
ประมูลคลื่น1800ล่ม เร่งเยียวยาลูกค้าซิมดับ4.7แสนราย
พลันที่ 3 ค่ายมือถือ คือ เอดับบลิวเอ็น หรือ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด ในเครือเอไอเอส, บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด ในเครือดีแทค ออกมาประกาศชัดเจนไม่เข้าร่วมประมูลคลื่น 1800 MHz เป็นผลให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.ต้องยุติประมูลคลื่นดังกล่าวในวันที่ 4 สิงหาคม
ขู่ดับซิมลูกค้า 4.7 แสน
เหตุที่ทั้ง 3 ค่ายมือถือไม่เข้าร่วมประมูล คงจะวิเคราะห์แล้วว่าได้ไม่คุ้มเสียจึงตัดสินใจถอย งานนี้ กสทช.ต้องเป็นสายบัวรอเก้อไปในทันที เพราะเชื่อว่า “ดีแทค” เข้าร่วมประมูล เนื่องจากสัญญาสัมปทานคลื่น 1800MHz สิ้นสุดสัญญา 15 กันยายน 2561
เมื่อ เอไอเอส และ ดีแทค ประกาศออกมาไม่ร่วมตามรอย “ทรู” ที่ประกาศถอนตัวเป็นรายแรก ปรากฏว่า นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการสำนักงาน กสทช.ต้องออกมาแถลงข่าวด่วนพร้อมอาการที่ไม่สู้ดีนัก มิหนำซํ้ายังออกมาขู่ในทำนองจะตัดสัญญาณ 1800
“ฝันต่างๆ ที่หลายคนเห็นเข้าสู่มาตรการนั้นมาตรการนี้ถ้าคิดใกล้ๆ อาจไปไม่ถึงเพราะหลายเรื่องอาจเกิดพลิกผัน แต่เรื่องประมูล กสทช. ยังต้องเดินหน้าต่อไป วันนี้ไม่มีผู้เข้าประมูล แต่มั่นใจว่าเดินหน้าขอนโยบายจากบอร์ด กสทช.และรัฐบาล หากติดขัดตรงไหนต้องแก้ไขตรงนั้น เหตุใดไม่มีผู้เข้าประมูล ผมมีโจทย์ในใจทำปัญหาให้ออกไป ถ้าทำปัญหานี้ออกไปแล้วไม่มีคนเข้าประมูลอีกเดี๋ยวว่ากันอีกที” นายฐากร กล่าว
ยิ่งไปกว่านั้น นายฐากร ยังยํ้าอีกว่าการประมูลครั้งนี้ไม่ใช่เป็นกรณีของ กสทช.เปิดประมูลคลื่นความถี่ไม่ทันสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน แต่เปิดประมูลก่อนสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน จึงได้ออกมาตรการเยียวยาคุ้มครองผู้บริโภค แต่เมื่อ ดีแทค ไม่เข้าร่วมประมูลกรณีเรื่องมาตรการเยียวยาคลื่น 1800 อาจจะต้องนำเสนอรัฐบาลเพราะการไม่เข้าร่วมประมูลครั้งนี้ไม่สมเหตุสมผล
ไม่เยียวยาวุ่นแน่
การออกมาขู่ของ กสทช.ย่อมส่งผลกระทบต่อ ดีแทค และ ลูกค้า 4.7 แสนรายอย่างแน่นอนซึ่งในโลกโซเชียลต่างออกมาแสดงความคิดเห็นว่า “ถ้า กสทช.ทำแบบนี้โดนฟ้องแน่เพราะเป็นการทำ 2 มาตรฐาน”
ขณะที่นายสืบศักดิ์ สืบภักดี นักวิจัยด้านโทรคมนาคม ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวว่า กรณีที่ยังมีผู้ใช้บริการยังค้างอยู่ในระบบเดิม แม้จะเป็นหน้าที่ของเอกชนที่ต้องดำเนินการโอนย้าย หรือถ่ายโอนลูกค้า หรือแจ้งให้ลูกค้าทราบถึงการหมดสัมปทาน แต่ทั้งนี้หากเกิดกรณีโอนย้ายไม่ทันหรือไม่หมดตามกำหนด ดังนั้น กสทช. ในฐานะองค์กรกำกับดูแลฯ และมีหน้าที่ด้านคุ้มครองผู้บริโภคด้วย จะปัดความรับผิดชอบอย่างเดียวหรือไม่มีมาตรการรองรับเลยดูจะเป็นการบกพร่องในหน้าที่
