
วิเคราะห์สถานการณ์ราคาทองคำ
ความแข็งแกร่งของราคาทองคําและแรงซื้อน้อย ทําให้การลงทุนอาจต้องเป็นไปในลักษณะรอจังหวะการอ่อนตัวลงของราคาค่อยเข้าซื้อ หรือหากราคาทองคําไม่สามารถยืน 1,307ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ให้แบ่งทองคําออกขายเพื่อทํากําไรบางส่วน แต่หากผ่านได้ให้ชะลอการขายออกไป
หากราคาทองคําปรับตัวลงมาพอเข้าใกล้โซนแนวรับ 1,285-1,282 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจมีแรงดีดกลับสั้นๆ เบื้องต้นอาจต้องระวังแรงขายกลับลงมาอีกครั้งหากราคายังไม่มีแรงซื้อมากพอหรือยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามาดันราคาขึ้น โดยประเมินแนวต้านที่ 1,307 ดอลลาร์ต่อออนซ์
สำหรับราคาทองคําวานนี้ ปิดทรงตัวแทบไม่เปลี่ยนแปลง ถึงแม้จะได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์และการแข็งค่าของสกุลเงินยูโร หลังนายปีเตอร์ แพรท สมาชิกคณะกรรมการบริหารของธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวว่า ECB จะทําการหารือกันในการประชุมกําหนดนโยบายการเงินในวันที่ 14 มิ.ย. 61 เกี่ยวกับการถอนตัวจากการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) โดยราคาทองคําในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ย
ได้รับแรงกดดันจากแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ(FED)ในการประชุมวันที่ 12-13 มิ.ย.นี้ นอกจากนี้ การปิดพุ่งถึง 346.41 จุดของดัชนีดาวโจนส์นําโดยหุ้นกลุ่มธนาคารการเป็นปัจจัยกดดันเพิ่มเติม ในขณะเดียวกันนักลงทุนระมัดระวังในการเข้าสถานะเพิ่ม เพื่อรอความชัดเจนจากประเด็นข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐและชาติพันธมิตรในการประชุมสุดยอดผู้นํา G7 ที่จะเริ่มต้นในวันศุกร์นี้ รวมไปถึงแนวโน้มการดําเนินนโยบายการเงินของ ECB และ FED
ในการประชุมสัปดาห์หน้า ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคําลง -3.54 ตัน สําหรับวันนี้ ติดตามการเปิดเผยจํานวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐ
หากราคาทองคําปรับตัวลงมาพอเข้าใกล้โซนแนวรับ 1,285-1,282 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจมีแรงดีดกลับสั้นๆ เบื้องต้นอาจต้องระวังแรงขายกลับลงมาอีกครั้งหากราคายังไม่มีแรงซื้อมากพอหรือยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามาดันราคาขึ้น โดยประเมินแนวต้านที่ 1,307 ดอลลาร์ต่อออนซ์
สำหรับราคาทองคําวานนี้ ปิดทรงตัวแทบไม่เปลี่ยนแปลง ถึงแม้จะได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์และการแข็งค่าของสกุลเงินยูโร หลังนายปีเตอร์ แพรท สมาชิกคณะกรรมการบริหารของธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวว่า ECB จะทําการหารือกันในการประชุมกําหนดนโยบายการเงินในวันที่ 14 มิ.ย. 61 เกี่ยวกับการถอนตัวจากการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) โดยราคาทองคําในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ย
ได้รับแรงกดดันจากแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ(FED)ในการประชุมวันที่ 12-13 มิ.ย.นี้ นอกจากนี้ การปิดพุ่งถึง 346.41 จุดของดัชนีดาวโจนส์นําโดยหุ้นกลุ่มธนาคารการเป็นปัจจัยกดดันเพิ่มเติม ในขณะเดียวกันนักลงทุนระมัดระวังในการเข้าสถานะเพิ่ม เพื่อรอความชัดเจนจากประเด็นข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐและชาติพันธมิตรในการประชุมสุดยอดผู้นํา G7 ที่จะเริ่มต้นในวันศุกร์นี้ รวมไปถึงแนวโน้มการดําเนินนโยบายการเงินของ ECB และ FED
ในการประชุมสัปดาห์หน้า ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคําลง -3.54 ตัน สําหรับวันนี้ ติดตามการเปิดเผยจํานวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐ






