
"เอนก"แนะรัฐกำหนดเลือกตั้งครั้งแรกเป็นวาระเร่งด่วน ให้สุจริต-เที่ยงธรรม
เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ชู 5 ประเด็นปฏิรูปการเมือง แนะรัฐกำหนดการเลือกตั้งครั้งแรกนี้เป็นวาระเร่งด่วน ให้สุจริต-เที่ยงธรรม ชี้ประเทศชาติและสังคมต้องมีความสงบเรียบร้อย มีความสามัคคีปรองดอง ประชาชนมีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี
-15 มี.ค.2561- นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง กล่าวถึงการจัดทำแผนการปฏิรปประเทศ ณ ทำเนียบรัฐบาลว่าในขณะนี้ได้จัดทำแผนเสร็จเรียบร้อยแล้วโดยคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบแผนดังกล่าวในการประชุม ครม.เมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา
โดยแนวคิดในการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองที่เกิดจากประสบการณ์ของประเทศไทย ซึ่งสภาวการณ์ทางการเมืองตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ประเทศไทยยังไม่สามารถพัฒนาการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขให้มั่นคง มีความชอบธรรม มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลให้กับคนในประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม เป้าหมายประการสำคัญของการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองในขณะนี้ ได้แก่
การธำรงไว้ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่มีความมั่นคง
มีความชอบธรรม มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประเทศชาติ บ้านเมืองและประชาชน
ทั้งนี้ ประเทศชาติและสังคมต้องมีความสงบเรียบร้อย มีความสามัคคีปรองดอง ประชาชนมีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศและการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
อย่างไรก็ดี เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ดังกล่าว คณะกรรมการฯ เห็นว่า การปฏิรูปการเมืองของไทยขณะนี้
ไม่ควรยึดติดหรือเคร่งครัดกับทฤษฎี แนวคิด รูปแบบและกฎกติกาประชาธิปไตยของประเทศตะวันตกมากจนเกินไป แต่ควรมีความยืดหยุ่น โดยผสมผสานกับวิถีแบบตะวันออกและประสบการณ์ของประเทศไทย
ที่ผ่านมาร่วมด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อดีและจุดแข็งซึ่งเป็นลักษณะพิเศษพื้นฐานดั้งเดิมของไทย
ทั้งนี้ มิได้ หมายความว่าในการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง คณะกรรมการฯ จะปฏิเสธแนวคิดสำคัญของระบอบประชาธิปไตยอันเป็นสากล
สำหรับจุดแข็งซึ่งเป็นลักษณะพิเศษพื้นฐานดั้งเดิมของไทยที่สำคัญที่สุด คือ ประเทศไทยมี “สถาบันพระมหากษัตริย์” ที่เข้มแข็ง มีความยั่งยืน และเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยได้อย่างยาวนาน กล่าวคือ เป็นราชอาณาจักรโดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สถาบันพระมหากษัตริย์นับเป็นที่มา
แห่งความชอบธรรมสูงสุดในระบอบการเมืองไทยผ่านกระบวนการต่างๆ ดังนั้น ระบอบประชาธิปไตยของไทย จึงจำเป็นต้องอยู่เคียงคู่และพึ่งพิงไปกับระบอบราชาธิปไตยอย่างเหมาะสม พอดี ปรับเปลี่ยน และยืดหยุ่นได้ตามสถานการณ์ เพื่อการประคับประคองการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของไทยให้สามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคง
นอกจากนี้ แนวคิด วัฒนธรรมและอุปนิสัยของคนไทยก็ยังเป็นพื้นฐานดั้งเดิมที่สามารถนำมาปรับใช้
เพื่อเป็นประโยชน์ในการปฏิรูปด้านการเมืองและเสริมสร้างความเป็นประชาธิปไตยได้เช่นกัน อาทิ วัฒนธรรมของคนไทยที่มีความยืดหยุ่นประนีประนอม การมีระบบอาวุโส รู้แพ้รู้ชนะรู้อภัย ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ดียิ่งสำหรับ
ประชาธิปไตยแบบปรึกษาหารือ ซึ่งเป็นวิถีของประชาธิปไตยที่การดำเนินการทางการเมืองเป็นไปแบบไม่เป็นคู่ ขัดแย้ง ไม่เป็นปรปักษ์ ไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย มีการหาฉันทามติร่วมกันในการทำงาน อันเป็นประโยชน์ยิ่งต่อการแก้ปัญหาความขัดแย้งโดยสันติวิธี และช่วยเสริมสร้างการรู้รักสามัคคีของสังคมไทย
จากที่ได้กล่าวข้างต้น จึงได้กำหนดเรื่องและประเด็นในการปฏิรูปไว้ 5 ประเด็นสำคัญ ในแผนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง เพื่อให้การปฏิรูปบังเกิดผลสัมฤทธิ์ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญฯ ประกอบด้วย
