
‘โชว์ ดีซี’ท้ารบสมรภูมิค้าปลีกไทย
โชว์ ดีซีฯ ท้ารับตลาดค้าปลีกไทยแข่งดุ ทุ่ม 1,000 ล้านบาท “รีโพสิชันนิง” ศูนย์ใหม่ มั่นใจศักยภาพศูนย์ตอบโจทย์ลูกค้าได้มากกว่า พร้อมผนึกพาร์ตเนอร์พลิกที่ดิน 7 ไร่สู่ Night Market ดีเดย์เปิดตัวโฉมใหม่ปลายปีนี้
นายโก ซู ซิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โชว์ ดีซี คอร์ป จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าและเอนเตอร์เทนเมนต์ “โชว์ ดีซี” (Show DC) เปิดเผยว่า เพื่อรองรับธุรกิจรีเทลเมืองไทยที่มีการแข่งขันสูง บริษัทได้ใช้งบประมาณกว่า 1,000 ล้านบาทในการรีโพสิชันนิง ศูนย์การค้าโชว์ ดีซีใหม่ หลังจากเปิดให้บริการเมื่อปีที่ผ่านมา เพื่อปรับรูปลักษณ์และคอนเซ็ปต์ของศูนย์ให้ตอบโจทย์ลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติมากขึ้น โดยการปรับปรุงดังกล่าวได้ศึกษาถึงความต้องการของผู้บริโภคในพื้นที่รัศมี 3 กม. ที่มีคอนโดฯอยู่กว่า 80 แห่ง มีประชากรอาศัยอยู่กว่า 4 แสนราย ด้วยต้องการทำให้ห้างดึงดูดทั้งคนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวในคราวเดียวกัน
“ช่วง 3 ปีแรกของธุรกิจรีเทลถือเป็นช่วงแห่งการเรียนรู้ที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก ทั้งอุปสรรค ปัญหา ความต้องการของลูกค้ารวมถึงสิ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อน เพื่อพัฒนาให้สนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายให้ตรงจุด ซึ่งช่วงที่ผ่านมาเรามีโพสิชัน เป็นห้างที่เน้นนักท่องเที่ยวและเอนเตอร์เทนเมนต์ แต่ความจริงแล้วทางศูนย์ยังมีอะไรที่มากกว่าในการให้บริการภายในศูนย์ โดยเฉพาะในส่วนของ H&M, Kike,Cotton On ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก จึงอยากพัฒนาให้ร้านอื่นประสบความสำเร็จเช่นร้านดังกล่าว ขณะเดียวกันก็มองหาเอาต์เลตแบรนด์ใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มเติมเพื่อพัฒนาสู่ความเป็น Value Retail โดยล่าสุดได้เตรียมเปิดตัว PUMA OUTLET เพิ่มเติมด้วย โดยมีเป้าหมายเพิ่มความแข็งแกร่งในกลุ่มธุรกิจเอาต์เลต รีเทลของศูนย์ให้แข็งแกร่งมากขึ้นในอนาคต เบื้องต้นอยู่ระหว่างเจรจากับอีกหลายแบรนด์ที่ได้รับความนิยมอยู่ โดยมีแผนจะเปลี่ยนชั้น 2-3 เป็น Vulue Retail และ Outlet”
ทั้งนี้บริษัทรีโซนนิ่ง 5 ส่วนได้แก่ 1.เอาต์เลตมอลล์ แห่งแรกในย่านใจกลางเมือง (Downtown Outlet Mall) เน้นนำเสนอการซื้อที่คุ้มค่าให้แก่ลูกค้า ผ่านราคาที่ดี ดีลที่ดีอย่างสมํ่าเสมอ 2. การเปิดพื้นที่ซูเปอร์มาร์เก็ต (กูร์เมต์มาร์เก็ต) บนพื้นที่ 50% ของชั้น 1 หรือราว 4,500 ตร.ม. ที่จะเน้นรูปแบบคอนเซ็ปต์สโตร์ที่มีทั้ง ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านไวน์ และโซนของไทย 3.โซนอาหารและเครื่องดื่ม ที่เน้นนำเสนออาหารไทยภายใต้แนวคิด Best thai Street foods มรดกของไทยที่ได้รับการสืบทอดกันมา 4. การทำตลาดนัด JJ COOL บริเวณชั้น 4 เพื่อเป็นทางเลือกให้ลูกค้า ที่ต้องการอากาศเย็นสบาย 5. การทำพื้นที่สำหรับครอบครัวบริเวณชั้น 4-5 เพื่อเป็น Play Zone สู่ความเป็น Destination For Family เน้นเจาะกลุ่มครอบครัวเป็นหลักซึ่งทั้ง 5 โซนโฉมใหม่จะเปิดก่อนสิ้นปีนี้
นอกจากนี้ยังมีการเปิดบริการรถบัสบริการนักท่องเที่ยวเพิ่มเติมในเส้นทาง MRT เพชรบุรี มายังศูนย์ทุกๆ 15 นาที โดยจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน จากปัจจุบันที่มีบริการแล้วในเส้นทางรถไฟฟ้าศูนย์วัฒนธรรมฯ (พระราม 9) มายังศูนย์ และมีเส้นทางรับจาก 20 โรงแรม ระยะทาง 10 กม.โดยรอบมายังศูนย์ พร้อมกันนี้ยังเตรียม พัฒนาทางเท้าเชื่อมจาก RCA มายังศูนย์ โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงสิ้นปีนี้
“ปัจจุบันจำนวนเช่าพื้นที่อยู่ที่ 80% ขณะอีก 20% ที่เหลือคืออยู่ในขั้นตอนของการมองหาผู้เช่าที่เหมาะกับทางศูนย์โดยในสิ้นปีภายหลังจากการรีโพสิชันนิงแล้วเสร็จ คาดการณ์ว่าจำนวนผู้เช่าจะเพิ่มเป็น 90% ขณะที่ “ล็อตเต้ ดิวตี้ฟรี” ยังอยู่ในขั้นตอนของการดำเนินงาน เพื่อทำให้สามารถเปิดให้บริการได้ในประเทศไทย และยืนยันว่าแผนงานรีโพสิชันนิงศูนย์ใหม่ในครั้งนี้ “ล็อตเต้” ยังคงอยู่ในแผนงานอย่างแน่นอน ซึ่งปัจจุบันมีสัญญา 3 ปี (ต่อ 3 ปี)”
พร้อมกันนี้บริษัทยังมีแผนร่วมกับพาร์ตเนอร์ (Co-organizer) กับทีมบริหารที่ทำตลาดนัดสวนจตุจักร ในการพัฒนาพื้นที่ 7 ไร่ (บริเวณตรงข้ามศูนย์และติดกับ RCA) สู่ตลาดนัดกลางคืน Night Market และมีแผนเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนสิงหาคมนี้
อย่างไรก็ตามบริษัทมองว่าภายหลังจากรีโพสิชันนิงศูนย์ใหม่เสร็จเรียบร้อยในช่วงสิ้นปีจะมีจำนวนผู้ที่เข้ามาใช้บริการในศูนย์เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 5-6 หมื่นคนต่อวัน จากปัจจุบันที่มีจำนวนคนเข้าศูนย์ปัจจุบัน 1 หมื่นคนต่อวัน แบ่งเป็นลูกค้าชาวไทย 70% และนักท่องเที่ยว 30% โดยวางเป้าหมายในอนาคตเพิ่มสัดส่วนลูกค้านักท่องเที่ยวเป็น 40% และชาวไทย 60% ขณะที่เป้าหมายใน 5-10 ปีนับจากนี้ บริษัทยังมองหาโอกาสใหม่ๆ ในการพาแบรนด์ “SHOW DC” สยายปีกไปยังประเทศ ซึ่งจะเริ่มต้นขยายสาขาในแถบภูมิภาคอาเซียนเสียก่อน ซึ่งบริษัทให้ความสนใจไปยังมาเลเซีย และเวียดนาม เนื่องจากมองว่าเป็นประเทศที่มีโอกาสทางการเติบโตสูง โดยเบื้องต้นได้เริ่มเข้าไปศึกษารูปแบบตลาดบ้างแล้ว
นายโก ซู ซิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โชว์ ดีซี คอร์ป จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าและเอนเตอร์เทนเมนต์ “โชว์ ดีซี” (Show DC) เปิดเผยว่า เพื่อรองรับธุรกิจรีเทลเมืองไทยที่มีการแข่งขันสูง บริษัทได้ใช้งบประมาณกว่า 1,000 ล้านบาทในการรีโพสิชันนิง ศูนย์การค้าโชว์ ดีซีใหม่ หลังจากเปิดให้บริการเมื่อปีที่ผ่านมา เพื่อปรับรูปลักษณ์และคอนเซ็ปต์ของศูนย์ให้ตอบโจทย์ลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติมากขึ้น โดยการปรับปรุงดังกล่าวได้ศึกษาถึงความต้องการของผู้บริโภคในพื้นที่รัศมี 3 กม. ที่มีคอนโดฯอยู่กว่า 80 แห่ง มีประชากรอาศัยอยู่กว่า 4 แสนราย ด้วยต้องการทำให้ห้างดึงดูดทั้งคนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวในคราวเดียวกัน
“ช่วง 3 ปีแรกของธุรกิจรีเทลถือเป็นช่วงแห่งการเรียนรู้ที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก ทั้งอุปสรรค ปัญหา ความต้องการของลูกค้ารวมถึงสิ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อน เพื่อพัฒนาให้สนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายให้ตรงจุด ซึ่งช่วงที่ผ่านมาเรามีโพสิชัน เป็นห้างที่เน้นนักท่องเที่ยวและเอนเตอร์เทนเมนต์ แต่ความจริงแล้วทางศูนย์ยังมีอะไรที่มากกว่าในการให้บริการภายในศูนย์ โดยเฉพาะในส่วนของ H&M, Kike,Cotton On ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก จึงอยากพัฒนาให้ร้านอื่นประสบความสำเร็จเช่นร้านดังกล่าว ขณะเดียวกันก็มองหาเอาต์เลตแบรนด์ใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มเติมเพื่อพัฒนาสู่ความเป็น Value Retail โดยล่าสุดได้เตรียมเปิดตัว PUMA OUTLET เพิ่มเติมด้วย โดยมีเป้าหมายเพิ่มความแข็งแกร่งในกลุ่มธุรกิจเอาต์เลต รีเทลของศูนย์ให้แข็งแกร่งมากขึ้นในอนาคต เบื้องต้นอยู่ระหว่างเจรจากับอีกหลายแบรนด์ที่ได้รับความนิยมอยู่ โดยมีแผนจะเปลี่ยนชั้น 2-3 เป็น Vulue Retail และ Outlet”
ทั้งนี้บริษัทรีโซนนิ่ง 5 ส่วนได้แก่ 1.เอาต์เลตมอลล์ แห่งแรกในย่านใจกลางเมือง (Downtown Outlet Mall) เน้นนำเสนอการซื้อที่คุ้มค่าให้แก่ลูกค้า ผ่านราคาที่ดี ดีลที่ดีอย่างสมํ่าเสมอ 2. การเปิดพื้นที่ซูเปอร์มาร์เก็ต (กูร์เมต์มาร์เก็ต) บนพื้นที่ 50% ของชั้น 1 หรือราว 4,500 ตร.ม. ที่จะเน้นรูปแบบคอนเซ็ปต์สโตร์ที่มีทั้ง ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านไวน์ และโซนของไทย 3.โซนอาหารและเครื่องดื่ม ที่เน้นนำเสนออาหารไทยภายใต้แนวคิด Best thai Street foods มรดกของไทยที่ได้รับการสืบทอดกันมา 4. การทำตลาดนัด JJ COOL บริเวณชั้น 4 เพื่อเป็นทางเลือกให้ลูกค้า ที่ต้องการอากาศเย็นสบาย 5. การทำพื้นที่สำหรับครอบครัวบริเวณชั้น 4-5 เพื่อเป็น Play Zone สู่ความเป็น Destination For Family เน้นเจาะกลุ่มครอบครัวเป็นหลักซึ่งทั้ง 5 โซนโฉมใหม่จะเปิดก่อนสิ้นปีนี้
นอกจากนี้ยังมีการเปิดบริการรถบัสบริการนักท่องเที่ยวเพิ่มเติมในเส้นทาง MRT เพชรบุรี มายังศูนย์ทุกๆ 15 นาที โดยจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน จากปัจจุบันที่มีบริการแล้วในเส้นทางรถไฟฟ้าศูนย์วัฒนธรรมฯ (พระราม 9) มายังศูนย์ และมีเส้นทางรับจาก 20 โรงแรม ระยะทาง 10 กม.โดยรอบมายังศูนย์ พร้อมกันนี้ยังเตรียม พัฒนาทางเท้าเชื่อมจาก RCA มายังศูนย์ โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงสิ้นปีนี้
“ปัจจุบันจำนวนเช่าพื้นที่อยู่ที่ 80% ขณะอีก 20% ที่เหลือคืออยู่ในขั้นตอนของการมองหาผู้เช่าที่เหมาะกับทางศูนย์โดยในสิ้นปีภายหลังจากการรีโพสิชันนิงแล้วเสร็จ คาดการณ์ว่าจำนวนผู้เช่าจะเพิ่มเป็น 90% ขณะที่ “ล็อตเต้ ดิวตี้ฟรี” ยังอยู่ในขั้นตอนของการดำเนินงาน เพื่อทำให้สามารถเปิดให้บริการได้ในประเทศไทย และยืนยันว่าแผนงานรีโพสิชันนิงศูนย์ใหม่ในครั้งนี้ “ล็อตเต้” ยังคงอยู่ในแผนงานอย่างแน่นอน ซึ่งปัจจุบันมีสัญญา 3 ปี (ต่อ 3 ปี)”
พร้อมกันนี้บริษัทยังมีแผนร่วมกับพาร์ตเนอร์ (Co-organizer) กับทีมบริหารที่ทำตลาดนัดสวนจตุจักร ในการพัฒนาพื้นที่ 7 ไร่ (บริเวณตรงข้ามศูนย์และติดกับ RCA) สู่ตลาดนัดกลางคืน Night Market และมีแผนเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนสิงหาคมนี้
อย่างไรก็ตามบริษัทมองว่าภายหลังจากรีโพสิชันนิงศูนย์ใหม่เสร็จเรียบร้อยในช่วงสิ้นปีจะมีจำนวนผู้ที่เข้ามาใช้บริการในศูนย์เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 5-6 หมื่นคนต่อวัน จากปัจจุบันที่มีจำนวนคนเข้าศูนย์ปัจจุบัน 1 หมื่นคนต่อวัน แบ่งเป็นลูกค้าชาวไทย 70% และนักท่องเที่ยว 30% โดยวางเป้าหมายในอนาคตเพิ่มสัดส่วนลูกค้านักท่องเที่ยวเป็น 40% และชาวไทย 60% ขณะที่เป้าหมายใน 5-10 ปีนับจากนี้ บริษัทยังมองหาโอกาสใหม่ๆ ในการพาแบรนด์ “SHOW DC” สยายปีกไปยังประเทศ ซึ่งจะเริ่มต้นขยายสาขาในแถบภูมิภาคอาเซียนเสียก่อน ซึ่งบริษัทให้ความสนใจไปยังมาเลเซีย และเวียดนาม เนื่องจากมองว่าเป็นประเทศที่มีโอกาสทางการเติบโตสูง โดยเบื้องต้นได้เริ่มเข้าไปศึกษารูปแบบตลาดบ้างแล้ว






