
อินดีมทุ่ม 25 ล้านปั้นแบรนด์รุกตลาดความงาม
ตลาดผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม 5.7 หมื่นล้านบาทแรงไม่หยุด “อินดีม กรุ๊ป” สบช่อง ทุ่ม 25 ล้านบาท แจ้งเกิดแบรนด์น้องใหม่ “อินดีม” ชูจุดขายสินค้าจากธรรมชาติ มั่นใจปั้นยอดขายทะลุ 1,000 ล้านบาทในปีหน้า
ม.ล.พอยศ กัลยาณะวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินดีม กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า จากแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภครุ่นใหม่ที่หันมาให้ความใส่ใจดูแลสุขภาพและผิวพรรณมากขึ้น ขณะเดียวกันยังมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาตลาดสุขภาพและความงามของประเทศไทยมีการเติบโตและขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
จากผลวิจัยของบริษัท กันตาร์ เวิร์ลดพาแนล (ไทยแลนด์) จำกัด ระบุว่า ในปี 2560 ภาพรวมตลาดความงามของไทยมีมูลค่ารวมถึง 5.7 หมื่นล้านบาท โดยกลุ่มสกินแคร์มีสัดส่วนมากที่สุดถึง 40% และมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่การแข่งขันของตลาดแม้ว่าจะสูง แต่จากการสำรวจพบว่าเซ็กเม้นต์ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคหรือผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากสารธรรมชาติยังมีผู้ประกอบการในตลาดไม่มากนัก ทำให้บริษัทมองเห็นโอกาสทางการตลาด ล่าสุดจึงได้ใช้งบลงทุนกว่า 25 ล้านบาท เปิดบริษัท อินดีม กรุ๊ป จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจด้านความงามภายใต้แบรนด์ “อินดีม" (Indeem)
ทั้งนี้บริษัทวางจุดยืนสำหรับสินค้าภายใต้แบรนด์อินดีม คือการเป็นผลิตภัณฑ์ความงามที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ ภายใต้คอนเซ็ปท์ “Social Enterprise” ที่มีจุดเด่นในการผลิตจากน้ำแร่ธรรมชาติของไทยที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ความงามแบรนด์ “Indeem” ที่เปิดตัวในช่วงแรกประกอบด้วย 4 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ 1. MULTI PROACTIVE ANTI-AGING NIGHT CREAM 2. MULTI PROACTIVE WHITENING DAY CREAM 3. PAS-SION FACIAL CLEANSER MOUSSE และ 4. HAIR GRO นอกจากนี้บริษัทยังเตรียมส่งผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอีก 2 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม Propectin และ
ด้านนายรวิภัทร ระวีเผ่าพงษ์ ประธานฝ่ายปฏิบัติการ กล่าวเพิ่มเติมถึงแผนการทำตลาดว่า บริษัท จะมุ่งเน้นการทำตลาดในรูปแบบขายตรงและช่องทางออนไลน์ ทั้งไลน์และเฟสบุ๊คเป็นหลัก เพื่อให้ผลิตภัณฑ์เข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่ได้อย่างรวดเร็ว โดยวางเป้าหมายที่จะขึ้นแท่น Top 10 แบรนด์ผลิตภัณฑ์กลุ่มสกินแคร์ที่อยู่ในใจผู้บริโภคให้ได้ภายในระยะเวลา 2 ปี หลังจากเปิดตัว ดังนั้น บริษัทจึงมุ่งสื่อสารการตลาดอย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นสื่อโฆษณา ประชาสัมพันธ์ และจัดกิจกรรมเพื่อสร้างการรับรู้ในผลิตภัณฑ์ให้กับผู้บริโภค รวมถึงยังเตรียมจัดกิจกรรมผ่านทางออนไลน์ และจัดโปรโมชั่นราคาพิเศษเพื่อสร้างประสบการณ์ตรงให้ผู้บริโภคเกิดการทดลองใช้และมั่นใจในคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ ยังเดินหน้าจัดกิจกรรมเวิร์คชอปและสัมมนาความงามให้กับตัวแทนจำหน่ายซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสื่อสารกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้รับรู้และเข้าใจถึงคุณสมบัติที่แตกต่างของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวของบริษัท โดยวางเป้าหมายรายได้ในปีแรกไว้ที่ 100 ล้านบาท และเพิ่มเป็น และ 1,000 ล้านบาทในปีหน้า
ม.ล.พอยศ กัลยาณะวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินดีม กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า จากแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภครุ่นใหม่ที่หันมาให้ความใส่ใจดูแลสุขภาพและผิวพรรณมากขึ้น ขณะเดียวกันยังมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาตลาดสุขภาพและความงามของประเทศไทยมีการเติบโตและขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
จากผลวิจัยของบริษัท กันตาร์ เวิร์ลดพาแนล (ไทยแลนด์) จำกัด ระบุว่า ในปี 2560 ภาพรวมตลาดความงามของไทยมีมูลค่ารวมถึง 5.7 หมื่นล้านบาท โดยกลุ่มสกินแคร์มีสัดส่วนมากที่สุดถึง 40% และมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่การแข่งขันของตลาดแม้ว่าจะสูง แต่จากการสำรวจพบว่าเซ็กเม้นต์ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคหรือผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากสารธรรมชาติยังมีผู้ประกอบการในตลาดไม่มากนัก ทำให้บริษัทมองเห็นโอกาสทางการตลาด ล่าสุดจึงได้ใช้งบลงทุนกว่า 25 ล้านบาท เปิดบริษัท อินดีม กรุ๊ป จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจด้านความงามภายใต้แบรนด์ “อินดีม" (Indeem)
ทั้งนี้บริษัทวางจุดยืนสำหรับสินค้าภายใต้แบรนด์อินดีม คือการเป็นผลิตภัณฑ์ความงามที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ ภายใต้คอนเซ็ปท์ “Social Enterprise” ที่มีจุดเด่นในการผลิตจากน้ำแร่ธรรมชาติของไทยที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ความงามแบรนด์ “Indeem” ที่เปิดตัวในช่วงแรกประกอบด้วย 4 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ 1. MULTI PROACTIVE ANTI-AGING NIGHT CREAM 2. MULTI PROACTIVE WHITENING DAY CREAM 3. PAS-SION FACIAL CLEANSER MOUSSE และ 4. HAIR GRO นอกจากนี้บริษัทยังเตรียมส่งผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอีก 2 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม Propectin และ
ด้านนายรวิภัทร ระวีเผ่าพงษ์ ประธานฝ่ายปฏิบัติการ กล่าวเพิ่มเติมถึงแผนการทำตลาดว่า บริษัท จะมุ่งเน้นการทำตลาดในรูปแบบขายตรงและช่องทางออนไลน์ ทั้งไลน์และเฟสบุ๊คเป็นหลัก เพื่อให้ผลิตภัณฑ์เข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่ได้อย่างรวดเร็ว โดยวางเป้าหมายที่จะขึ้นแท่น Top 10 แบรนด์ผลิตภัณฑ์กลุ่มสกินแคร์ที่อยู่ในใจผู้บริโภคให้ได้ภายในระยะเวลา 2 ปี หลังจากเปิดตัว ดังนั้น บริษัทจึงมุ่งสื่อสารการตลาดอย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นสื่อโฆษณา ประชาสัมพันธ์ และจัดกิจกรรมเพื่อสร้างการรับรู้ในผลิตภัณฑ์ให้กับผู้บริโภค รวมถึงยังเตรียมจัดกิจกรรมผ่านทางออนไลน์ และจัดโปรโมชั่นราคาพิเศษเพื่อสร้างประสบการณ์ตรงให้ผู้บริโภคเกิดการทดลองใช้และมั่นใจในคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ ยังเดินหน้าจัดกิจกรรมเวิร์คชอปและสัมมนาความงามให้กับตัวแทนจำหน่ายซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสื่อสารกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้รับรู้และเข้าใจถึงคุณสมบัติที่แตกต่างของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวของบริษัท โดยวางเป้าหมายรายได้ในปีแรกไว้ที่ 100 ล้านบาท และเพิ่มเป็น และ 1,000 ล้านบาทในปีหน้า