1.การเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อต้องการทำให้การปฏิรูปเกิดการเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขให้กับพลเมืองอย่างจริงจัง อีกทั้งต้องการให้เกิดการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของพลเมือง ตลอดจนเสริมสร้างจิตสำนึกในทักษะและหน้าที่ต่างๆ ของพลเมืองด้วย
รวมถึงเพื่อต้องการสร้างรูปแบบและลักษณะของประชาธิปไตยแบบปรึกษาหารือและสร้างกลไกในการดูแลเสียงข้างน้อยให้เพิ่มขึ้นในการเมืองไทย มีการพัฒนาวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมของประชาชนชาวไทย ส่งเสริมการรวมกลุ่มของภาคประชาสังคม
ตลอดจนยกระดับบทบาทของภาคประชาสังคมให้มีความเข้มแข็งขึ้น คณะกรรมการฯ ยังมีความมุ่งมั่นเป็นอย่างยิ่งในยกระดับโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศให้เป็น “โรงเรียนประชาธิปไตย” ที่เน้นการสร้างประชาชนให้เป็นทั้งพสกนิกรของพระมหากษัตริย์และเป็นพลเมืองที่ดีในระบอบประชาธิปไตยควบคู่กันไป
2.กลไกการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งโดยสันติวิธีและการรู้รักสามัคคีของสังคมไทย มุ่งหวังให้เกิดการปฏิรูปด้านการเมืองด้วยการสร้างกลไกที่เป็นรูปธรรมทั้งในระดับชาติและระดับพื้นที่ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาความขัดแย้งต่างๆ ด้วยสันติวิธีอีกทั้งมีการเสริมสร้างการรู้รักสามัคคีของคนในชาติโดยให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้มีส่วนร่วมในกลไกและกระบวนการดังกล่าว
3.การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่นและการจัดสรรทรัพยากรที่เป็นธรรม ได้กำหนดให้มีการปฏิรูปโดยการกระจายอำนาจสู่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นและมีการพัฒนานักการเมืองท้องถิ่นอย่างจริงจัง เป็นรูปธรรม อีกทั้งต้องส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมและธรรมาภิบาลในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย พร้อมทั้งกำหนดให้ประชาชนและชุมชนได้มีช่องทางในการเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของตนให้มากยิ่งขึ้น และกำหนดให้มีกลไกการสร้างความเป็นธรรมในการจัดสรรทรัพยากรในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ด้วย
4.การเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรมเพื่อการปฏิรูปประเทศ โดยให้มีมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในทางการเมืองและการเลือกตั้งทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่น ให้มีมาตรการป้องกันการทุจริตการเลือกตั้งและการซื้อสิทธิ ขายเสียงที่มีประสิทธิภาพ ให้มีกระบวนการในการตรวจสอบการใช้จ่ายของพรรคการเมืองและผู้ลงสมัคร รับเลือกตั้งในการหาเสียงเลือกตั้ง ได้กำหนดให้มีการนำนวัตกรรมและ เทคโนโลยีใหม่มาใช้ในการจัดการ และผลักดันให้เกิดการปฏิรูปพรรคการเมืองเพื่อให้เป็นของประชาชนและเป็นสถาบันทางการเมืองที่ส าคัญเคียงคู่กับระบอบประชาธิปไตยได้อย่างแท้จริง ทั้งนี้ ในระยะเร่งด่วนได้กำหนดให้มีการปฏิรูปการเลือกตั้งครั้งแรกนับจากนี้ให้เป็นการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม โดยจะเสนอให้รัฐกำหนดให้ประเด็นนี้เป็นวาระแห่งชาติเพื่อการปฏิรูปด้านการเมืองด้วย
5.การสร้างรัฐธรรมาธิป มุ่งให้เกิดกระบวนการปฏิรูปโดยการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และการปฏิบัติหน้าที่โดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่างๆ ให้มีการควบคุมและตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ มาตรการการลงโทษผู้กระทำความผิด และให้มีการส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองปฏิบัติตนในการ ดำเนินการทางการเมืองที่อยู่ในรูปแบบและครรลองของธรรมาธิปไตย ในการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองนี้ คณะกรรมการฯ หวังเป็นอย่างยิ่งที่จะทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ในการธำรงไว้ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่มีความมั่นคง มีความชอบธรรม มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประเทศชาติ บ้านเมืองและประชาชน
ทั้งนี้ ประเทศชาติและสังคมต้องมีความสงบเรียบร้อย มีความสามัคคีปรองดอง ประชาชนมีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี และได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศและการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในการขับเคลื่อน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ประชาชนทั่วไปและอื่นๆ
ทั้งนี้ เมื่อการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองดังกล่าวประสบผลสำเร็จตามผลสัมฤทธิ์ที่ตั้งไว้แล้วก็จะทำให้เกิดการพัฒนาประเทศในมิติอื่นๆ ตามไปด้วย อีกทั้งยังเป็นการเสริมสร้างให้การปฏิรูปประเทศในด้านอื่นๆ สำเร็จลุล่วงเช่นกัน ประเทศชาติและสังคมจะมีการพัฒนาอย่างยั่งยืน ประชาชนในชาติจะมีการพัฒนาทางด้านวัตถุและจิตใจที่สมดุลกัน มีความสุข มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เกิดความเป็นธรรมและความทัดเทียมในสังคม
-15 มี.ค.2561- นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง กล่าวถึงการจัดทำแผนการปฏิรปประเทศ ณ ทำเนียบรัฐบาลว่าในขณะนี้ได้จัดทำแผนเสร็จเรียบร้อยแล้วโดยคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบแผนดังกล่าวในการประชุม ครม.เมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา
โดยแนวคิดในการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองที่เกิดจากประสบการณ์ของประเทศไทย ซึ่งสภาวการณ์ทางการเมืองตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ประเทศไทยยังไม่สามารถพัฒนาการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขให้มั่นคง มีความชอบธรรม มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลให้กับคนในประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม เป้าหมายประการสำคัญของการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองในขณะนี้ ได้แก่
มีความชอบธรรม มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประเทศชาติ บ้านเมืองและประชาชน
ทั้งนี้ ประเทศชาติและสังคมต้องมีความสงบเรียบร้อย มีความสามัคคีปรองดอง ประชาชนมีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศและการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
อย่างไรก็ดี เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ดังกล่าว คณะกรรมการฯ เห็นว่า การปฏิรูปการเมืองของไทยขณะนี้
ไม่ควรยึดติดหรือเคร่งครัดกับทฤษฎี แนวคิด รูปแบบและกฎกติกาประชาธิปไตยของประเทศตะวันตกมากจนเกินไป แต่ควรมีความยืดหยุ่น โดยผสมผสานกับวิถีแบบตะวันออกและประสบการณ์ของประเทศไทย
ที่ผ่านมาร่วมด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อดีและจุดแข็งซึ่งเป็นลักษณะพิเศษพื้นฐานดั้งเดิมของไทย
ทั้งนี้ มิได้ หมายความว่าในการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง คณะกรรมการฯ จะปฏิเสธแนวคิดสำคัญของระบอบประชาธิปไตยอันเป็นสากล
สำหรับจุดแข็งซึ่งเป็นลักษณะพิเศษพื้นฐานดั้งเดิมของไทยที่สำคัญที่สุด คือ ประเทศไทยมี “สถาบันพระมหากษัตริย์” ที่เข้มแข็ง มีความยั่งยืน และเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยได้อย่างยาวนาน กล่าวคือ เป็นราชอาณาจักรโดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สถาบันพระมหากษัตริย์นับเป็นที่มา
แห่งความชอบธรรมสูงสุดในระบอบการเมืองไทยผ่านกระบวนการต่างๆ ดังนั้น ระบอบประชาธิปไตยของไทย จึงจำเป็นต้องอยู่เคียงคู่และพึ่งพิงไปกับระบอบราชาธิปไตยอย่างเหมาะสม พอดี ปรับเปลี่ยน และยืดหยุ่นได้ตามสถานการณ์ เพื่อการประคับประคองการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของไทยให้สามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคง
เพื่อเป็นประโยชน์ในการปฏิรูปด้านการเมืองและเสริมสร้างความเป็นประชาธิปไตยได้เช่นกัน อาทิ วัฒนธรรมของคนไทยที่มีความยืดหยุ่นประนีประนอม การมีระบบอาวุโส รู้แพ้รู้ชนะรู้อภัย ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ดียิ่งสำหรับ
ประชาธิปไตยแบบปรึกษาหารือ ซึ่งเป็นวิถีของประชาธิปไตยที่การดำเนินการทางการเมืองเป็นไปแบบไม่เป็นคู่ ขัดแย้ง ไม่เป็นปรปักษ์ ไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย มีการหาฉันทามติร่วมกันในการทำงาน อันเป็นประโยชน์ยิ่งต่อการแก้ปัญหาความขัดแย้งโดยสันติวิธี และช่วยเสริมสร้างการรู้รักสามัคคีของสังคมไทย
จากที่ได้กล่าวข้างต้น จึงได้กำหนดเรื่องและประเด็นในการปฏิรูปไว้ 5 ประเด็นสำคัญ ในแผนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง เพื่อให้การปฏิรูปบังเกิดผลสัมฤทธิ์ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญฯ ประกอบด้วย
1.การเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อต้องการทำให้การปฏิรูปเกิดการเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขให้กับพลเมืองอย่างจริงจัง อีกทั้งต้องการให้เกิดการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของพลเมือง ตลอดจนเสริมสร้างจิตสำนึกในทักษะและหน้าที่ต่างๆ ของพลเมืองด้วย
รวมถึงเพื่อต้องการสร้างรูปแบบและลักษณะของประชาธิปไตยแบบปรึกษาหารือและสร้างกลไกในการดูแลเสียงข้างน้อยให้เพิ่มขึ้นในการเมืองไทย มีการพัฒนาวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมของประชาชนชาวไทย ส่งเสริมการรวมกลุ่มของภาคประชาสังคม
ตลอดจนยกระดับบทบาทของภาคประชาสังคมให้มีความเข้มแข็งขึ้น คณะกรรมการฯ ยังมีความมุ่งมั่นเป็นอย่างยิ่งในยกระดับโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศให้เป็น “โรงเรียนประชาธิปไตย” ที่เน้นการสร้างประชาชนให้เป็นทั้งพสกนิกรของพระมหากษัตริย์และเป็นพลเมืองที่ดีในระบอบประชาธิปไตยควบคู่กันไป
3.การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่นและการจัดสรรทรัพยากรที่เป็นธรรม ได้กำหนดให้มีการปฏิรูปโดยการกระจายอำนาจสู่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นและมีการพัฒนานักการเมืองท้องถิ่นอย่างจริงจัง เป็นรูปธรรม อีกทั้งต้องส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมและธรรมาภิบาลในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย พร้อมทั้งกำหนดให้ประชาชนและชุมชนได้มีช่องทางในการเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของตนให้มากยิ่งขึ้น และกำหนดให้มีกลไกการสร้างความเป็นธรรมในการจัดสรรทรัพยากรในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ด้วย
4.การเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรมเพื่อการปฏิรูปประเทศ โดยให้มีมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในทางการเมืองและการเลือกตั้งทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่น ให้มีมาตรการป้องกันการทุจริตการเลือกตั้งและการซื้อสิทธิ ขายเสียงที่มีประสิทธิภาพ ให้มีกระบวนการในการตรวจสอบการใช้จ่ายของพรรคการเมืองและผู้ลงสมัคร รับเลือกตั้งในการหาเสียงเลือกตั้ง ได้กำหนดให้มีการนำนวัตกรรมและ เทคโนโลยีใหม่มาใช้ในการจัดการ และผลักดันให้เกิดการปฏิรูปพรรคการเมืองเพื่อให้เป็นของประชาชนและเป็นสถาบันทางการเมืองที่ส าคัญเคียงคู่กับระบอบประชาธิปไตยได้อย่างแท้จริง ทั้งนี้ ในระยะเร่งด่วนได้กำหนดให้มีการปฏิรูปการเลือกตั้งครั้งแรกนับจากนี้ให้เป็นการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม โดยจะเสนอให้รัฐกำหนดให้ประเด็นนี้เป็นวาระแห่งชาติเพื่อการปฏิรูปด้านการเมืองด้วย
5.การสร้างรัฐธรรมาธิป มุ่งให้เกิดกระบวนการปฏิรูปโดยการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และการปฏิบัติหน้าที่โดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่างๆ ให้มีการควบคุมและตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ มาตรการการลงโทษผู้กระทำความผิด และให้มีการส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองปฏิบัติตนในการ ดำเนินการทางการเมืองที่อยู่ในรูปแบบและครรลองของธรรมาธิปไตย ในการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองนี้ คณะกรรมการฯ หวังเป็นอย่างยิ่งที่จะทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ในการธำรงไว้ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่มีความมั่นคง มีความชอบธรรม มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประเทศชาติ บ้านเมืองและประชาชน
ทั้งนี้ ประเทศชาติและสังคมต้องมีความสงบเรียบร้อย มีความสามัคคีปรองดอง ประชาชนมีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี และได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศและการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในการขับเคลื่อน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ประชาชนทั่วไปและอื่นๆ
ทั้งนี้ เมื่อการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองดังกล่าวประสบผลสำเร็จตามผลสัมฤทธิ์ที่ตั้งไว้แล้วก็จะทำให้เกิดการพัฒนาประเทศในมิติอื่นๆ ตามไปด้วย อีกทั้งยังเป็นการเสริมสร้างให้การปฏิรูปประเทศในด้านอื่นๆ สำเร็จลุล่วงเช่นกัน ประเทศชาติและสังคมจะมีการพัฒนาอย่างยั่งยืน ประชาชนในชาติจะมีการพัฒนาทางด้านวัตถุและจิตใจที่สมดุลกัน มีความสุข มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เกิดความเป็นธรรมและความทัดเทียมในสังคม