“แม้เอกชนจะดำเนินการโอนย้ายหรือเร่งดำเนินการเเล้ว ก่อนหน้านี้ แต่การโอนย้ายเป็นเรื่องความสมัครใจของลูกค้า หากไม่มีมาตรการเยียวยาจริง เอกชนอาจหาทางออกโดยเจรจากับผู้ให้บริการรายอื่น เพื่อเสริมการรองรับกรณีลูกค้าไม่มีเครื่องลูกข่ายที่รองรับย่าน 2100 หรือ 2300 ที่ ดีแทคมีอยู่ในมือ แต่หากเป็นการเดินหน้าโดยเอกชนและ กสทช. ไม่แสดงท่าทีช่วยเหลือหรือรับผิดชอบ ก็จะยิ่งเป็นภาพสะท้อนไปยัง กสทช. ว่าใส่ใจกับปัญหากรณีนี้มากน้อยเพียงใด หรือผลักภาระให้เอกชนทั้งหมด”
นอกจากนี้แล้ว กรณีคลื่น 1800 MHz ที่ประกาศให้มีการประมูล เเละต่อมาไม่มีผู้สนใจยื่นเข้าประมูล กสทช. อาจใช้ยกเป็นเหตุผลไม่ต้องจัดให้มีมาตรการเยียวยาก็ได้ ตามที่อ้างว่าสามารถจัดการประมูลได้ก่อนหมดสัญญาสัมปทานต่างจากครั้งกรณีทรูมูฟ แต่ในกรณีคลื่น 850 ที่ไม่ได้นำออกประมูลในย่าน 900 MHz การสิ้นสุดสัมปทาน อาจต้องพิจารณามาตรการเยียวยา
ทั้งนี้สัญญาสัมปทานเดิมระบุว่าหากสิ้นสุดสัมปทานและเหลือลูกค้าในระบบที่ไม่ได้โอนย้ายออก ต้องโอนลูกค้า
กลับให้คู่สัญญาเดิม คือ CAT จะดำเนินการต่อ หรือเดินหน้าขอรับการใช้คลื่นต่อหรือจะโอนย้ายไปยังระบบ My ที่ตนเองมีได้หรือไม่
พิษกฎ N-1
ส่วนหนึ่งที่ 3 ค่ายมือถือไม่เข้าร่วมประมูลนอกเหนือจากราคาตั้งต้น 37,457 ล้านบาทที่สูงเกินความเป็นจริงแล้ว และ การใช้ สูตร N-1 (ใบอนุญาตที่นำออกประมูลน้อยกว่าจำนวนผู้เข้าประมูล ถ้าประมูลทั้ง 3 ใบอนุญาตเมื่อมีผู้เข้าร่วมประมูลมากกว่า 3 ราย) ทั้งนี้นายสืบศักดิ์ ยังกล่าวต่ออีกว่า กสทช.สามารถออกใบอนุญาตให้กับเอกชนทั้ง 3 ใบอนุญาตขนาดความกว้างของคลื่น 15 MHz หากประมูลครบตามเงื่อนไข N-1 แต่ปรากฏว่า เอกชนที่มีคลื่นในมือมากพอต่อการให้บริการและเงื่อนไขการประมูลโดยเฉพาะราคาค่าคลื่นที่สูงไม่จูงใจและเป็นการสร้างภาระต้นทุนมากเกินไป
นั่นจึงเป็นที่มาที่ทั้ง 3 ค่ายมือถือไม่เข้าร่วมประมูลโดยเฉพาะ ดีแทค พยายามเรียกร้องให้ กสทช.ยกเลิกกฎ N-1 พร้อมทั้งให้ซอยใบอนุญาตจาก 3 ใบอนุญาตจำนวน 15 เมกะเฮิรตซ์ มาเป็น 9 ใบอนุญาตจำนวน 5 เมกะเฮิรตซ์ แต่สุดท้ายก็ไร้ผล
มั่นใจ “ซิมไม่ดับ”
ก่อนหน้านี้นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ ดีแทค ออกมาเปิดเผยภายหลังจาก ดีแทค และ แคท ได้ยื่นแผนความคุ้มครองลูกค้าในกรณีสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทาน หรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ต่อ กสทช. และพร้อมปฏิบัติตามประกาศ กสทช. ตามมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวในกรณีสิ้นสุดการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายใต้สัญญาให้บริการเดิม จากการที่คลื่นความถี่ 1800 MHz และ 800 MHz ที่ถือครองกำลังจะสิ้นสุดสัมปทาน เพื่อให้ลูกค้าดีแทคที่ยังอยู่ในระบบสัมปทานเดิม “ซิมไม่ดับ” และมั่นใจในการใช้บริการอย่างต่อเนื่อง
