svasdssvasds

‘เจมิโอ้’ รุกรองเท้ารักษ์โลก ผุดนวัตกรรมเจาะลูกค้าระดับบน ดันรายได้ทุกช่องทาง

30 ก.ค. 2561 เวลา 14:18 น. 377
“เดอะโคลเวอร์” ผุดนวัตกรรมรองเท้าเพื่อสิ่งแวดล้อมเจาะตลาดระดับบนและกลุ่มวัยรุ่นยุคใหม่ เล็งออกงานแสดงสินค้า พร้อมบุกตลาดออนไลน์ และลุยตลาดต่างประเทศ เชื่อสร้างรายได้โต 20-30% ชูจุดเด่นด้านนวัตกรรมและเอกลักษณ์ความเป็นไทย

นายชลัฐ เตชะวีรภัทร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะ โคลเวอร์ จำกัด เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า บริษัทได้นำเสนอผลิตภัณฑ์รองเท้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมภายใต้แบรนด์ “เจมิโอ้” (Gemio) ซึ่งทำมาจากนวัตกรรมด้วยการนำสิ่งที่ใกล้ตัว นั่นก็คือวัสดุเหลือใช้จากโรงงานที่เป็นเศษผ้า ซึ่งบริษัทจะนำไปผ่านขั้นตอนของการบดใหม่ให้เป็นเส้นใย หลังจากนั้นจึงนำมาหลอมรวมเข้ากับยางให้กลายเป็นชิ้นเดียวกัน (Reuse&Recycle) เพื่อนำไปต่อยอดให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ โดยบริษัทได้ดำเนินการจดสิทธิบัตรนวัตกรรมยางผสมเศษผ้าเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ภายใต้สิทธิบัตรการประดิษฐ์ และได้รับเครื่องหมาย Eco Self care

73 2

ทั้งนี้ การต่อยอดดังกล่าวนี้บริษัทมุ่งหวังที่จะเจาะตลาดในระดับบนในกลุ่มของผู้ใหญ่วัยทำงาน และกลุ่มวัยรุ่นที่ไม่ยึดติดกับแบรนด์ แต่ชื่นชอบผลิตภัณฑ์ที่มีเรื่องราวที่มาที่ไปที่น่าสนใจ (Story) จากเดิมที่บริษัทมีแบรนด์รองเท้าชื่อ “สโนว์เฟลกซ์” (Snowflakes) ซึ่งเจาะกลุ่มลูกค้าในระดับล่าง

“เราคือโรงงานผู้ผลิต ออกแบบ และจำหน่ายรองเท้าด้วยการมีโรงงานเสฉวนผลิต และบริษัท เดอะ โคลเวอร์ฯ เป็นผู้ออกแบบและจำหน่ายภายใต้แบรนด์ สโนว์เฟลกซ์ และเจมิโอ้”

72 69

สำหรับกลยุทธ์ในการทำตลาดปีนี้ บริษัทจะมุ่งเน้นที่การออกงานแสดงสินค้าร่วมกับหน่วยงานของภาครัฐ และตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ เพื่อให้สามารถเข้าถึงลูกค้าได้โดยตรง ซึ่งจะช่วยทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในกลุ่มของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ก็จะดำเนินการเรื่องการสร้างตัวแทนจำหน่าย เพื่อกระจายผลิตภัณฑ์ไปยังกลุ่มลูกค้าให้ครอบคลุมมากขึ้น อย่างไรก็ดี ล่าสุดบริษัทได้มีการนำผลิตภัณฑ์เข้าไปจำหน่ายที่อีโคโทเปีย (Ecotopia) ซึ่งเป็นโซนสำหรับสิ่งแวดล้อมของสยามดิสคัฟเวอรี่อีกด้วย

นอกจากนี้ยังจะเดินหน้ากลยุทธ์ทางด้านออนไลน์ โดยอาศัยช่องทางของตลาดกลางออนไลน์ในการนำผลิตภัณฑ์เข้าไปจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ลาซาด้า (Lazada), ช็อปปี้ (Shopee), 24 แค็ต ตาล็อก (24Catalog) หรือเซเว่นแค็ตตาล็อกเดิม (7Catalog) และไทยเทรดดอทคอม (thaitrade.com) อีกทั้งบริษัทยังมีช่องทางออนไลน์ของตนเองผ่านทางเว็บ ไซต์ของบริษัท, เพจเฟซบุ๊ก, ไลน์แอด และอินสตาแกรม

66

นายชลัฐ กล่าวต่อไปอีกว่า บริษัทกำลังมองหาช่องทางการจำหน่ายเพิ่มเติมในตลาดต่างประเทศโดยผ่านทางตัวแทนจำหน่าย โดยที่ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของบริษัทก็มีจำหน่ายแล้วที่เว็บไซต์อเมซอน (AmaZon.com)และอาลีบาบา (Alibaba) และมีตัวแทนจำหน่ายที่เปิดช็อปขนาดเล็กที่สหรัฐอเมริกา นำผลิตภัณฑ์ไปจำหน่าย โดยจากกลยุทธ์ในการทำตลาดดังกล่าวเชื่อว่าจะทำให้บริษัทมีรายได้เติบโตขึ้นประมาณ 20-30% ในปีนี้ จากเดิมที่บริษัทมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 2-3 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา โดยจะมาจากการทำตลาดออนไลน์ 50%, ออฟไลน์ 30% และตลาดต่างประเทศ 20%

64

ส่วนจุดเด่นของผลิตภัณฑ์นั้น นอกจากเรื่องของนวัตกรรมที่บริษัทคิดค้นขึ้นมาแล้ว ยังเป็นเรื่องของความมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว (Unique) มากขึ้น โดยบริษัทเลือกที่จะหยิบจับงานผ้าทอมือของแต่ละจังหวัดมาผสมผสานเข้ากับรองเท้า ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์แฟชั่นที่มีเอกลักษณ์ของความเป็นไทย ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ และดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภค

ขณะที่หลักคิดในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จนั้น อยู่ที่ความใส่ใจต่อลูกค้าตั้งแต่ขั้นตอนของการเลือกวัตถุดิบที่จะนำมาผลิต รวมถึงการออกแบบที่ตอบโจทย์ความต้องการใช้งาน รวมถึงแฟชั่น และเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดูแลสุขภาพ สร้างความแตกต่างด้วยนวัตกรรม มีความต่อเนื่องในการนำเสนอ พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ให้ทันต่อกระแสความเปลี่ยนแปลง ไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่

หน้า 13 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3380 วันที่ 5-7 กรกฎาคม 2561

โปรโมทแทรกอีบุ๊ก-6