svasdssvasds

‘นีโอ สุกี้’รุกหนักครึ่งปีหลัง เท100ล้านตั้งรง.-แตกสาขา

27 ก.ค. 2561 เวลา 3:51 น. 636
“นีโอกรุ๊ป” รับเทรนด์ตลาดสุกี้-ชาบูแข่งเดือด เปิดแผนส่ง “นีโอ สุกี้” รุกตลาดอาหารครึ่งปีหลัง ทุ่มกว่า 100 ล้านบาทลงทุนโรงงาน ขยายสาขาพร้อมรุกตลาดหลังปรับภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่สู่เจ้าตำรับอาหารต้มทุกเมนู ลั่น 5 ปีโกยรายได้ 1,000 ล้านบาท

[caption id="attachment_299278" align="alignright" width="290"] ณัฐพล กัปปิยจรรยา ณัฐพล กัปปิยจรรยา[/caption]

นายณัฐพล กัปปิยจรรยา กรรมการผู้จัดการบริษัท นีโอ สุกี้ไทยเรสเทอรองส์ จำกัด เจ้าของแบรนด์นีโอสุกี้ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า แผนงานของบริษัท ในปีนี้จะให้ความสำคัญกับการปรับภาพลักษณ์ของร้าน Neo Suki ให้เป็นเจ้าตำรับอาหารต้ม ที่ไม่ใช่แค่ภาพของสุกี้-ชาบู เช่นที่ผ่านมา ซึ่งหมายถึงการเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของอาหารประเภทสุกี้-ชาบู และทุกๆ เมนูที่เกี่ยวกับการผ่านนํ้าซุปร้อนในหม้อต้ม หลังจากปีที่ผ่านมาบริษัทได้มีการรีแบรนด์นีโอสุกี้จนประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง เนื่องจากมองว่าตลาดสุกี้-ชาบูของเมืองไทยไม่เคยหยุดนิ่ง มีการแข่งขัน เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ๆ ตลอดเวลา ดังนั้นแบรนด์จะต้องมีการปรับตัวให้ใหม่อยู่เสมอเพื่อรองรับความต้องการด้วย

“ปีนี้ทางแบรนด์ขอขยับไปอีกขั้น พร้อมกับกลยุทธ์ที่อยากเปลี่ยนให้ร้านนีโอสุกี้ เป็นเจ้าตำรับอาหารต้ม ซึ่งหมายถึงการเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของอาหารประเภทสุกี้-ชาบู และทุกๆ เมนู ซึ่งหลังจากปีที่ผ่านมาทางร้านได้มีการรีแบรนดิ้งครั้งใหญ่ ก็ได้เดินหน้าแคมเปญต่างๆ เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น การจัดเทศกาลอาหารหลากหลายสไตล์ และเทศกาลที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ เฝอ ซึ่งเป็นเทศกาลที่เราสามารถคุมรสชาติและสร้างสรรค์เมนูใหม่ที่ว่านี้ได้อย่างไม่หลุดธีมจนกลายเป็นเทศกาล ที่ประสบความสำเร็จที่สุดซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ว่าเราสามารถหลุดจากคำจำกัดความแค่เป็นสุกี้-ชาบู แต่เราคือ เจ้าตำรับอาหารต้มเพราะทุกเมนูที่เกี่ยวข้องกับการต้มลวก เราสามารถนำมาปรับเพื่อให้ถูกปากคนไทยและกลมกลืนไปกับเมนูอื่นในร้านเราได้อย่างลงตัว”

สำหรับแผนงานในครึ่งปีหลังนี้บริษัทเตรียมใช้งบลงทุน 100 ล้านบาทแบ่งเป็นการลงทุนในโรงงานแห่งใหม่ 50 ล้านบาทบนพื้นที่ 4 ไร่ ย่านบางใหญ่ จ.นนทบุรี เพื่อใช้รองรับการขยายสาขาใหม่ในอนาคต รวมทั้งการขยายไลน์ธุรกิจอาหารอื่นๆ ทั้งแบรนด์ใหม่และแฟรนไชส์ รวมถึงอาหารประเภทควิก มีล และมีแผนจะเปิดตัวเทศกาลอาหารใหญ่อีกครั้งเพื่อเป็นการฉลองช่วงปลายปี หลังจากต้นปีที่ผ่านมาบริษัทได้ จัดเทศกาลอาหารฮ่องกงและได้รับ เสียงตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี

ส่วนอีก 50 ล้านบาทจะเป็นการลงทุนขยายสาขาใหม่เพิ่มอีก 2 แห่ง ได้แก่ เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ ในเดือนกรกฎาคมนี้และเซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ ในเดือนพฤศจิกายน นี้ ควบคู่กับการปรับปรุงร้านเดิมที่มีอยู่ทั้ง 19 แห่งสู่โฉมใหม่ พร้อมทั้งมีการปรับชุดยูนิฟอร์ม ของพนักงาน, ระบบทีม Operation ใหม่ และงบการทำตลาดด้วย ทั้งนี้หลังจากที่ปรับปรุงในด้านต่างๆ เพิ่มขึ้น บริษัทมีแผนปรับราคาเมนูต่างๆ ภาย ในร้านขึ้น 5% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบ ต่างๆ ที่ปรับขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

“ปกติธุรกิจร้านอาหารจะเติบโตแบบก้าวกระโดดได้ ต้องระดมเปิดสาขาให้เยอะที่สุด แต่วิธีที่ว่าไม่ใช่ทางของแบรนด์เพราะเราเลือกที่จะค่อยๆ เติบโตและพัฒนาทุกองค์ประกอบให้แข็งแกร่งไปพร้อมๆกันมากกว่าซึ่งภารกิจใหญ่คือจะทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งบนฐานที่มั่นคง”

ปัจจุบันธุรกิจร้านอาหารประเภทเมนูต้ม อาทิ สุกี้ และชาบู ชาบู ฯลฯ มีมูลค่าตลาดรวม 2-3 หมื่นล้านบาท มีการเติบโต 10% ต่อปี ขณะที่นีโอกรุ๊ป ซึ่งประกอบไปด้วย นีโอสุกี้ไทย เรสเทอรองส์, กังฟู ฟู้ดแอนด์ เบฟเวอเรจ และ นีโอสยาม โลจิส ติกส์ ในปีที่ผ่านมามีรายได้ 370 ล้านบาท บริษัทมีแผนเข้าจดทะเบียนในตลาด หลักทรัพย์ MAI ในอีก 5 ปีข้างหน้าและตั้งเป้าที่จะมียอดขายไม่ตํ่ากว่า 1,000 ล้านบาท

e-book-1-503x62

..........................................................................

หน้า 36 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3,384 ระหว่างวันที่ 19-21 กรกฎาคม 2561