ส่วนเหตุผลที่ ดีแทค ไม่เข้าร่วมประมูลเพราะว่า ถือครองความถี่ย่าน 2100 เมกะเฮิรตซ์จำนวน 2x15 เมกะเฮิรตซ์และมีคลื่นใหม่ความถี่ 2300 เมกะเฮิรตซ์จำนวน 1x60 เมกะเฮิรตซ์ซึ่งเป็นคลื่นความถี่เดียวที่กว้างที่สุดในประเทศไทย ซึ่งถ้าหมดสัมปทานคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์และสิ้นสุดระยะเวลาเยียวยาแล้ว ดีแทค ยังมีคลื่นย่านความถี่สูงเพิ่มมากกว่าเดิม 10 เมกะเฮิรตซ์จากคลื่นใหม่ 2300 เมกะเฮิรตซ์ที่จะนำมาให้บริการสำหรับคลื่นย่านความถี่สูงอย่างพอเพียง
ทั้งนี้ คลื่น 2300 เมกะเฮิรตซ์ได้ถูกนำมาให้บริการ 4G TDD เพื่อตอบสนองการใช้งานดาต้าที่เน้นการดาวน์โหลด สอดคล้องกับพฤติกรรมลูกค้าที่หันมานิยมการรับชมวิดีโอผ่านสมาร์ทโฟนจำนวนหลายชั่วโมงต่อวัน ถึงแม้ว่าดีแทคจะสิ้นสุดสัมปทานคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์และ 850 เมกะเฮิรตซ์ดีแทคยังมีปริมาณคลื่นความถี่ที่จะให้บริการต่อจำนวนลูกค้ามากกว่าผู้ประกอบการรายอื่น (ดีแทคมีจำนวนคลื่นเฉลี่ย 2.75 เมกะเฮิรตซ์ต่อจำนวนลูกค้า 1 ล้านราย ในขณะผู้ให้บริการรายอื่นมีจำนวน 1.37 เมกกะเฮิรตซ์และ 1.99 เมกะเฮิรตซ์)
รอลุ้นว่า กสทช.จะใช้บทลงโทษด้วยวิธี ยกเลิกคุ้มครองคลื่น 1800 MHz ตามที่ออกมา “ขู่” เพราะเมื่อใด “ซิมดับ” ผู้ใช้บริการออกมาฟ้องร้องตามกฎหมาย และจะเกิดความโกลาหล
รายงาน | หน้า 20 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่38 | ฉบับ 3,376 ระหว่างวันที่ 21-23 มิ.ย.61
ขู่ดับซิมลูกค้า 4.7 แสน
เหตุที่ทั้ง 3 ค่ายมือถือไม่เข้าร่วมประมูล คงจะวิเคราะห์แล้วว่าได้ไม่คุ้มเสียจึงตัดสินใจถอย งานนี้ กสทช.ต้องเป็นสายบัวรอเก้อไปในทันที เพราะเชื่อว่า “ดีแทค” เข้าร่วมประมูล เนื่องจากสัญญาสัมปทานคลื่น 1800MHz สิ้นสุดสัญญา 15 กันยายน 2561
เมื่อ เอไอเอส และ ดีแทค ประกาศออกมาไม่ร่วมตามรอย “ทรู” ที่ประกาศถอนตัวเป็นรายแรก ปรากฏว่า นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการสำนักงาน กสทช.ต้องออกมาแถลงข่าวด่วนพร้อมอาการที่ไม่สู้ดีนัก มิหนำซํ้ายังออกมาขู่ในทำนองจะตัดสัญญาณ 1800
ยิ่งไปกว่านั้น นายฐากร ยังยํ้าอีกว่าการประมูลครั้งนี้ไม่ใช่เป็นกรณีของ กสทช.เปิดประมูลคลื่นความถี่ไม่ทันสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน แต่เปิดประมูลก่อนสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน จึงได้ออกมาตรการเยียวยาคุ้มครองผู้บริโภค แต่เมื่อ ดีแทค ไม่เข้าร่วมประมูลกรณีเรื่องมาตรการเยียวยาคลื่น 1800 อาจจะต้องนำเสนอรัฐบาลเพราะการไม่เข้าร่วมประมูลครั้งนี้ไม่สมเหตุสมผล
ไม่เยียวยาวุ่นแน่
การออกมาขู่ของ กสทช.ย่อมส่งผลกระทบต่อ ดีแทค และ ลูกค้า 4.7 แสนรายอย่างแน่นอนซึ่งในโลกโซเชียลต่างออกมาแสดงความคิดเห็นว่า “ถ้า กสทช.ทำแบบนี้โดนฟ้องแน่เพราะเป็นการทำ 2 มาตรฐาน”
ขณะที่นายสืบศักดิ์ สืบภักดี นักวิจัยด้านโทรคมนาคม ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวว่า กรณีที่ยังมีผู้ใช้บริการยังค้างอยู่ในระบบเดิม แม้จะเป็นหน้าที่ของเอกชนที่ต้องดำเนินการโอนย้าย หรือถ่ายโอนลูกค้า หรือแจ้งให้ลูกค้าทราบถึงการหมดสัมปทาน แต่ทั้งนี้หากเกิดกรณีโอนย้ายไม่ทันหรือไม่หมดตามกำหนด ดังนั้น กสทช. ในฐานะองค์กรกำกับดูแลฯ และมีหน้าที่ด้านคุ้มครองผู้บริโภคด้วย จะปัดความรับผิดชอบอย่างเดียวหรือไม่มีมาตรการรองรับเลยดูจะเป็นการบกพร่องในหน้าที่
“แม้เอกชนจะดำเนินการโอนย้ายหรือเร่งดำเนินการเเล้ว ก่อนหน้านี้ แต่การโอนย้ายเป็นเรื่องความสมัครใจของลูกค้า หากไม่มีมาตรการเยียวยาจริง เอกชนอาจหาทางออกโดยเจรจากับผู้ให้บริการรายอื่น เพื่อเสริมการรองรับกรณีลูกค้าไม่มีเครื่องลูกข่ายที่รองรับย่าน 2100 หรือ 2300 ที่ ดีแทคมีอยู่ในมือ แต่หากเป็นการเดินหน้าโดยเอกชนและ กสทช. ไม่แสดงท่าทีช่วยเหลือหรือรับผิดชอบ ก็จะยิ่งเป็นภาพสะท้อนไปยัง กสทช. ว่าใส่ใจกับปัญหากรณีนี้มากน้อยเพียงใด หรือผลักภาระให้เอกชนทั้งหมด”
นอกจากนี้แล้ว กรณีคลื่น 1800 MHz ที่ประกาศให้มีการประมูล เเละต่อมาไม่มีผู้สนใจยื่นเข้าประมูล กสทช. อาจใช้ยกเป็นเหตุผลไม่ต้องจัดให้มีมาตรการเยียวยาก็ได้ ตามที่อ้างว่าสามารถจัดการประมูลได้ก่อนหมดสัญญาสัมปทานต่างจากครั้งกรณีทรูมูฟ แต่ในกรณีคลื่น 850 ที่ไม่ได้นำออกประมูลในย่าน 900 MHz การสิ้นสุดสัมปทาน อาจต้องพิจารณามาตรการเยียวยา
ทั้งนี้สัญญาสัมปทานเดิมระบุว่าหากสิ้นสุดสัมปทานและเหลือลูกค้าในระบบที่ไม่ได้โอนย้ายออก ต้องโอนลูกค้า
กลับให้คู่สัญญาเดิม คือ CAT จะดำเนินการต่อ หรือเดินหน้าขอรับการใช้คลื่นต่อหรือจะโอนย้ายไปยังระบบ My ที่ตนเองมีได้หรือไม่
พิษกฎ N-1
ส่วนหนึ่งที่ 3 ค่ายมือถือไม่เข้าร่วมประมูลนอกเหนือจากราคาตั้งต้น 37,457 ล้านบาทที่สูงเกินความเป็นจริงแล้ว และ การใช้ สูตร N-1 (ใบอนุญาตที่นำออกประมูลน้อยกว่าจำนวนผู้เข้าประมูล ถ้าประมูลทั้ง 3 ใบอนุญาตเมื่อมีผู้เข้าร่วมประมูลมากกว่า 3 ราย) ทั้งนี้นายสืบศักดิ์ ยังกล่าวต่ออีกว่า กสทช.สามารถออกใบอนุญาตให้กับเอกชนทั้ง 3 ใบอนุญาตขนาดความกว้างของคลื่น 15 MHz หากประมูลครบตามเงื่อนไข N-1 แต่ปรากฏว่า เอกชนที่มีคลื่นในมือมากพอต่อการให้บริการและเงื่อนไขการประมูลโดยเฉพาะราคาค่าคลื่นที่สูงไม่จูงใจและเป็นการสร้างภาระต้นทุนมากเกินไป
นั่นจึงเป็นที่มาที่ทั้ง 3 ค่ายมือถือไม่เข้าร่วมประมูลโดยเฉพาะ ดีแทค พยายามเรียกร้องให้ กสทช.ยกเลิกกฎ N-1 พร้อมทั้งให้ซอยใบอนุญาตจาก 3 ใบอนุญาตจำนวน 15 เมกะเฮิรตซ์ มาเป็น 9 ใบอนุญาตจำนวน 5 เมกะเฮิรตซ์ แต่สุดท้ายก็ไร้ผล
มั่นใจ “ซิมไม่ดับ”
ก่อนหน้านี้นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ ดีแทค ออกมาเปิดเผยภายหลังจาก ดีแทค และ แคท ได้ยื่นแผนความคุ้มครองลูกค้าในกรณีสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทาน หรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ต่อ กสทช. และพร้อมปฏิบัติตามประกาศ กสทช. ตามมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวในกรณีสิ้นสุดการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายใต้สัญญาให้บริการเดิม จากการที่คลื่นความถี่ 1800 MHz และ 800 MHz ที่ถือครองกำลังจะสิ้นสุดสัมปทาน เพื่อให้ลูกค้าดีแทคที่ยังอยู่ในระบบสัมปทานเดิม “ซิมไม่ดับ” และมั่นใจในการใช้บริการอย่างต่อเนื่อง
ส่วนเหตุผลที่ ดีแทค ไม่เข้าร่วมประมูลเพราะว่า ถือครองความถี่ย่าน 2100 เมกะเฮิรตซ์จำนวน 2x15 เมกะเฮิรตซ์และมีคลื่นใหม่ความถี่ 2300 เมกะเฮิรตซ์จำนวน 1x60 เมกะเฮิรตซ์ซึ่งเป็นคลื่นความถี่เดียวที่กว้างที่สุดในประเทศไทย ซึ่งถ้าหมดสัมปทานคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์และสิ้นสุดระยะเวลาเยียวยาแล้ว ดีแทค ยังมีคลื่นย่านความถี่สูงเพิ่มมากกว่าเดิม 10 เมกะเฮิรตซ์จากคลื่นใหม่ 2300 เมกะเฮิรตซ์ที่จะนำมาให้บริการสำหรับคลื่นย่านความถี่สูงอย่างพอเพียง
ทั้งนี้ คลื่น 2300 เมกะเฮิรตซ์ได้ถูกนำมาให้บริการ 4G TDD เพื่อตอบสนองการใช้งานดาต้าที่เน้นการดาวน์โหลด สอดคล้องกับพฤติกรรมลูกค้าที่หันมานิยมการรับชมวิดีโอผ่านสมาร์ทโฟนจำนวนหลายชั่วโมงต่อวัน ถึงแม้ว่าดีแทคจะสิ้นสุดสัมปทานคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์และ 850 เมกะเฮิรตซ์ดีแทคยังมีปริมาณคลื่นความถี่ที่จะให้บริการต่อจำนวนลูกค้ามากกว่าผู้ประกอบการรายอื่น (ดีแทคมีจำนวนคลื่นเฉลี่ย 2.75 เมกะเฮิรตซ์ต่อจำนวนลูกค้า 1 ล้านราย ในขณะผู้ให้บริการรายอื่นมีจำนวน 1.37 เมกกะเฮิรตซ์และ 1.99 เมกะเฮิรตซ์)
รอลุ้นว่า กสทช.จะใช้บทลงโทษด้วยวิธี ยกเลิกคุ้มครองคลื่น 1800 MHz ตามที่ออกมา “ขู่” เพราะเมื่อใด “ซิมดับ” ผู้ใช้บริการออกมาฟ้องร้องตามกฎหมาย และจะเกิดความโกลาหล
รายงาน | หน้า 20 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่38 | ฉบับ 3,376 ระหว่างวันที่ 21-23 มิ.ย.61






