thansettakij
thansettakij
ผุดโปรเจ็กต์ชาวนาหายจน ‘สุเทพ’โวยผู้ส่งออกกำไรอื้อ

ผุดโปรเจ็กต์ชาวนาหายจน ‘สุเทพ’โวยผู้ส่งออกกำไรอื้อ

30 มิ.ย. 61 | 05:11 น.
อัปเดตล่าสุด :30 มิ.ย. 61 | 12:11 น.
กมธ.เกษตรไอเดียเจ๋ง ผุด “โครงการชาวนาหายจนเริ่มวันนี้”  นำร่องชาวนาพิจิตร-กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวหอมจีไอ ทุ่งกุลาฯ ด้านอนุกรรมาธิการเกษตรฯ ซุ่มยกร่าง พ.ร.บ. ข้าว พ.ศ. ... หวังสร้างความเป็นธรรมทุกฝ่าย ผู้ส่งออกค้านหวั่นตั้งราคาสูงกระทบแข่งขัน ชาวนาโวยค้ากำไรเกินควร

นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ประธานคณะอนุกรรมาธิการ  (กมธ.) พิจารณาศึกษาปัจจัยการผลิตในคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ทางอนุกรรมาธิการฯ อยู่ระหว่างการยกร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ข้าว พ.ศ. …. มีกว่า 40 มาตราจะยึดหลักความเป็นธรรมทุกฝ่ายทั้งเกษตรกร ผู้ค้า โรงสีไปจนถึงผู้ส่งออก  ล่าสุดอยู่ในช่วงกลั่นกรองร่าง ในเร็วๆ นี้จะส่งให้ พล.อ.ดนัย มีชูเวช ประธาน กมธ.การเกษตรและสหกรณ์เพื่อให้รัฐบาลพิจารณานำสู่ขั้นตอนต่อไป

อย่างไรก็ดีระหว่างนี้มี “โครงการชาวนาหายจน  เริ่มวันนี้” มีเป้าหมายเพื่อลดภาระหนี้สินเกษตรกร และลดภาระงบประมาณภาครัฐ โดยมีรูปแบบการดำเนินการ 2 รูปแบบ คือ1. นำร่องที่จ.พิจิตร โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะรวบรวมข้อมูลเบื้องต้นของชาวนาที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการ เพื่อยืนยันความมีตัวตน รวมถึงข้อมูลจำนวนที่ดิน ข้อมูลการเพาะปลูก ภาระหนี้สินที่มีอยู่กับ ธ.ก.ส.เป็นต้น โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายชาวนา 100 ราย  แต่ปรากฏมีผู้สนใจถึง 103 ราย พิจารณาแล้วผ่านคุณสมบัติ 70 ราย 5189598188_e0d0ba6701_b

2. กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวหอมมะลิ GI ทุ่งกุลาร้องไห้ เริ่มต้นจากการรวมกลุ่มเกษตรกร (จะมีสหกรณ์การเกษตรต่างๆที่มีการรวมกลุ่มกันอยู่แล้วกระจายอยู่ในพื้นที่จำนวน 43 สหกรณ์) เพื่อรวบรวมข้อมูลเกษตรกร ยืนยันที่ตั้งและจำนวนพื้นที่ที่จะเข้าร่วมโครงการ หลังจากเกษตรกร สมัครใจและระบุตำแหน่งที่ตั้งชัดเจนแล้วและตัวแทนกลุ่มเกษตรกรจะทำเอ็มโอยูในการขายข้าวหอมมะลิ GI ทุ่งกุลาร้องไห้กับผู้นำเข้าข้าวจากจีน เริ่มต้น 1 หมื่นตัน หากได้ผลจะขยายไปพื้นที่อื่นต่อไป

ด้านนายสุเทพ คงมาก นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย กล่าวว่า เห็นด้วยที่จะมี พ.ร.บ.หรือกฎหมายข้าว ซึ่งอยากเห็นมากว่าในรายละเอียดจะออกมาอย่างไร และอยากเห็นกฎหมายนี้สร้างความเป็นธรรมแก่ทุกห่วงโซ่ของข้าว หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งคิดว่าตัวเองเสียเปรียบกฎหมายก็คงเกิดขึ้นได้ยาก

“ยกตัวอย่าง ณ วันที่ 25 มิถุนายน 2561 ชาวนาขายข้าวเปลือกเจ้าเกี่ยวสดความชื้น 25-30% ณ ไร่นาได้เฉลี่ยที่ 6,100-6,300 บาทต่อตัน ราคาหน้าโรงสีอยูที่ 6,900-7,100 บาทต่อตัน สมาคมค้าข้าวไทยหรือหยง แจ้งว่าวันนี้ผู้ส่งออกหรือพ่อค้าข้าวต้องการข้าวขาว 5% ราคาที่ 1.18-1.2 หมื่นบาทต่อตัน  ถ้าโรงสีใดสนใจก็แจ้งผ่านหยง ส่วนผู้ส่งออกกำหนดราคารับซื้อที่ 414 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน (1.36 หมื่นบาท/ตันคำนวณที่ 32.9 บาท/ดอลลาร์) ยังกำไรเลย เพราะราคาข้าวขาว 5% ส่งออกเวลานี้เฉลี่ยที่ 462-465 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน (1.51-1.52 หมื่นบาท/ตัน) ดังนั้นหากทอนจากปลายทางกลับมา วันนี้ชาวนาต้องขายข้าวเปลือกได้ไม่ตํ่ากว่า 8,000-8,500 บาทต่อตัน”

ขณะที่นายเจริญ  เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า กฎหมายไทยมีจำนวนมาก แต่ขาดการบังคับใช้ แต่ถ้ามีอีกฉบับหนึ่งกังวลว่าจะทำให้ผู้ส่งออกขาดความคล่องตัวในการส่งออก ทุกวันนี้ระบบการค้าข้าวถูกกำหนดโดยกลไกการค้าโลก แต่ถ้าจะกำหนดราคาในประเทศสูงมากก็ส่งออกยากบทเรียนมีแล้วในอดีตที่รัฐบาลมีโครงการรับจำนำข้าว

หน้า 8 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับ 3,378 วันที่ 28-30 มิถุนายน 2561