
นายกฯเปิดนโยบาย Transforming Thailand ชวนนักลงทุนใช้ "ไทย" เป็นฐานลุยอาเซียน
โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับมิตรภาพระหว่างไทย และสหราชอาณาจักร ซึ่งมีมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน และใกล้ชิดทุกระดับ ตั้งแต่ 400 กว่าปีก่อน
ปัจจุบัน มิติของความสำคัญด้านการค้าการลงทุน และการท่องเที่ยวก็เป็นไปอย่างใกล้ชิด
ด้านการลงทุน หลายบริษัทที่เป็นแบรนด์ดังของสหราชอาณาจักรไปลงทุนตั้งฐานการผลิตสำคัญในประเทศไทย ใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออก โดยใน 10 ปีที่ผ่าน มีการลงทุนจากสหราชอาณาจักรที่ได้รับอนุมัติให้รับการส่งเสริมการลงทุน 216 โครงการ มูลค่ารวม 735 ล้านปอนด์ หรือ 31,650 ล้านบาท ล่าสุดในปี 2017 สหราชอาณาจักรลงทุนในไทยเป็นอันดับ 3 ของการลงทุนจากยุโรป
นายกรัฐมนตรีได้ชักชวนให้มีการลงทุนในประเทศไทย โดยอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยปรับตัวดีขึ้นมาโดยตลอด ในไตรมาสแรกของปี 2018 ขยายตัวสูงถึงร้อยละ 4.8 ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวสูงสุดในรอบ 5 ปี โดยรัฐบาลยืนยันที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ควบคู่ไปกับการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ได้มีการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานครั้งสำคัญที่สุดปรับปรุงเส้นทางคมนาคม และการขนส่ง รถไฟความเร็วสูง ทางด่วน และระบบขนส่งสาธารณะแบบราง รวมไปถึงโครงสร้างพื้นฐานอื่นที่มีความจำเป็นต่อการรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และเสริมสร้างประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ ตลอดจน รัฐบาลได้ดำเนินโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
ทั้งนี้ ในช่วงก่อนการเป็นประธานงานสัมมนาดังกล่าว นายกรัฐมนตรีได้ร่วมงานเลี้ยงรับรอง เพื่อเป็นโอกาสในการพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการระหว่างนายกรัฐมนตรี กับผู้นำการเมือง และนักธุรกิจ ชั้นนำสหราชอาณาจักร ได้แก่ The Rt. Hon. The Lord Astor of Hever สมาชิกสภาขุนนางสหราชอาณาจักร The Lord Powell of Bayswater สมาชิกสภาขุนนางสหราชอาณาจักรและนักธุรกิจสำคัญของสหราชอาณาจักร นาย Richard Gragam MP ผู้แทนการค้าประจำ AEC Alderman Peter Estlin ว่าที่นายกเทศมนตรีกรุงลอนดอน(the next Lord Mayor) และที่ปรึกษาอาวุโส บริษัท Barclays นาย Alex Haynes รองประธานอาวุโส ของบริษัท Business Development Goverment WOOD Plc






