบำรุงถังเก็บน้ำมันดิบ อย่างไรก็ตาม ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบจากแหล่ง Sharara ยังคงหายไปกว่า 160,000 บาร์เรลต่อวัน หลังเกิดเหตุลักพาตัวคนงานโดยกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ

ที่มา : บมจ.ไทยออยล์ ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว