thansettakij
thansettakij
‘นีโอ’เจาะกลุ่มใหม่ กู้ตลาดฟอร์เมนหด

‘นีโอ’เจาะกลุ่มใหม่ กู้ตลาดฟอร์เมนหด

14 มิ.ย. 61 | 05:41 น.
อัปเดตล่าสุด :14 มิ.ย. 61 | 12:41 น.
นีโอ คอร์ปอเรท ชี้ตลาดของใช้ผู้ชายติดลบต่อเนื่องยาว 5 ปี เผยตัวเลขล่าสุดครีมอาบนํ้าชายยอดทรุด -13% หันทุ่มงบ 300 ล้านบาทเปิดตัว “บีไนซ์ มีสทีค ไวท์” หวังขยายกลุ่มลูกค้าใหม่ พร้อมส่งลิมิเต็ด อิดิชั่น “บิงซู” สร้างสีสัน มั่นใจยอดขายพุ่ง 1,000 ล้านบาทใน 3 ปี

นางศิริสุภา อาจสัญจร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าของใช้ส่วนบุคคล อาทิ แบรนด์เอเวอร์เซ้นส์, ทรอส, บีไนซ์, ไฟน์ไลน์, วีไวต์ ฯลฯ เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดสินค้าสำหรับผู้ชายในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาเติบโตติดลบในทุกกลุ่มสินค้า โดยในปีที่ผ่านมาพบว่าตลาดครีมอาบนํ้าผู้ชายมูลค่า 281 ล้านบาท เติบโตติดลบ 13% แม้จะพยายามขับเคลื่อนตลาดแต่ก็ไม่มีการเติบโตเท่าที่ควร ซึ่งการที่ตลาดกลุ่มนี้ไม่โตเป็นผลมาจากพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายผู้ชายที่ไม่เลือกใช้สินค้าเฉพาะตัวหากไม่จำเป็น และเลือกใช้สินค้าร่วมกับครอบครัวที่ฝ่ายหญิงเลือกซื้อมากกว่า

[caption id="attachment_289755" align="aligncenter" width="503"] ศิริสุภา อาจสัญจร ศิริสุภา อาจสัญจร[/caption]

ขณะที่สินค้าสำหรับผู้ชายของบริษัทมีการเติบโต 16% ถือว่าเป็นการเติบโตที่ดีเมื่อเทียบกับภาพรวมตลาด โดยเฉพาะในกลุ่มครีมอาบนํ้าที่มีการใส่ฟังก์ชันการใช้งาน เช่น นํ้าหอมเพิ่มเข้าไปด้วย เพื่อเจาะกลุ่มผู้ชายที่มีเป็นแบรนด์ลอยัลตีและชื่นชอบสินค้าเฉพาะตัวมากกว่ากลุ่มแมสทั่วไป โดยปีนี้บริษัทได้เปิดตัวครีมอาบนํ้าสำหรับผู้ชายใหม่ 2 รายการออกมารุกตลาดพร้อมทั้งเตรียมทำตลาดอย่างต่อเนื่องในปีหน้า

ด้านภาพรวมตลาดครีมอาบนํ้าเมืองไทยในปีที่ผ่านมามีมูลค่า 4,833 ล้านบาท เป็นตลาดที่มีการแข่งขันค่อนข้างสูงและมีการเติบโตสูงโดยเฉพาะตลาดครีมอาบนํ้ากลุ่มบิวตี้ มีการเติบโตเฉลี่ย 3-4% โดยปีนี้คาดเติบโต 5% โดยผู้เล่นหลักต่างงัดสินค้าใหม่ออกมาแข่งขันกันทุกปี สวนทางกับตลาดสบู่ก้อนที่มีมูลค่ารวมตํ่ากว่า 4,000 ล้านบาทในปัจจุบันที่มีการเติบโตลดลง
benice-1024x500 ล่าสุดเพื่อเป็นการรุกตลาดครีมอาบนํ้าต่อเนื่อง บริษัททุ่มงบกว่า 300 ล้านบาทเปิดตัว “บีไนซ์ มีสทีค ไวท์” เพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงอายุ 22-35 ปี ที่ดูแลและใส่ใจในตัวเอง พร้อมทั้งการออกคอลเลกชันพิเศษลิมิเต็ด เอดิชัน “บิงซู” ซึ่งเป็นสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟวางจำหน่ายในเทสโก้โลตัส ซึ่งได้รับกระแสการตอบรับอย่างดีจากลูกค้า เพราะบีไนซ์ถือเป็นแบรนด์ที่มีจุดแข็งด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์

สำหรับกลยุทธ์การทำตลาดบีไนซ์ ประกอบด้วย การพัฒนาสินค้าใหม่ออกสู่ตลาดต่อเนื่อง, การขยายช่องทางการจำหน่ายใหม่โดยเฉพาะในคอนวีเนียนสโตร์ ที่ยังมีโอกาสอีกมาก และการสื่อสารการตลาด ทั้งในส่วนของออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่งปีนี้เพิ่มงบออนไลน์เป็น 20% จากปีที่แล้วใช้ 15% ด้านตลาดต่างประเทศ บีไนซ์ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีมากจากประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ เมียนมา กัมพูชา โดยปีที่ผ่านมามียอดส่งออกเติบโต 14%

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันบีไนซ์มีส่วนแบ่งการตลาด 17% เป็นอันดับ 3 รองจากลักส์ ที่มีส่วนแบ่งตลาด 29% และโชกุบุสซึ 27% โดยการรุกตลาดในปีนี้คาดว่าจะผลักดันให้บีไนซ์มีแชร์เพิ่มขึ้น 4% มียอดขายรวม 1,000 ล้านบาทภายใน 3 ปีนับจากนี้

.................................................................

หน้า 36 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3372 ระหว่างวันที่ 7-9 มิ.ย.61

e-book-1-503x62

 
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • business