"ปอร์เช่" จัดทัพสนั่นเมือง ... ตัวแรง 33 ล้าน - เอสยูวีไฮบริด

12 พ.ค. 2561 เวลา 6:46 น. 406
"ปอร์เช่" ถือเป็นอีกหนึ่งค่ายรถยนต์ที่ได้ประโยชน์เต็ม ๆ จากการปรับโครงสร้างภาษีใหม่ที่เปลี่ยนมาคิดตามการปล่อยไอเสีย ซึ่งสอดคล้องกับเทคโนโลยีดาวน์ไซส์ซิ่ง หรือ การลดขนาดเครื่องยนต์ ที่เข้ามาประจำการในสปอร์ตคาร์รุ่นต่าง ๆ ทำให้หลายโมเดลไม่ต้องเสียภาษีสรรพสามิตเต็มแพดานเหมือนในอดีต ทั้ง 911 และตระกูล(ชื่อ)ใหม่ 718 บ็อกซ์เตอร์-เคย์แมน รวมถึงกลุ่มที่ใช้ขุมพลังไฮบริด ที่ทำราคาได้น่าสนใจมาสักระยะแล้ว


P18_0063 P18_0069

โดยเอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด (AAS) ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย พร้อมนำเข้า "คาเยนน์ โฉมใหม่" มาทำตลาด และประกาศราคาครบทุนรุ่นย่อย อย่างรุ่น "คาเยนน์ เอส" ราคา 11.4 ล้านบาท ส่วนรุ่นท็อป "คาเยนน์ เทอร์โบ" ราคากระโดดไปถึง 16.9 ล้านบาท แต่รุ่นอี-ไฮบริด ที่ได้เปรียบทางด้านภาษี (เสียสรรพสามิตแค่ 8%) เปิดราคาน่าสนใจเพียง 7.5 ล้านบาท

ทั้งนี้ คาเยนน์ โฉมใหม่ เจเนอเรชันที่ 3 เปิดตัวในตลาดโลกตั้งแต่ปีที่แล้ว และตามไทม์ไลน์ของปอร์เช่แบบไม่ต้องคิดมากก็เปิดตัวรุ่นปลั๊ก-อินไฮบริด ตามมาในปีนี้ โดยประกาศว่าจะเริ่มส่งมอบให้ลูกค้าในยุโรปตั้งแต่เดือน พ.ค. ขณะที่ เมืองไทยจะเริ่มส่งมอบให้ลูกค้าได้ตั้งแต่เดือน ส.ค. นี้

ปอร์เช่ คาเยนน์อี-ไฮบริด ใช้เครื่องยนต์เบนซิน วี6 ขนาด 3.0 ลิตร 340 แรงม้า ผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้า 136 แรงม้า ประกบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด เมื่อรวมประสิทธิผลของทั้ง 2 ขุมพลังจะให้กำลังสูงสุด 462แรงม้า และแรงบิด 700 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง0-100 กม./ชม. ทำได้ 5.0 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุด 253 กม./ชม.

ด้าน แบตเตอรี่แบบลิเทียมไออนขยับความจุจาก 10.8 เป็น 14.1 กิโลวัตต์ชั่วโมง หรือประกอบด้วย โมดูลพลังงาน 8 ชุด แต่ละโมดูลมี 13 เซลล์ สามารถชาร์จจนเต็มความจุภายในระยะเวลา 7.8 ชั่วโมง ด้วยไฟฟ้าแรงดัน 230 โวลต์ ผ่านสายต่อขนาดกระแส 10 แอมป์

กรณีที่ใช้อุปกรณ์พิเศษ on-board charger 7.2 กิโลวัตต์ ด้วยไฟฟ้าแรงดัน 230 โวลต์ ผ่านสายต่อขนาดกระแส 32 แอมป์ แทนที่ระบบชาร์จมาตรฐานแบบ 3.6 กิโลวัตต์ แจะชาร์จแบตเตอรี่ได้เต็มภายในเวลา 2.3 ชั่วโมง

ส่วนระยะทางที่วิ่งได้จากการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนอย่างเดียวทำได้สูงสุด 44 กม. และความเร็วสูงสุดได้ถึง 135 กม./ชม. ด้านอุปกรณ์ที่ใส่มาเป็นมาตรฐานเหมือนกันทุกรุ่น คือ ชุดแต่งสปอร์ตโครโน หน้าจอแสดงข้อมูล head-up display แบบใหม่ เบาะนวดไฟฟ้า และล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 22 นิ้ว เช่นเดียวกับระบบควบคุมการทรงตัว Porsche Active Suspension Management (PASM)

โดยลูกค้าสามารถสั่งระบบ Porsche Dynamic Chassis Control (PDCC) ระบบ roll stabilisationและระบบลากจูงรถต่อพ่วงที่สามารถรับน้ำหนักได้สูงสุดถึง 3.5 ตัน เป็นออพชันเสริมได้

สำหรับปอร์เช่ คาเยนน์อี-ไฮบริด  มียอดจองสะสมตั้งแต่ปลายปีที่แล้วจนถึงวันนี้กว่า 200 คันแล้ว ซึ่งจะเริ่มทยอยส่งมอบรถล็อตแรกในเดือนสิงหาคมนี้


PAP18_0102

อีกหนึ่งไฮไลต์ของปอร์เช่ในปีนี้ คือ "911 ตัวแรง" ที่นำมาเปิดตัวในงานบางกอกมอเตอร์โชว์ 2018 โดย 911 จีที 2 อาร์เอส (911 GT2 RS) ถือเป็นรถสปอร์ตที่ทรงพลังและเร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมาของปอร์เช่ ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบนอน ขนาด 3.8 ลิตร เทอร์โบคู่ 700 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์คลัทช์คู่ PDK 7 สปีด อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 2.8 วินาที บนน้ำหนักตัวรถรวมน้ำมันเชื้อเพลิงเต็มถัง 1,470 กิโลกรัม

โดย 911 จีที 2 อาร์เอส ยังมาพร้อมระบบช่วยเลี้ยวล้อหลัง rear-axle steering และยางรถยนต์สมรรถนะสูง Ultra-High Performance (UHP) กับราคาเริ่มต้น 33.5 ล้านบาท เห็นว่ามีเศรษฐีไทยเท้าหนักสั่งจองไป 2 คันแล้ว


p2 p1

อย่างไรก็ตาม ถ้าคิดว่า "จีที 2 อาร์เอส" รุนแรงไป ยังมีทางเลือกอย่าง "911 จีที3"  สปอร์ตคาร์ที่ลดความโหดลงมาเล็กน้อย ด้วยเครื่องยนต์สูบนอน 4.0 ลิตร 500 แรงม้า ประกบเกียร์ PDK 7 สปีด  อัตราเร่งจาก 0- 100 กม./ชม. ทำได้ 3.4 วินาที ราคาเริ่มต้น  18.4 ล้านบาท


ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว